อาจจะดูเหมือนอยู่กันคนละโลก แต่กลุ่มคนที่มี potential to be a Bitcoiner ที่ผมเจอคือ ฮิปปี้
ผมมีรุ่นน้องที่สนิทกันมากๆ ที่ทุกวันนี้ไปเปิดร้านขายน้ำชาอยู่ในป่าไผ่ของเชียงใหม่ อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูล ปรับจูนทางจิตวิญญาญาณให้คนที่หลงทาง (ผมก็เป็นคนนึงที่ถูกช่วยไว้) ...
-
ย้อนกลับไปสักสองปีที่แล้ว ผมได้พบกับประสบการณ์ทาง Spiritual บางอย่าง , เป็นความรู้สึก Awakening ตื่นรู้ ตื่นตัว หลังจากตามอ่านตามดูเรื่องบิทคอยน์มาเป็นเดือนๆ ความรู้สึก ณ วินาทีนั้นอาจจะเรียกได้ว่า Sublime คืออบอุ่น อิ่มเอม มีความสุขจนร้องไห้ ได้รู้แล้วว่าชีวิตเกิดมาทำไม
เราผ่านช่วงเวลาสามสิบปีบนโลกมนุษย์เพื่อมาประสบพบเจอกับโมเม้นต์นี้ รู้สึกขอบคุณสรรพสิ่ง ขอบคุณทุกเหตุการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายที่ทำให้เราได้เจอกับมัน
-
กลับมาเมื่อต้นปีนี้ หลังจากที่ไม่ได้เจอน้องฮิปปี้คนนี้มานาน มีโอกาสที่มันได้ลงมา กทม. เลยได้นั่งจิบกาแฟคุยกัน
ตลกมาก คำแรกที่มันคุยกับผมคือ “พี่ ช่วงนี้ผมสนใจบิทคอยน์.. ในแง่ Spiritual”
มันช่วยยืนยันความคิดของเราว่า เหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนเราไม่ได้คิดคนเดียวนี่หว่า เรื่องแบบนี้มันมีคนคิดเหมือนกันนะ
ในมุมมองฮิปปี้ คิดว่าบิทคอยน์มันมีความเป็นนามธรรมสูงมาก มีปรัชญาเบื้องหลังในแง่ความจริงหนึ่งเดียวของจักรวาล
การกลับไปสู่รากเหง้าของมนุษย์ ความเป็นอิสระจากพันธนาการของรัฐ ความที่สามารถ #Escapethematrix ได้อย่างแท้จริง
โดยส่วนตัว ณ ปัจจุบัน เรามองบิทคอยน์ในฐานะ Greter Power บางอย่างที่เป็นเครื่องยืดเหนี่ยวจิตใจ คอย Shape ให้ชีวิตเราเข้าร่อยเข้ารอย คอยย้ำเตือนเราว่าเวลามีค่ามากแค่ไหน
หลายคนมองว่า End game ของบิทคอยน์อาจจะจบลงที่เป็นเงินของโลก แต่ผมมองว่า ถึงแม้วันนี้จะยัง แต่ปลายทางของบิทคอยน์ คือศาสนา 🙂
#ExitTheMatrix
#EscapeTheMatrix
#ThaiNostrich #Siamstr