Replying to Avatar chontit

GM #siamstr 🌅

ค่าฟีในช่วงนี้ .. มันทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาประมาณ 2 ปีก่อน ที่เด็กน้อยคนนึงกำลังปลาบปลื้มใจที่ได้รู้จักการเก็บบิตคอยน์จริง ๆ บน Cold Storage เป็นครั้งแรก ๆ 🧡😊

ประกอบกับตอนนั้นมีกระดานเทรดหนึ่งที่ทำตัวเหมือนว่าเป็นพ่อพระนิสัยดี .. ให้ถอนบิตคอยน์ Onchain "โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมแม้แต่ satoshi เดียว"

ผลที่ตามมาก็คือ ... เราจะ stack sat ครั้งละ 500 ครั้งละ 1000 บาท เราก็จะโอนตรงยาวจนเข้าไปอยู่ใน UTXO เรียบร้อย ใน Wallet เดิมของผมมันเลยประกอบด้วย UTXO ขนาดเล็ก ๆ เต็มเลย 5555 🤣

วิธีการที่ผมใช้ในตอนนั้นก็คือ ..

ซื้อ BNB/BUSD ที่ Satangpro -> โอนไป FTX ผ่าน BSC -> Convert BNB/BUSD เป็น BTC ที่ FTX -> โอน BTC จาก FTX เข้า Cold Wallet (ฟรีค่าธรรมเนียม)

=============

จนกระทั่งความรู้ได้ถูก Upgrade จากจารย์ต๊ำใน CDC Bitcoin talk ช่วงประมาณตอนที่ 51-56 ที่เป็นรายละเอียดการทำงานเชิงเทคนิคอลทั้งหมด

ผมจึงเริ่มเข้าใจว่า UTXO มันทำงานยังไง, ทำไมค่าธรรมเนียมการโอนโดยมี Input 1 UTXO กับการโอนโดยมี Input 5 UTXO มันถึงไม่เท่ากันวะ?

ณ วินาทีนั้นผมมองเห็นเลยว่า .. ถ้าในอนาคตค่าฟีมันแพงมาก ๆ UTXO หลักหมื่นแซตของเรา มันจะเอาออกมาใช้ไม่ได้ เพราะส่วนที่จ่ายค่าฟีมันไม่พอ 5555

แต่ตอนนั้นมันมองไม่เห็นภาพหรอก เพราะค่าฟี 1 sat/vB ก็ได้รับการยืนยันในเวลาไม่เกิน 2-3 Block (และเป็นแบบนั้นทั้งปีอยู่หลายปี)

และใครที่สังเกต CDC Bitcoin talk ในตอนปัจจุบัน .. อาจารย์จะพูดเสมอว่า "ค่าฟีออนเซนมันควรต้องแพง .. ไม่งั้นไมเนอร์อยู่ไม่ได้ และคนใช้งานบิตคอยน์ที่โอนจ่ายครั้งละน้อย ๆ ก็จะใช้งานบน Lightning Network กันแทน" ซึ่งสังเกตจากค่าฟีเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ 85,890 sats/tx (600-30,000 sats/vB) ซึ่งแพงมากกกกกกเลยยยยยยยย 🫠

ถือว่าโชคดีที่รู้ตัวเมื่อยังไม่สาย ผมเลยตัดสินใจรวมธุรกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นธุรกรรมใหญ่ในช่วงค่าฟียังต่ำ ๆ อยู่ (1.03 sat/vB) ซึ่งแน่นอนว่าจ่ายค่าฟีไปหลักพันแซตเหมือนกันนะ (พูดเหมือนเยอะ)

=============

หลาย ๆ คนที่เข้ามาใหม่ในช่วงนี้อาจจะเกิดความสงสัยว่า "ทำไมไม่ใช้ Lightning" ในการ stack sat นะ ?

คือ .. เมื่อ 2 ปีก่อนนั้น คนที่จะใช้ LN ได้ก็เห็นจะมีแต่พี่เดชา พี่ตี๋ พี่ก่อน หรือต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถขั้นสู๊งงงงง..สูง และต้องมี LN Node ของตัวเองด้วย 🥹

แม้กระทั่ง LN Wallet แบบ Custodial (เช่น WOS, Alby) ยังหาผู้ให้บริการยากเลย ไม่ต้องพูดถึงแบบ Non-Custodial Wallet ที่เราเก็บคีย์เอง 5555

=============

สรุปว่า โน๊ตนี้ให้ประโยชน์อะไรกับผู้อ่านวะ .. อ่านเองยังงงเองเลย 5555

จุดประสงค์เดียวก็คืออยากบอกว่า "อย่าให้ขนาดของ UTXO ใน wallet ของเรามันเล็กเกินไป .. ไม่งั้นจะกลุ้มใจตอนได้ใช้งานบิตคอยน์" แค่นั้นครับ 🧡🙏

GM ครับ เรื่อง utxo นี่ยังไม่ค่อยเข้าใจครับ 555+

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

Morning ครับผม

UTXO เหมือนจะเข้าใจง่าย ๆ แต่ก็ไม่ง่าย 5555

https://rightshift.to/2022/siraphop/2989/

มีบทความในไรท์ชิฟต์ครับ

เคยเข้าไปอ่านอยู่ครับพี่แต่เหมือนจะเข้าใจแต่ งงๆ 555+

อารมณ์แบงก์ใหญ่กับแบงก์ย่อยน่ะแหละ

แบบนี้เห็นภาพขึ้นอีกเดี๋ยวไปอ่านใหม่ยังไงจะมาถามนะครับ 😁☕☕☕

แบงค์ใหญ่/แบงค์ย่อย ... แต่ให้นึกเพิ่มเติมอีกนิดว่า การใช้แบงก์แต่ละแบงก์จะมีค่าธรรมเนียม

ถ้าใช้แบงก์ใหญ่ใบเดียวเลย เช่น ซื้อของ 450 ใช้แบงก์ 1,000 จ่าย แม่ค้าก็รับพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย และทอนเงินให้เราเป็นแบงก์ใบเดียวขนาดเกือบๆ 550

ถ้าบังเอิญมีแต่แบงก์ย่อยเต็มเป๋า เช่น ซื้อของ 450 บาท แต่เรามีแต่แบงก์ 20 เราก็ต้องใช้ทั้งหมด 23 ใบ ... แม่ค้าก็รับปกตินะ แต่ค่าธรรมเนียมมันคิดต่อแบงก์ ยิ่งใช้จำนวนหลายใบยิ่งจ่ายค่าธรรมเนียมรวมแพงขึ้น แต่สุดท้ายตังค์ทอนให้เราก็เป็นแบงค์เดียวเหมือนเดิม (ขนาดเกือบ ๆ 10 บาท)

อ่านแล้วคงงงกว่าเดิม 5555

ค่าธรรมเนียมแยกกันในแต่ละแบงก์ หมายความว่าจ่ายแบงก์ใหญ่ดูคุ้มกว่าในกรณีนี้ เพราะเอาแบงก์เล็กมารวมกันให้ถึงมันโดนค่าธรรมเนียมแยกกันทุกใบแต่ใบใหญ่โดนแค่ใบเดียว ประมาณนี้ไหมครับพี่

ใช่เลยครับ

แต่มันไม่ได้แยกในรูปแบบ 23 UTXO แล้วค่าฟรีจะเพิ่ม 23 เท่านะครับ

มันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในแต่ละ UTXO ตามข้อมูลที่ address ไปหา UTXO ใน Tx นั้นเฉยๆ

ทำให้ความยาวของ Tx มันยาวขึ้น -> ใช้พื้นที่มากขึ้น -> ค่าฟีเลยแพงขึ้น

ครับผม