จากที่หมาจรจัดตัวนี้ได้มีโอกาสฟังภาษาต่างที่มนุษย์บนโลกใช้สื่อสารกัน โดยหมาจรจัดตัวนี้เติบโตและอาศัยอยู่กับมนุษย์ที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก และมีโอกาสได้ลองศึกษา ภาษา อังกฤษภาษาจีน สิ่งที่หมาตัวนี้พบเจอคือความสวยงามของภาษาไทย มันมีความสละสลวย ยิ่งในเรื่อง กาพย์ กลอน แล้ว ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ไม่สามารถสู้ กาพย์ กลอน ของภาษาไทยได้(ตรงนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว) เพราะ กาพย์ กลอน ของไทยมีมีเรื่องความคล้องจองกันของเสียง ในแต่ละวรรค มาเกี่ยวข้อง และขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งเรื่องความคมคายของความหมาย ประกอบกับความโชคดีที่ ภาษาไทยมีชายขี้เมาคนหนี่งที้เจนจัดในภาษาไทย และกาพย์ กลอน ชายขี้เมาผู้นั้นมีนามว่า สุนทรภู่

ในสมัยที่หมาจรจัดตัวนี้ยังเป็นเพียงแค่ลูกหมาจรจัด ได้ยินข่าว่า ชายขี้เมาท่านดังกล่าวได้รับการยกย่อง จาก Unesco ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ก็มีความสังสัยว่าทำไมแค่คนที่แต่งกลอนได้อย่างเดียว แถมยังขี้เมาเป็นอาจิณ แต่ก็ไม่ได้คิดจะหาคำตอบ จนเมื่อสองสามวันก่อนจะเริ่มคิดหาคำตอบและได้เริ่มอ่านบทประพันธ์ เพียงบางส่วนที่ท่านได้แต่งไว้ ก็จะพบว่าบทกลอนเหล่านั้นประกอบไปด้วยความสละสลวยทางภาษา คือ มีการพ้องกันของเสียงสละ วรรณยุกต์ ในแต่ละวรรค และเมื่อพิจารณาถึงความหมายของบทกลอนก็มีความคมคาย และการเปรียบเปรย หรือ บรรยาย ได้อย่างลึกซึ้ง

"อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก

แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย

แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย

เจ็บจนตายเพราะเหน็บให้เจ็บใจ"

หรืออย่างเช่นอีกบท

"อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

ประเสริฐสุดซ่อนใส่ไว้ในฝัก

สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก

จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย"

อันตัวอย่างทั้งสองโครงกลอนนี้ หมาจรจัดตัวนี้ไม่กล้าบังอาจที่จะตีความให้พวกท่าน เนื่องด้วยสติปัญญาที่ไม่มากพอ อาจจะทำให้ตีความคลาดเคลื่อนไปจากเจตนาของ ท่าสุนทรภู่

จากความสามารถของท่านสุนทรภู่ ทำให้ฉุกคิดขึ้นได้ถึงพลังของการสื่อสารกันของมนุษย์ ในการส่งต่อความหมายที่ต้องการจะสื่อถึงอีกคน ส่งต่ออารมณ์จากตัวผู้ประพันธ์ไปยังอีกคน ไม่ว่าจะด้วยตัวอักร หรือวาจา ท่านสุนทรภู่ ใช้ตัวอักษร ในการส่งต่อแนวคิด คติเตือนใจ จรรโลงโลกด้วยความสละสวยของภาษาและตัวอักษร

และขณะเดียวกันก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นได้อีกว่า ก็มีคนที่มีความสามารถคล้ายๆ ท่าสุนทรภู่ แต่เขาผู้นั้น กลับใช้ความสามารถในการใช้ภาษา ด้วย วาจา โดยการพูด ชักจูงผู้คน ให้เกิความเกลียดชัง สร้างสงครามโลกครั้งที่สอง สร้างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ใครจะไปนึกว่าสิ่งธรรมดา ๆ ที่มนุษย์อย่างพวกท่านใช้อยู่ทุกวันในการสือสาร จะเป็นได้ทั้งสิ่งที่จรรโลงโลกให้สวยงาม ยกระดับจิตใจของมนุษยชาติได้ และขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือที่ทำลายโลก หรือสั่นคลอนต่อความดีงามที่มีอยู่ในตัวมนุษย์.

ผิดถูกประการใดสามารถท้วงติงติชมได้ครับ

#siamstr #สุนทรภู่ #กลอน

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ยังมีบทประพันธ์ของท่านสุนทรภู่ ที่สละสลวย และซ่อนไว้ด้วยความหมายที่คมคาย หมาจรจัดตัวนี้ จะพยายามรวบรวมแล้วนำมาโพส ใต้ โน็ตนี้วันละบท

ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก

สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป

แต่เมาใจนี่ประจำทุกค่ำคืน.

อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ

ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน

แม้องค์พระปฏิมายังราคิน

คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา.

แต่ใจพี่นี้รักทางนักเลง

หมายว่าเพลงดนตรีนี้ดีจริง

ถึงการเล่นเป็นที่ประโลมโลก

ได้ดับโศกสูญหายทั้งชายหญิง

อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป

ย้อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์

ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช

จตุบาทกลางป่าพนาสินฑ์

แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน

ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา

ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ

อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา

ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์

จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง

ต่างนบนอบปลอบหน่อกษัตรา

อย่าโศกาตรอมนักจงหักใจ

อันกำเนิดเกิดมาในหล้าโลก

สุขกับโศกมิได้สิ้นอย่าสงสัย

อันคำคมลมบุรุษนั้นสุดกล้า

เขาย่อมว่ารสลิ้นนี้กินหวาน

จงระวังตั้งมั่นในสันดาน

อย่าลนลานหลงละเลิงด้วยเชิงชาย

กลอนบทนี้มาจากสุภาษิตสอนหญิงของท่านสุนทรภู่

ถึงบางพูดพูดดีเปนศรีศักดิ์

มีคนรักรศถ้อยอร่อยจิตร

แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร

จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา