เพราะว่าเมื่อรัฐเพิ่มปริมาณ supply ของเงินเข้ามาในระบบ ผู้ที่ถือครองเงินในหน่วยของรัฐ จะถูกลด purchasing power คือ เขาอาจจะได้ปริมาณเงินที่ถือครองเพิ่มขึ้นผ่านกลไกของการขึ้นค่าแรงหรือเงินเดือน แต่ purchasing power มันไม่ได้เพิ่มตามขึ้นมาด้วย ส่งผลให้เมื่อมีการจับจ่ายเขาต้องใช้ปริมาณเงินมากขึ้นกว่าเดิมในการที่จะได้สินค้าชิ้นเดิมที่เขาเคยซื้อ สิ่งนี้สงผลให้เขาไม่เหลืออะไรให้เก็บออมแม้แต่ในหน่วยของรัฐ อย่าว่าแต่เก็บออมเป็นอย่างอื่นเลย
ผมมองว่า ต้องแก้ปัญหาของการสูญเสีย purchasing power ที่เกิดจากการถือครองเงินที่ออก และควบคุมปริมาณ supply ได้โดยรัฐ ด้วยการเก็บออมในเงินที่มี supply จำกัด และควบคุมไม่ได้อย่างบิตคอยน์ โดยค่อย ๆ แบ่งเศษที่เหลือจากการใช้จ่ายมาออม
และอาจจะต้องทำงานให้หนักขึ้นหรือไปพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ก็นั้นแหละเหมือนหาเงินแข่งกับการพิมพ์เงินของรัฐ แต่ก็คงต้องทำแบบนั้น
และมันก็เหมือนกับเรื่องของสุขภาพ เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่บนพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพมานานหลายปี การเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ มันต้องใช้เวลากว่า 4-10 ปี ในการฟื้นฟูสภาพของเซลล์ในร่างกาย
การที่ผู้คนอยู่กับระบบที่ทำลายสุขภาพทางการเงิน การเก็บออมในหน่วยที่เสื่อมค่าอยู่ตลอดเวลา แล้วเพิ่งจะเริ่มปรับเปลี่ยนมาเก็บออมในเงินที่ไม่เสื่อมค่า ก็ต้องใช้เวลาในการเก็บออมที่ยาวนานกว่า 4-10 ปี ผลของการออมถึงจะเริ่มเห็นผล
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีทางลัด และปัญหาคือทุก ๆ คน อยากจะได้ทางลัด
#ThaiNostrich #Siamstr