ออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าผมไม่ได้เชี่ยวชาญยูดาห์อะไรขนาดนั้น 555 อ่านเป็นบทความและจำ ๆ มา (ยังอยู่กับการอ่านไบเบิล [ไม่จบ] แต่มีเฉี่ยว ๆ ไปสำรวจทางยูดาห์นิดหน่อยเพราะมองว่าเป็นรากฐานของอีกสองศาสนาซึ่งน่าสนใจดีครับ)

ในกลุ่มศาสนาอับราฮัมมิก ยูดาห์ คริสต์​ อิสลาม จะเชื่อในเรื่องของวิญญาณเดียวคือตายแล้วจะมีสถานที่สำหรับรอไว้เฉพาะเพื่อวันแห่งการพิพากษา หรือรอการฟื้นขึ้นจากความตาย อย่างของยูดาห์จะมีเรื่องของโลกหน้า Olam Ha-Ba สถานที่สำหรับการพักของวิญญาณเพื่อรอการฟื้นคืนชีพ คริสต์ที่มีการรอวันแห่งการพิพากษาที่จะเกิดขึ้นเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา และอิสลามที่เชื่อว่าวิญญาณจะถูกนำไปยัง Barzakh สถานที่สำหรับรอคอยการพิพากษา คือตายแล้วไม่เกิดใหม่ ชีวิตเดียวครั้งเดียว พลาดแล้วพลาดเลย

แต่ในศาสนายูดาห์จะมีสาขาหนึ่งของนิกายอัลตราออร์โธดอกซ์ เรียกว่า "ฮาซิดิก" ที่จะมีศาสตร์ลึกลับเฉพาะของพวกเขาที่เรียกว่า "Kabbalah" จะเป็นศาสตร์ที่ใช้ศึกษาคุณลักษณะทั้ง 10 ประการของพระเจ้า ซึ่งนอกจากคับบาลาห์แล้ว พวกเขายังมีแนวคิดในเรื่องของ "Gilgul" ที่พูดถึงเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งต่างจากความเชื่อของศาสนาในกลุ่มอับราฮัมมิกอื่น ๆ หรือนิกายอื่น ๆ ของยูดาห์

Gilgul ในภาษาฮีบรูหมายถึง การหมุน หรือ การวน ซึ่งจะพูดถึงการที่วิญญาณของมนุษย์จะต้องกลับมาเกิดในร่างกายใหม่หลังจากการตาย เพื่อการพัฒนาทางจิตวิญญาณต่อไป จนกว่าจะบรรลุถึงความสมบูรณ์ Tikkun (การแก้ไขหรือการฟื้นฟู) ซึ่งมองว่าวิญญาณของมนุษย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบมาตั้งแต่ต้น และอาจจะไม่สามารถบรรลุถึงภาระกิจบางอย่าง หรือบรรลุถึงความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณได้ภายในชีวิตเดียว ดังนั้นมนุษย์จึงต้องมีกระบวนการเวียนว่ายตายเกิด

บางการตีความมองว่าการเวียนว่ายตายเกิดนั้นก็เพื่อให้มนุษย์บรรลุถึงสถานะที่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้สามารถกลับคืนสู่ความเป็นเอกะกับพระเจ้า (คุ้น ๆ เนอะ) หรือบางการตีความก็มองว่าเพื่อให้มนุษย์บรรลุถึงสถานะที่สมบูรณ์เพื่อการไม่กลับมาเกิดใหม่คือได้ทำภาระกิจเสร็จสิ้นลุล่วงแล้ว (คุ้น ๆ อีกแล้ว)

[ปล.1 อันนี้ไม่ใช่ fact เล่าเอาสนุก ๆ คือ มีบางคนที่อ่านเรื่องพวกนี้แล้วก็มีการตีความเรื่องการวนลูปที่เกิดขึ้นมาแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างการเอาไปใช้ตีความในเรื่องของอาดัมกับเอวาที่จักรวาลนี้มีพวกเขาเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพียงเพราะว่าพวกเขาถูกล่อล่วงให้ตกสู่บาปก่อนที่จะได้ออกจากสวนเอเดน คือถูกขับไล่ออกมาจากส่วนก่อนที่ทั้งคู่จะบรรลุถึงความสมบูรณ์ ซึ่งหนึ่งในตัวละครอย่าง "Lilith" ที่ในหนังสือนอกสารบบกล่าวว่าเป็นผู้หญิงที่ถูกสร้างขึ้นมาก่อนอาดัม ในแง่มุมนี้ก็ถูกนำไปตีความว่า พระเจ้าได้เคยสร้างจักรวาลและโลกมาก่อนหน้านี้แล้ว และมีการ Reset ไปเพื่อที่จะสร้างใหม่ มันจึงทำให้โลกในไทม์ไลน์ปัจจุบันยังคงหลงเหลือชื่อของ Lilith ในไทม์ไลน์ที่ถูกพระเจ้า Reset ไปแล้วมีปรากฏขึ้นมา (นั้นแหละ ย้ำว่าอันนี้ไม่ใช่ fact)]

ประมาณนี้ครับเท่าที่รู้(น้อยมาก)ในตอนนี้สำหรับเรื่องของความเชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดของคนยิวฮาซิดิก

ส่วนศาสตร์ของ "Kabbalah" ถ้าสนใจลองเอาคำนี้เป็น Keyword ไปค้นหาเพิ่มเติมได้นะครับ อ่อ.. แล้วก็ Kabbalah ในเรื่องของต้นไม้แห่งชีวิต Tree of Life หรือ Sefirot มีการนำเอาไปประกอบเนื้อเรื่องของอนิเมะอย่าง Fullmetal Alchemist ที่ตัวเอกอย่าง เอ็ดเวิร์ด กับ อัลฟองส์ เผลอไปแปรธาตุด้วยความต้องการจะชุบชีวิตของแม่ที่ตาย ไปจนถึงการได้พบกับประตูแห่งแก่นแท้ ที่ลวดลายบนประตูในเรื่องนั่นก็เอามาจาก Tree of Life ของ Kabbalah หรือ Neon Genesis Evangelion อันนี้ก็เอาแนวคิดเกี่ยวกับ Kabbalah มาใช้ด้วยเหมือนกันครับ สนุกดี

ปล.2 บางทีเวลาค้นหา Kabbalah หรือ Tree of Life บางการค้นหาอาจจะเจอว่ามีการเอาไปเชื่อมโยงกับระบบจักระของฮินดูที่มีอยู่ 7 ตำแหน่ง ซึ่ง อ่า..น่าสนใจดี

---

รูปประกอบ Kabbalah (คุณลักษณะทั้ง 10 ประการของพระเจ้า)

เทียบกับ Tree of Life ที่เอามาประกอบประตูแห่งแก่นแท้ในเรื่อง FMA

จะบอกว่า genshin มันก้เล่นกับไอนี่

จะถามเรื่องการสร้างหอบาเบลหน่อย ที่เค้าเขียนว่าพระเจ้าขัดขวางการสร้างเพราะไม่พอใจความทะเยอทะยานของมนุด ดูมันเป็น propaganda ของศาสนจักรไหมงะ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เรื่องของหอบาเบล มีเขียนเอาไวในไบเบิลบทปฐมกาล ทั้งในทานักของยูดาห์ และไบเบิลฉบับพันธสัญญาเก่าของคริสต์เลยครับ

ใด ๆ คือสิ่งที่เราได้อ่านมักจะถูกตีความตามความเข้าใจของเราเอง ซึ่งจากคำถามว่าเรื่องของบาเบลเป็นโพรปากันดาของศาสนจักรมั้ย ก็เป็นไปได้ครับถ้าหากว่าถูกเอามาใช้เพื่อการสอนให้ผู้เชื่อมีความเคารพยำเกรงต่อตัวของศาสนจักรเองที่เป็นดั่งตัวแทนของพระเจ้า คือทำให้เกรงกลัวศาสนจักรพอ ๆ กับการที่ผู้เชื่อเกรงกลัวต่อพระเจ้า

สำหรับผมมองเรื่องของบาเบลเป็นเพียงความพยายามในการที่จะอธิบายในแง่มุมหนึ่งว่าทำไมมนุษย์จึงมีหลายภาษา

ส่วนในทางความเชื่อ เรื่องของบาเบลใช้บอกในสองส่วนคือ 1. ในปฐมกาลพระเจ้าให้มนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์เพื่อกระจายออกไปครอบครองทั่วทั้งแผ่นดินโลก แต่หลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลกมนุษย์กลับร่วมกลุ่มกันกระจุกกันอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพราะสามารถพูดภาษาเดียวกันมีสำเนียงเดียวกัน พระเจ้าจึงลงมาทำให้ภาษาของพวกเขาสับสน (บาเบล แปลว่า สับสน) พอคุยกันไม่รู้เรื่องเลยมีการแยกย้ายกระจัดกระจายกันไปอยู่ในที่ต่าง ๆ ตามกลุ่มของคนที่ยังคงคุยกันรู้เรื่อง 2. ส่วนของการพยายามจะสร้างสิ่งก่อสร้างอย่างหอบาเบลให้สูงจนสามารถขึ้นไปถึงสวรรค์ มันเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะไปถึงสวรรค์ผ่านการสร้างสิ่งต่าง ๆ ในโลกของวัตถุ แต่ต้องผ่านการขัดเกลาทางจิตวิญญาณ ดังนั้นการพยายามในด้านวัตถุจึงเป็นการไปผิดทางของมนุษย์ พระเจ้าเลยลงมาทำลายหอบาเบลที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้น

จริง ๆ มันจะมีเรื่องของการที่ศาสนจักรถูกมองว่าผูกขาดความเชื่อของพระเจ้า เลยทำให้กำเนิดเป็นนิกายโปรเตสแตนส์ที่มีแนวคิดว่าเราทุกคนสามารถเข้าถึง อธิฐาน หรือสารภาพบาปต่อพระเจ้าได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างศาสนจักรหรือผ่านบาทหลวง ใด ๆ ก็แล้วแต่ว่าผู้เชื่อจะเลือกหนทางไหนและตีความแบบไหนครับ

พบทางสว่างยัง ถ้าไม่พบ มีไฟฉายขายนะ

ขอยืมได้ไหม

ตะเกียงมีมั้ย