
ทุกวันนี้ พ่อแม่หลายคนจะพูดแซวๆกันว่า
พวกเขาให้ tablet ช่วยเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับลูกของตัวเอง
.
(ถ้าเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมี tablet
ทีวีก็ถือเป็น “พี่เลี้ยง” ประจำยุคสมัยนั้น)
.
แต่ไม่ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะก้าวหน้าไปขนาดไหน
“พี่เลี้ยง” คนหนึ่งที่ช่วยดูแลลูกของหลายๆบ้านมาตลอด
(แต่อาจจะไม่ถูกพูดถึงบ่อยนัก) คือสัตว์เลี้ยงครับ
.
สัตว์เลี้ยงไม่เพียงแค่ตอบโจทย์เด็กๆ
ในด้านความสนุกสนานเท่านั้น
แต่ยังสามารถตอบโจทย์ในเรื่อง…
.
การสอนให้เด็กๆมีความรับผิดชอบ
(เช่น ต้องให้อาหารในทุกๆวัน)
มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น
(เช่น ต้อง “อ่านภาษากาย” ของสัตว์เลี้ยง
เพื่อจะได้รู้ว่าเขาไม่ชอบให้สัมผัสบริเวณไหน)
แถมยังช่วยเด็กๆในด้านอารมณ์ความรู้สึกอีกด้วย
(เช่น น้องหมาเดินมานอนหมอบใกล้ๆเวลารู้สึกเสียใจ)
.
ซึ่งในเรื่องของผลกระทบของสัตว์เลี้ยง
ที่มีต่ออารมณ์ความรู้สึกของเด็กๆนั้น
มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น
แต่มันยังสามารถส่งผลในระยะยาวจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้เลยทีเดียว
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
เด็กที่กอดสัตว์เลี้ยงบ่อยๆจะ “ซึมซับ” ความรู้สึกปลอดภัย
ความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
ส่งผลให้เขามี “ต้นทุนทางใจ” ที่ช่วยให้
การสานสัมพันธ์กับคนอื่นเป็นไปได้ง่ายขึ้นในอนาคต
.
เด็กที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะโตขึ้นมา
และมีความเข้าอกเข้าใจในผู้อื่นตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
เพราะเขาคุ้นชินกับการเข้าใจความรู้สึกและ
ความต้องการของสัตว์เลี้ยง (ซึ่งสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้) มาเยอะ
ฉะนั้น พอเขามีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
(ซึ่งสื่อสารด้วยคำพูดได้) มันยิ่งง่ายขึ้นที่เขาจะ
เข้าใจความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
.
เป็นต้น
.
ด้วยเหตุนี้
มันจึงไม่น่าแปลกใจที่ครอบครัวจำนวนมากจะพูดกับลูกว่า
สัตว์เลี้ยงภายในบ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงเท่านั้น
แต่ยังเป็นเหมือนกับ “พี่” หรือ “น้อง” ของลูกอีกด้วยครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.3390/bs12040109
https://doi.org/10.3390/ijerph14030234
https://doi.org/10.3390/ani15081143
https://doi.org/10.3390/ijerph14050490
https://doi.org/10.1186/s12887-024-05049-7
https://doi.org/10.3390/ijerph16050758
https://doi.org/10.54254/2753-7064/7/20230887
#จิตวิทยา #siamstr