
หลายคนไม่ชอบที่เข้าไปพัวพันกับ
ประเด็นดราม่าความขัดแย้งของคนอื่น
.
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังพบว่า
ตัวเองเข้าไปพัวพันกับประเด็นดราม่า
ความขัดแย้งของคนอื่นอยู่ดี
.
เพราะคนที่จุดประกายสร้างดราม่าเขายื่นคำขาดมาว่า
“ถ้าเธอไม่เข้าข้างฉัน ก็แสดงว่าเธอเป็นศัตรูกับฉัน” และ
“ถ้าเธอเป็นเพื่อนที่ดี เธอก็ควรจะ support ฉัน ไม่ใช่อยู่นิ่งๆเฉยๆ”
.
พวกเขาไม่อยากให้ตัวเองมีเรื่องกับคนที่จุดประกายสร้างดราม่า
พวกเขาจึงจำใจพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับประเด็นดราม่าความขัดแย้งนี้
.
ในสถานการณ์แบบนี้ คนนอกอาจจะมองว่า
“ถ้าไม่อยากเข้าไปยุ่ง ก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งสิ!
และถ้าจะมีใครโกรธที่เราไม่เข้าไปยุ่ง ก็ปล่อยเขาสิ!”
.
อย่างไรก็ตาม ของแบบนี้มันเข้าข่าย “พูดง่ายทำยาก”
.
เพราะในหลายๆกรณี
คนที่จุดประกายสร้างดราม่าเป็นคนที่ “เสียงดัง”
.
หากเราเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่ง
และทำให้คนที่จุดประกายสร้างดราม่าไม่พอใจ
.
คนที่จุดประกายสร้างดราม่าสามารถ
ใช้เสียงที่ดังของตัวเองในการ “ชี้เป้า” มาที่เรา
และทำให้เราไม่เพียงแค่กลายเป็น “ศัตรู”
ของคนที่จุดประกายสร้างดราม่าเท่านั้น
.
แต่เรายังสามารถกลายเป็น “ศัตรู” ของคนอื่นๆ
ที่พากัน “ไหลตามน้ำ” คนที่จุดประกายสร้างดราม่า
(เพราะไม่มีใครอยากเป็น “ศัตรู” กับคนที่ “เสียงดัง” คนนี้)
และพากัน “รุมด่า” เราได้อีกด้วย
.
ฉะนั้น การตัดสินใจที่จะไม่ยุ่ง
จึงเป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้
ความกล้าหาญอยู่ไม่น้อย
.
เพราะมันคือการแบกรับความเสี่ยง
ที่เราจะกลายเป็น “แกะขาวท่ามกลางแกะดำ” นั่นเองครับ
#จิตวิทยา #siamstr