
หลายคนที่มีแฟนมีความเชื่อว่า
หากพวกเขา “พยายามให้มากพอ”
พวกเขาก็จะเปลี่ยนแฟนของตัวเองได้
.
แต่สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ
ต่อให้การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริงๆ
มันก็ไม่ได้มีปริมาณที่เยอะเท่าไหร่นัก
แถมความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับแฟน
ก็มีแนวโน้มที่จะ suffer อีกด้วย
.
เพราะเมื่อพวกเขาพยายามเปลี่ยนแฟน
แฟนก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความคิดขึ้นมาในใจว่า…
.
“เธอไม่ยอมรับฉันอย่างที่ฉันเป็น”
“เธอไม่ได้ชอบที่ฉันเป็นฉัน”
“ตัวฉันที่เป็นอยู่ในตอนนี้ยังดีไม่พอสำหรับเธอ”
.
ยิ่งไปกว่านั้น การพยายามเปลี่ยนแฟนของพวกเขา
มันยังเป็นการละเมิด need for autonomy
(ความต้องการที่จะกำหนดทิศทางชีวิตตัวเอง) ของแฟนอีกด้วย
.
ไม่แปลกใจเลยครับที่แฟนของพวกเขา
จะรู้สึกกดดัน เสียใจ น้อยเนื้อต่ำใจ โกรธ ฯลฯ
จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับแฟน suffer
.
จริงอยู่ครับว่า คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้
.
ตัวผมเองที่ทำงานเป็นนักจิตวิทยา
ก็ได้มีโอกาสมองเห็นความเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นในตัวผู้รับบริการของผม
มาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
.
แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างกรณีของผม
กับกรณีของคนที่พยายามเปลี่ยนแฟนตัวเองก็คือ…
.
ในกรณีของผมนั้น
ผู้รับบริการที่มาเจอผมเขาต้องการ
ที่จะเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเขาเอง
.
แต่ในกรณีของคนที่พยายามเปลี่ยนแฟนนั้น
หลายครั้ง ตัวแฟนเขาไม่ได้อยากเปลี่ยน
.
แน่นอนครับว่า ผมไม่ได้ต้องการที่จะสื่อว่า
ทุกคนที่มีแฟนจะต้องพอใจกับทุกอย่างในความสัมพันธ์
.
หรือต่อให้มีอะไรบางอย่างที่ไม่พอใจ
ก็ต้องรูดซิปปากเก็บเงียบไปหมดทุกเรื่อง
.
แต่มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆครับว่า
เวลาที่เราสื่อสารพูดคุยกับแฟน
ด้วยใจที่ไม่มีความเข้าอกเข้าใจและ
ไม่เคารพ need for autonomy ของแฟน
มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกับเวลาที่เรา
สื่อสารพูดคุยกับแฟนด้วยใจที่มีความเข้าอกเข้าใจ
และเคารพ need for autonomy ของแฟนมากเลยครับ
.
…ต่อให้เราจะใช้คำพูดในการสื่อสารพูดคุยกับแฟนที่เหมือนกันเป๊ะๆเลยก็ตาม
#จิตวิทยา #siamstr