#วิอาญา #ฎีกาน่าสนใจ

ผู้เสียหายแถลงไม่ติดใจดำเนินคดีส่วนแพ่ง ส่วนคดีอาญาให้เป็นดุลพินิจของศาล มีผลต่อการดำพิจารณาคดีอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายศักดิ์ศิริ ผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า "ไม่ติดใจดำเนินคดีส่วนแพ่งกับจำเลย สำหรับคดีส่วนอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล" ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า การยอมความกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า "ไม่ติดใจดำเนินคดีส่วนแพ่งกับจำเลย สำหรับคดีส่วนอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล" คำแถลงของผู้เสียหายดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางแพ่งเท่านั้น ส่วนที่ผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า "สำหรับคดีส่วนอาญาขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล" นั้น เป็นการแถลงขอให้ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำเลยตามที่เห็นสมควรเท่านั้น มิใช่เป็นการยอมความกัน เมื่อไม่มีข้อตกลงโดยชัดแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในทางอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้เสียหาย และขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ ความผิดดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่พี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ศาลฎีกาเห็นควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง เพิ่มโทษกระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกกระทงละ 1 ปี 4 เดือน ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 24 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7

#หลักที่น่าสนใจ “การยอมความกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้วจะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย” ****หมายถึง ยอมในส่วนอื่นที่ไม่ใช่ทางอาญาจะถือว่ายอมความในคดีอาญาไม่ได้****

#แกะไปเรื่อย #กฎหมาย #ทนายความ #ข้อสังเกต #เรียนจากฎีกา #อาญา #แพ่ง #สาระ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.