ทัวร์จะลงไหม...? 😅

"โปรเจคคริปโต คือระบบเงินเฟียตแบบย่อส่วน"

.

จุดเริ่มต้นของโปรเจคคริปโตล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากจุดประสงค์ที่ดี

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน เช่นเดียวกับรัฐบาลที่มุ่งแก้ปัญหาของประชาชน และสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนๆกันคือ อำนาจที่รวมศูนย์จากการตัดสินใจโดยคนกลุ่มเดียวนั้น

ทำให้การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียว สามารถสร้างผลกระทบต่อไปเรื่อยๆ ได้อย่างไม่จบสิ้น

.

เมื่อมีการโครงการเกิดขึ้น มันจำเป็นต้องอาศัยเงินทุน

ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีสกุลเงินดิจิทัลหรือโทเค็นเกิดขึ้นในระบบ

สิ่งที่น่าสนใจคือ กลไกและนโยบายการเงินของโทเค็นเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นโดยผู้สร้างโปรเจคเอง ว่าจะนำไปใช้อย่างไร

ซึ่งหากทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผนเริ่มต้น

ผู้เข้าร่วมก็ย่อมตระหนักถึงความเสี่ยงที่พวกเขาสามารถยอมรับได้

.

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือ โปรเจคมักปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์อยู่เสมอ

และบางส่วนของการปรับเปลี่ยนก็กระทบต่อรายได้ของผู้ใช้งาน

อาทิเช่น การขายไอเทม ที่ให้รับผลตอบแทนมากขึ้น

การแจกไอเทมที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ให้กับทีมงาน หรือ ผู้ใช้งานใหม่ หรือ แม้กระทั่งการ Staking ที่ทำให้ผู้ถือโทเค็นจำนวนมากได้รับผลตอบแทนเพิ่มโดยไม่ต้องลงแรง

ขณะที่คนอื่นๆต้องสร้าง Productivity ของตัวเองเพื่อให้ได้โทเค็นมา

.

เมื่อถึงจุดหนึ่ง กลุ่มที่ถือโทเค็นจำนวนมากและได้รับผลตอบแทนฟรีๆเหล่านั้น ก็จะทำการเทขายทิ้งเพื่อเก็บเกี่ยวรายได้ ในทุกราคา โดยที่พวกเขาไม่ได้รู้สึกเสียดาย เพราะไม่ต้องใช้ความพยายามในการหามันมา

.

หากระบบดูเหมือนจะไปต่อไม่ได้

ผู้ดูแลก็สามารถเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ได้อย่างเผด็จการ เพื่อความอยู่รอด

โดยไม่สนใจว่าผู้ใช้งานจะได้รับผลกระทบ หรือ ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง

.

#siamstrupdate #บิตคอยน์ #เศรษฐกิจ #คริปโต #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

แล้วถ้าคลิป พ รี่ โ ต น่ะนับมั้ยครับ

ใช่แล้ว

แต่มี ส่วนที่ทำงานได้ดีกว่า Fiat นั่นคือ smart contract

เพราะ smart contract นั้นคือตัวที่แสดงความชัดเจน ว่ากฎเกณฑ์ของ crypto ตัวนั้นเป็นอย่างไร สิทธ์ และ อำนาจอยู่ในมือของใคร ยังไง ตอนนี้ใครถือมากน้อยเท่าไร และ สร้างเพิ่มได้มั้ย ยังไง

เราในฐานะผู้ใช้งาน เราเลือกได้ว่าจะไปต่อกับ smart contract ตัวไหน และ เลือกได้ว่า smart contract ตัวไหน ไม่เหมาะกับเรา

และเมื่อเขียนกฎลง smart contract บันทึกลง blockchain มันก็จะเป็นไปแบบนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้อีก (เว้น proxy implementation ที่ upgrade ได้ภายหลัง)

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ transparency เพราะว่า public blockchain เราจึงสามารถตรวจสอบ และเฝ้าติดตามได้ทุกการกระทำ ในทุกๆ token ที่สร้างขึ้นมา ซึ่งแตกต่างจาก Fiat ค่อนข้างมาก เพราะต้องเชื่อใจเอาอย่างเดียว ถึงมี Audit เราก็ต้องไปเชื่อใจ Audit อีก สุดท้ายก็แตกตอนจบได้ง่ายๆเลย ทั้งที่ audit มาตลอดทาง แต่ว่า crypto เราคือคน audit เองได้ตลอดเวลา ดังนั้น ก็ไม่ต้องเชื่อใจใครอีกต่อไป ส่วนเรื่องการ mint เพิ่ม ถ้าทำโดยไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ ก็จะโดนเท ทำให้ project ตายได้ในเวลาข้ามคืนได้เลย

และถ้าคุณได้เข้ามาลองใช้งานใน #DeFi จะพบอีกเรื่องนึง ก็คือ "ไม่มีการกู้ยืมเกินกว่าหลักประกันแบบ Fiat" (ยกเว้นการกู้ยืมเพื่อไปเปิด position ในระบบปิด ซึ่งสามารถ leverage เกินกว่า ที่เรามีหลักประกันได้ แต่ว่าจะ isolate อยู่ในระบบปิดเท่านั้น ถ้าขาดทุนจน liquidate จะเป็น zero sum game เสมอ) ดังนั้น ทุกคนที่ต้องการกู้จะต้องมีหลักประกันเกินว่ามูลค่าที่กู้ยืมตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นกระบวนการ Liquidate จะเกิดขึ้นทันที

และแน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นไปตามการทำงานของ Smart contract นั่นเอง

ดังนั้น ผมว่ามันคือการจำลองระบบการเงิน การธนาคาร เข้ามาไว้ใน smart contract กันเลยทีเดียว