เมื่อก่อนเราเคยอยากได้มันนะ เพราะตอนนั้นทำงานรัฐวิสาหกิจ แล้วคนที่ได้สิทธิ คือคู่สมรสตามกฎหมาย แต่พอออกมาแล้ว

ไม่ได้รับประโยชน์จากสิทธิอะไรพวกนี้

ก็รู้สึกว่าไม่อยากได้อะไรจากรัฐและไม่ต้องให้กูค่าา

ปล่อยให้ฉันเป็นคนนอกขอบเขตของรัฐเหมือนเดิมเหอะ กูแฮปปี้ดี!

อย่าเอาผลประโยชน์ของพวกแกมายัดเหยียดให้เป็นภาระที่ฉันต้องแบกรับเลย

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ปัญหาของคอมคือ พยายาม push agenda ให้ผู้มีอำนาจในการจัดการปัญหาสังคม แต่จริงแล้ว ปัญหา มันเป็นเรื่องปัจเจก

มีเสรีภาพดีๆ รัฐไม่ได้อยากรู้ว่าเรามีตัวตนเป็ยังไง แต่อยู่ดีๆก็อยากให้รัฐเข้ามากำหนด ควบคุม รู้ว่าเรามีตัวตนแบบใหน ด้วยเหตุผลแค่ว่าเราอยากได้สิทธิ สวัสดิการจากรัฐ เหมือนคนอื่นๆ ที่รัฐกำหนด ควบคุม วางแผนในชีวิตพวกเขาได้

สิทธิลวงตาคน อยากผลักอะไรใช้พนักงานรัฐขับเคลื่อน

อยากให้คนแต่งงาน ผลักสวัสดิการคู่สมรส

อยากให้คนมีลูกผลักสวัสดิการลูก อยากได้กี่คนกำหนดได้อีก 1 คน 2 คน 3 คน ได้หมด

เราก็เป็นผลผลิตนึงของการผลักดันจากรัฐผ่านสวัสดิการพวกนี้

ผมว่าการผลักดันของรัฐหรือมุมมองของรัฐ ในยุครัฐชาติไม่ได้เป็นแบบกฏเพื่อปกครองแบบ เผด็จการ มันเป็นกฏที่นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าหนทาง และ ประชาชนทำลายตัวประชาชนเอง ซึ่งอเจนด้าส่วนใหญ่ มาจากผู้ที่ด้อยกว่า

หากมีเวลาพอศึกษาเรื่องพุทธศาสนาก็จะพบข้อเท็จจริงเรื่องชนชั้นที่มีตามธรรมชาติ

มันคือวัฏจักรทางสังคม

งานเขียนของ Julius Evola ที่ Related กับ Nietzsche คือ เรื่อง Egalitarianism ซึ่งทั้ง Julius Evola และ Nietzsche นั้นปฏิเสธ Free will โดยมองว่า Free will มันสองแง่สองง่าม และ เสรีภาพบางประการไม่ได้นำมาสู่สิ่งที่ดีงาม

สังคมมองว่าความเสมอภาค ทำให้เราใกล้เคียงกัน แต่เราจะใกล้เคียงกันทำไม หากไม่ได้นำมาซึ่งความแตกต่าง

แม้แต่เรื่องของสงครามนั่นแหละ

Egalitarianism ความเสมอภาคนิยม คือ ความตายของเสรีนิยม