#siamstr
" ไอ่ยอด มึง อย่าทำแบบนั้น อายคน "
" ทำไมมึงไม่ทำแบบนั้นวะ คนอื่นเขาก็ทำ "
" มึงดูชิวนะ ทำไมไม่เครียดเหมือนคนอื่นเขา "
" เกิดเรื่องแบบนั้นไม่เสียใจหรอ "
ผมฟัง คิ้วขมวดเป็นซันจิ ตอบไปสั้น ๆ ว่า
' ก็กุสบายใจแบบนี่นิ '
.
ผมนึกสงสัยมาน๊านนาน เคยคุยกับยูนะครั้งนึง
เราคุยกันว่าทำไมทุกวันนี้ คนรุ่นเดียวกันถึงไม่มีความสุข
ทำไมถึงขี้วีน ทำไมไม่ใจดีต่อกัน ทำไมซึมเศร้าเยอะ
ยูนะกับผมเห็นพ้องตรงกันว่า แม้วัยรุ่นทุกวันนี้โหยหาเสรีภาพทางการเมือง
แต่เขาไม่เคยโหยหาเสรีภาพที่ไร้พันธนาการจากคำตัดสินจากคนในสังคมเลย
จะทำอะไรก็กลัวสังคมด่า จะทำอะไรก็กังวล
เอาชีวิตตัวเองไป rely กับคำพูดที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
เอาง่าย ๆ คือกลัวว่า " งื้อ สังคมจะมองเรายังไง "
จนไม่เป็นอันทำอะไร จนไม่เป็นตัวของตัวเอง.
( ทั้งที่เราอยู่กับตัวเองไปตลอดชีวิตนะ )
หนังสือนี้ผมได้รับจากพี่นิวเป็นของขวัญในวันรับกาวน์
ผมขอขอบคุณพี่นิวมาก ๆ จริง ๆ ครับ
เล่มนี้เขียนโดยคนเกาหลี จริง ๆ ผมสังเกตมานานแล้วว่า
ในประเทศที่ล้มเหลวในการหาความสุขเช่นเกาหลีเนี่ย
( โดยมากมักเกิดกับประเทศที่มี Identity crisis หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 )
จะมีหนังสือ howto ค่อนข้างเยอะ
เล่มนี้คือเล่มที่อธิบายสิ่งที่ผมคุยกับยูนะในคืนนั้นได้ทั้งหมด.
แต่ใจความหลักคือดังนี้ #ไม่ได้ใช้AIเขียน
.
:ทุกวันนี้ เราใช้ชีวิตโดยค่านิยมว่าให้ฟังสังคม มากกว่า เสียงในใจตัวเอง:
.
เมื่อมีใครสักคนผิดแปลกไปจากสังคมแค่นิดเดียว
ก็จะนำมาซึ่งโลกที่คอยจับผิดกัน ( ทำทำไม )
โลกจึงเต็มไปด้วยความความกังวล อิจฉา ความเย็นชา
ปากหมา เหยียดหยาม ใจร้ายต่อกันและกัน ----
.
ทีนี้เราไม่จำเป็นต้องกลายเป็น 1 ในสิ่งเลวร้าย เราไม่ต้องคอยจับผิดใคร
เราสามารถเป็น 1 แสงความดีที่เกิดขึ้นในความมืดมิดนี้ได้ --
แค่ปิดหู เลิกฟังสังคม แล้วเริ่มฟังเสียงจากข้างในใจตัวเอง...
จงฟัง ฟังแล้วคิด คิดแล้วจงเข้าใจ
เมื่อเข้าใจ ก็ลองทำตามเสียงปราถนาในใจตัวเอง ใช้เวลาเรียนรู้ตัวเองบ้าง
; เริ่มใช้ชีวิตอยู่ = >เพื่อสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อตัวเอง นั่นคือเพื่อตัวของคุณเอง ;
ไม่มีประโยชน์ที่ต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นให้ใจเราทุกข์เปล่าๆ
หันมาเปรียบเทียบแค่ตัวคุณในอดีต เทียบกับคุณในตอนนี้
คุณจะเห็นว่าแค่คุณเก่งกว่าตัวเองเมื่อวาน
แค่นี้ความสุขก็เกิดขึ้นในใจแล้ว
ทำให้คุณมีความสุขกับการพัฒนาตัวเองไปทุกวัน
จนคุณพัฒนาตัวเองไปได้มาก โดยศักยภาพไม่ถูกจำกัดไว้ด้วยคำนินทา
ไม่ถูกจำกัดไว้ด้วยคำตัดสินจากสังคม
คุณจะพบว่าคุณโคตรเก่งและทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคาดไว้
มากกว่าคำที่ตัดสินคุณที่ออกจากปากสังคมกรัง ๆ ที่เคยพูดกดคุณไว้เสียอีก
.
ไม่มีคนดีหรือคนที่มีสภาวะปกติที่ไหนจะตัดสินหรือพูดกดคนอื่นพร่ำเพรื่อหรอก
.
เมื่อหันกลับมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง
คุณได้พัฒนาตัวเองและส่งต่อความดีอะไรให้โลกใบนี้ได้มากมาย.
แต่คนที่ยังสนุกกับการด่าและตัดสินคนอยู่ทุกวัน
ผ่านไป10ปี เขาก็ยังทำแบบนั้น และไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนเดิม
คุณจึงได้เข้าใจว่า ยิ่งคุณมัวแต่หวาดกลัวคำตัดสินจากสังคม
ที่ก็ไม่เห็นว่ามันจะเก่งตรงไหนนอกจากปาก
รังแต่จะทำให้คุณพลาดโอกาส เสียเวลาในการพัฒนาชีวิตตัวเอง
เสียเวลาที่จะมีความสุขด้วยตัวเอง ที่น่าจะทำได้ตั้งนานแล้ว
เมื่อใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ความรักบริสุทธิ์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในใจคุณ
คุณจะดึงดูดคนที่ใช้ชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และมีรักบริสุทธิ์นั้นไว้เหมือนกัน
เมื่อนั้นความรักก็ไม่ใช่เรื่องยาก คุณจะพบว่าการส่งต่อสิ่งดี ๆ
ให้กันและกันเป็นเรื่องปกติ บันทึกเด็กดีจะเกิดขึ้นในใจ
ความดีงามทางศีลธรรมจะตามมาเอง
โลกน่าอยู่ขึ้นทันตา
ไม่ได้เกิดจากคุณได้ใช้ชีวิตเพื่อโลก
แต่ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง.
