พระพุทธเจ้าเคยกล่าวกับเราไว้ว่า พวกเราทั้งหลายนั้นเคยหลังน้ำตากันมาแล้วมากมายพอ ๆ กับน้ำที่มีอยู่ในมหาสมุทร
มา.. ;)
น้ำในมหาสมุทรมีปริมาตรเฉลี่ย 1,365 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร หรือ 1.365 x 10^21 ลิตร (1,365 ล้านล้านล้านลิตร)
มนุษย์อย่างเรา ๆ หลังน้ำตากันครั้งละ 15 มิลลิลิตร หรือ 0.015 ลิตร
เมื่อนำมาหารกันจะเท่ากับว่าพวกเราแต่ละคนร้องไห้กันมาแล้ว 9.1 หมื่นล้านล้านล้านครั้ง เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยของอายุไขมนุษย์ปัจจุบันที่ 75 ปี หรือ 27,375 วัน และอนุมานว่าพวกเราร้องไห้กันในทุก ๆ วัน ก็จะเท่ากับว่าเราได้ตายเกิดกันมาแล้วประมาณ 3.3 ล้านล้านล้านครั้ง ต่อ คน (อาจจะมากกว่าในกรณีที่เราไม่ได้ร้องไห้ทุกวัน)
ซึ่งถ้าอิงจากคำพูดที่ว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยอยู่เสมอ และด้วยจำนวนครั้งของการตายเกิดที่มากมายเกินกว่าความยาวนานของประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติจะมีการบันทึกเป็นหลักฐานเอาไว้
จึงมีความเป็นไปได้ว่าพวกเราอาจจะเคยผ่านประสบการณ์ของการเกิดและได้อาศัยอยู่ในช่วงเวลาที่ “เฟียต” กำลังครองโลกกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบการตายเกิดของเรากับการต้องหลังน้ำตาในปริมาณที่มากกว่าน้ำในมหาสมุทร และเป็นไปได้ที่หลาย ๆ ครั้งที่พวกเราจะต้องอาศัยอยู่อย่างทุกข์ทนในโลกของระบบเฟียต เคยมีสิ่งประดิษฐ์ที่คล้ายคลึงกันกับ “บิตคอยน์” เช่นเดียวกันกับที่เรามีมันในทุกวันนี้ เคยผ่านมือเราและเคยถูกพวกเราใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับระบบเฟียตกันมาแล้ว
มันจึงเป็นไปได้ว่า แม้จะผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานจนพวกเราไม่หลงเหลือความทรงจำทางกายภาพอีกต่อไป แต่ผ่านจิตวิญญาณที่อาจจะหลงเหลือเศษเสี้ยวของประสบการณ์แบบนั้นอยู่ นั่นจึงทำให้พวกเรา มีความเข้ากันได้กับสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าบิตคอยน์ได้อย่างน่าประหลาดใจ ในขณะที่ใครหลาย ๆ คนยังคงไม่เขาใจถึงมัน และยังคงเชื่อมั่นว่าระบบเฟียตยังคงเป็นสิ่งที่ดี
อ่าห์... กาวโคตร... ขออภัยคนที่หลงเข้ามาอ่านด้วยครับ, ทำงานเครียด ๆ เลยลองหาอะไรคำนวณเล่นดูหลังเลิกงาน ไม่คิดว่าจะเตลิดมาไกลขนาดนี้ 555 ฟุ้งโคตร ๆ
http://www.anakame.com/page/1_Sutas/300/345_Sutas.htm
#Siamstr