ถ้าหากเอาคนที่ใช้ กัญชา บุหรี่ เหล้า กาแฟ เป็นเวลาติดต่อกัน3 ปี มาอยู่ร่วมกันสัก7วันแล้วห้ามคนทั้งสี่คนใช้ กัญชา บุหรี่ เหล้า กาแฟ ที่แต่ละคนใช้มาติดต่อกัน3ปี ใครจะทุรนทุลายมากกว่ากัน

ผมมีประสบการณ์กับ2เรื่องครับ คือ กัญชากับกาแฟ

ผมติดกาแฟมาหลายปี ถ้าวันไหนไม่ได้กินอาการคือปวดหัว มึนตื้อ พอเติมกาแฟก็หายได้ครับ ไม่มีอาการมากไปกว่านี้

สำหรับกัญชา ผมหยุดใช้บ่อยมาก บางที5วัน บางทีครึ่งเดือน คำถามคืออาการมันเป็นยังไง ผมจะบอกว่า มันติดอารมณ์ครับ ติดอารมณ์หมายความว่า ตอนใช้มันฟิน มันดูหนัง ฟังเพลง ได้อย่างผ่อนคลาย ตื่นมานี่เต็มตื่น การนอนเต็มตื่นนั้นเป็นบุญครับ ถามว่าไม่ได้ใช้แล้ว นอนไม่หลับหรือไม่ จะตอบว่าหลับสบายครับ

บุหรี่ผมไม่เคยครับ แต่ทราบจากคนอื่นๆ เวลาจะเลิกไม่ง่ายเหมือนกัน

ส่วนเหล้าผมไม่ติดแต่พ่อผมติดเหล้าและพยายามเลิกหลายรอบ เวลาเลิกนั้นจะคลุ้มคลั่ง ผมกับคนในครอบครัวต้องเฝ้าตลอดเวลา และสุดท้ายพ่อก็เสียชีวิตตอนพยายามหยุดเหล้าครั้งสุดท้ายในวันนั้น

……….

สองอย่างเวลาใช้แล้วไม่แสดงอาการผิดปกติ คือ บุหรี่กับกาแฟ

สองอย่างใช้แล้วอาการเปลี่ยนไปคือกัญชา กับ เหล้า

คำถามคือการเปลี่ยนแปลงอาการของกัญชากับเหล้ามันแตกต่างกันอย่างไรเพื่อว่าเราจะได้พิจารณาข้อเท็จจริง เหล้านั้นคึกอยู่นะครับเวลากินเข้าไปจนถึงระดับหนึ่งซึ่งแล้วแต่ร่างกายของแต่ละคนซึ่งเราเห็นกันบ่อย

ส่วนกัญชานั้นเวลาใช้แล้วอาการมันจะนิ่งครับ อาการนิ่งแบบนี้เวลาคนไม่ใช้กัญชาเห็นเข้าจะถูกตีความในเชิงลบ แต่คนใช้กัญชาแต่ละคนใช้ประโยชน์จากสภาวะนี้แตกต่างกัน เช่น ผมวางแผนงานตอนผมใช้กัญชา เพราะจังหวะนั้นจะนิ่งและสมาธิมา ผมทำแบบนี้มา 5 ปี

…..

1. มันจะมีปัญหาอะไรถ้าคนมันจะกินกาแฟ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

2. มันจะมีปัญหาอะไรกับคนสูบบุหรี่เพราะเขามีที่สูบแบบไม่รบกวนคนไม่สูบ

3. มันจะมีปัญหาอะไรถ้าคนจะกินเหล้า อาการเมาเหล้าแก้ปัญหาร่างกายและจิตใจของคนได้จำนวนมาก ไม่ได้มีแต่โทษ

และเช่นกัน

4. มันจะมีปัญหาอะไรถ้าเราจะให้กัญชาอยู่กับสังคม โดยมีมาตรการควบคุมไม่น้อยไปกว่า บุหรี่และเหล้า

ประเด็นที่ผมโพสก่อนหน้านี้ มีเจตนาเดียวคือ อยากให้ทุกคนเปรียบเทียบกัญชากับสิ่งใกล้ตัวเพื่อมองกัญชาให้ตรงกับข้อเท็จจริง

….

ผมมีงานวิจัยให้ทุกคนอ่านครับ

การจัดลำดับ “ฤทธิ์เสพติด” ของสารเสพติด 6 ชนิด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสารเสพติดประเทศสหรัฐอเมริกา 3 คน พบว่า

ทุกคนเห็นตรงกันหมดว่า ในบรรดาสารเสพติด 6 ชนิดนั้นกัญชามีฤทธิ์เสพติด “น้อยที่สุด ” และ น้อยกว่าหรือใกล้เคียงกับ “กาแฟ”

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญทั้ง3ประกอบด้วย

1) ศาสตราจารย์ Jack E. Henningfield ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเสพติด มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ทำงานให้หลายองค์กรสำคัญเช่น NIDA, FDA, DEA

2) ศาสตราจารย์ Neal L. Benowitz ศูนย์วิจัยยาสูบ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมือง ซานฟรานซิสโก

3) รองศาสตราจารย์ Daniel M. Perrine วิทยาลัยโลโยลา เมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์

งานวิจัยมันบ่งชี้ชัดเจนครับว่า การเสพติดนั้น เหล้า บุหรี่ เสพติดมากกว่า และการเลิก บุหรี่และเหล้าเลิกยากกว่าแน่นอน เมื่อข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้แล้วทำไมเราจะไม่อนุญาตให้กัญชาอยู่กับสังคมในเมื่อเราอนุญาตให้สิ่งที่เลิกยากกว่า เสพติดง่ายกว่า อยู่กับสังคมได้

หากเรากำหนดมาตรการโดยใช้ความกลัวมาตรการนั้นจะผิดเพี้ยนไร้ประสิทธิภาพ แต่เราจำเป็นต้องกำหนดมาตรการจากข้อเท็จจริง เพราะมันจะเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพ

เราจำเป็นต้องกลับมาตั้งต้นให้ถูกต้องครับ

กลางทางและปลายทางจึงจะถูกต้อง

.

#กัญชา #อาณาจักรกัญชา #GalaxyHigh

#Thainostrich #Siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อยากใช้มันไปเรื่อยๆแต่ก็เกรงใจปอดและร่างกายเหมือนกัน

ปลูกมาหอมๆ บ่มชมกลิ่นดอกไม้หลากหลายดี

มีความสุขตรงนี้แหละ

ทุกวันนี้ยังหา limit อยู่ว่าร่างกายเราสามารถใช้มันได้นานขนาดไหน

อย่างน้อยมันก็ทำให้เราอ่อนโยนขึ้น

แต่บางทีมันก็โยโย่เอฟเฟคทำให้หงุดหงิดได้เหมือนกัน

ต้องเน้นไปที่ CBD ครับ เพราะ THC มันมีฤทธิ์เสพติด

อยากให้ดีต่อปอด ก็ใช้ต้ม หรือ สกัดเอาน้ำมันมาใช้ครับ

Awesome 👍

ในอนาคตพอเบียร์คราฟแพร่หลาย เราจะได้เห็นพวกสื่อกระแสหลักออกข่าวโจมตีว่าคนเมาเหล้าคราฟก่อความเดือดร้อนเพื่อให้รัฐหาเรื่องเข้ามา regulate แน่นอนครับ อย่างกัญชาช่วงนี้น่าจะอยู่ในเฟสของการ re-regulate เพื่อควบคุมพวกรายย่อย มันคือพฤติกรรมที่รัฐทำมาตลอดกับทุกธุรกิจ

Boom > media attack > regulate