โห อยากทราบเหตุผลเลยครับ คือผมเฉยๆกับหนังมาก เลยยังไม่กล้าแตะนิยาย

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

หนังมันหั่นดีเทลจากนิยายออกไปเพียบครับ ซึ่งดีเทลมหาศาลที่โทลคีนใส่มานี่แหละคือความอัจฉริยภาพของเขาในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น "นายภาษา" ผมเลยชอบแบบนิยายมากกว่าหนังเยอะมาก ๆ แบบเทียบไม่ได้

คือตัวหนังก็ชอบนะ อย่างน้อยไม่บิดเบือนต้นฉบับ และสร้างด้วยความ low time preference

โทคีนแกไม่ได้แต่งแค่วรรณกรรมน่ะครับ 555 แต่แกเล่นสร้างจักรวาลขึ้นมาจักรวาลนึงที่มีรายละเอียดเชิงลึกทั้งเหตุการณ์ในไทม์ไลน์ต่าง ๆ ตั้งแต่ยุคของทวยเทพ ในยุคของเอลฟ์ลูกหลานของทวยเทพ มาจนถึงยุคของมนุษย์ในเรื่องราวของ middle earth

ในหนังมันเป็นซูมอินเข้าไปในกรอบเวลาในไทม์ไลน์เล็ก ๆ ของเหตุการณ์ ๆ หนึ่ง ของคนกลุ่มหนึ่งที่ต่อสู้กับเซารอนเองครับ (หนัง 3 ภาคยังเล่าได้แค่นั้น) ถ้าทำหนังจริง ๆ 10 ภาคจะเล่าจบรึเปล่าเถอะ 555

แบบนี้มันเลยยิ่งน่าหงุดหงิดที่พอเป็นหนังฮอบบิตนะ พี่แกแถซะยาวย้วยเป็นไตรภาคได้ ทั้งที่ source material มีจึ๋งเดียว ชิชะ