Franz Kadlik,Drei Engel,1822,detail.

" เด็ก ๆ กำลัง ไร้จินตนาการรึเปล่า? "

บทความต่อไปนี้เป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคล ไม่ประสงค์ ทำร้าย,ชี้ชวน , หรือโน้มเอียง ไปทางใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ผมเฝ้าสังเกต เด็กๆ ยุคใหม่ และตั้งคำถาม ต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ย้อนกลับไป สมัยผมยัง อายุ ช่วง 10-14 ขวบ

ผมจำได้ดี ผมติดเกมส์ ออนไลน์มากในคณะเดียวกัน

ทุกชั่วโมงเรียนที่น่าเบื่อ ผมก็จะวาด Catalog ชุดอาวุธ และค่า Status ของ อาวุธ ต่างๆ เป็นเล่มๆ

รวมถึง วาดภาพ จาก จินตนาการที่ ผมเอง คิด

เด็กในยุคนี้ มี Social media มี internet ความเร็วสูง

แต่ ไม่ได้คิด ไม่ได้จินตนาการเท่าไหร่ ผมสังเกตุ ครอบครัวส่วนใหญ่ (สังคมที่ผม อยู่ ถ้าว่าง เด็กๆ ก็ใช้แต่เทคโนโลยี ในการเสพข้อมูล ไม่เล่นไม่วิ่ง ไม่วาดเท่าไหร่)

แต่ในคณะเดียวกัน วิชาศิลปะ ถูกมองว่าเป็น วิชาทางเลือก

หรือแม้แต่ จัด ให้อยู่ใน วิชาชีพ ที่ ด้อยคุณภาพ ในด้าน

รายได้

แล้ว เด็กๆ ในบ้าน ล้วนแล้วแต่ ถูก ผลักเข้าไป ในระบบ แรงงาน โดยที่หารู้ไม่ว่า

การเรียนเก่ง มันก็แค่ เป้าหมายของ การมี เงินเดือน บนยอดพีระมิด ของชนชั้นแรงงาน

แต่ตรงนี้เราก็ว่ากันไม่ได้

แม้แต่ การจะให้เด็กๆ ในสมัยนี้คิด ผมว่าก็เป็น อะไรที่ยากนะ

เหมือนเด็กๆ บ้านผม เรียนพิเศษ จ-ส เลิก 2ทุ่ม ทุกวัน

ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด หรือเล่น

ผู้ปกครอง มีแค่ตัวชี้วัด จาก โรงเรียนหรือ สถาบันเป็นตัวชี้วัด ผลสำเร็จทางการศึกษา

ซึ่ง ผมคิดว่ามันใจร้ายมากเลย

เด็กในบ้านชอบ วาดรูป และเต้นมาก

แต่ด้วย ระบบการศึกษา และการยัดเยียดการเรียนพิเศษ

หรือแม้แต่กระทั่ง การศึกษาในรูปแบบ ธุรกิจ

มันทำให้ คนๆ นึ่ง ที่รู้ว่าตนเองชอบอะไร อยากทำอะไร

ไม่ทำในสิ่งที่ชอบ ได้เพียงเพราะว่า

แนวคิดทาง ค่าตอบแทนต่อระบบแรงงาน ในระบบ เงิน Fiat

และ ผู้ปกครองก็ยอมรับ แนวคิดนั้น ซึ่ง ก็ไม่แปลก ที่ Solution มันจะไม่เกิดในประเทศนี้ เพราะเรา คลั่ง กันแต่ ระบบศักดินา ที่มันฝั่งเราก็เข้ามาในวัฒนธรรม จนลามไปถึง วัฒนธรรมทางการศึกษา

และ ให้ค่า ผลตอบแทน มากกว่า ความสุขภายใน

#siamstr

#nostr

ที่น่าเศร้าอย่างนึงคือ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะ ขั้วการเมืองฝ่ายใหญ่ ไม่ว่าจะ อำนาจนิยม สังคมนิยม หรือ ประชาธิปไตย ที่พวกเขาเรียกร้องก็แล้วแต่ ทุกขั้ว ส่วนใหญ่เห็นดี เห็นงามกับการกำหนดและเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ของแรงงานให้เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลค่าครองชีพสูง จากเงินเฟ้อ ทั้งที่มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่มีใครเห็นปัญหาจริงของมันเลย

ช่วงหลังผมแทบไม่รู้สึกอินกับการเรียกร้องทางการเมือง ไม่ว่าจะขั้วใหนในไทย และในโลกเลย รู้สึกว่าเรียกร้องไปมันไร้ประโยชน์ สุดท้ายมันก็กลายเป็นเครื่องมือ ข้ออ้างของผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะระดับประเทศ หรือจะระดับโลกก็ตาม

จนผมได้เจอแนวคิดของการเกิดขึ้นของบิตคอยน์ แล้วค่อยศึกษากับมัน จนรู้สึกว่ามันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ทางเลือกนึง ที่ต่างจากแนวคิดการเมืองปัจจุบัน

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

นโยบาย การเมืองต่างกัน แต่ตำราเศรษฐศาสตร์ เหมือนกัน 😝