Replying to Avatar Jakk Goodday

ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวดีๆ ให้กับพี่น้อง #siamstr ของพวกเราได้อ่านกันครับพี่ป้ำ

ผมชอบเรื่องที่พี่เขียนอีกแล้ว เพราะมันต้องใช้ประสบการณ์เป็นสำคัญกว่าที่คนทำธุรกิจจะตกตะกอนเรื่องพวกนี้ออกมาได้ ผมไม่มีอะไรออกความเห็นเลย ดีงามทุกบรรทัด

เอาว่าผมขอแชร์เรื่องของ Right Shift บ้าง..

Right Shift มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้เต็มไปหมด รวมถึง "ตัวผมเอง" ด้วย

เราทำธุรกิจที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เราไม่มีต้นแบบ เราต้อง Discovery เองทั้งหมด วันแรกที่ผมแลเห็นโอกาส อีกด้านหนึ่งก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง.. (จะลองไล่ๆ ดูเท่าที่ผมนึกออก)

บุคคลากรทุกคนของเรา คือ ความเสี่ยงลำดับแรก เพราะเราขับเคลื่อนด้วยคน แถมเรายังไม่มีรายได้เป็นตัวเงินให้พวกเขาเลย อาจมีบ้างมีมีกำไรเล็กๆ น้อยๆ จากการขายของก๊อกแก๊กเข้ามา ผมก็ตอบแทนพวกเขาเป็นบิตคอยน์ เพื่อชดเชยมูลค่าในอนาคตที่เราให้พวกเขาไม่ได้ในตอนนี้

ผมคงไม่ต้องบอกว่าความเสี่ยงด้านคนของเราคืออะไร ไล่มาตั้งแต่ อ.ตั๊ม, ตัวผมเอง ไปจนทุกคนในทีม ถ้าเกิดอะไรบางอย่างกับใครไม่ว่าในบริบทแบบใดก็ตาม มันก็กระทบทั้งระบบที่ผมวางไว้ แม้ผมจะพยายาม Decentralized อย่างสุดฤทธิ์ก็ตาม..

อย่างที่ 2 ลองมาว่ากันแบบ Pure Business ซึ่งสินค้าหลักของเรามันก็คือ Bitcoin ที่เราไม่สามารถคอนโทรลอะไรมันได้แม้แต่นิดเดียว ผมนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าหากบิตคอยน์ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด (แม้เราจะเข้าใจมากว่ามันดีแค่ไหน แต่การทำธุรกิจอย่างหน้ามืดตามัวจนมองเหรียญเพียงด้านเดียวก็ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่..) แล้วพวกเราจะทำอะไรกันต่อไป?

จะเป็นอย่างไรถ้าบิตคอยน์ไม่ใช่ Store of Value ที่ดีอีกต่อไปแล้ว.. จะเป็นอย่างไรถ้าโลกค้นพบ "บางอย่าง" ที่ดีกว่า.. จะเป็นอย่างไรถ้ามีอะไรสักอย่างมาบอกได้ว่าเราคิดผิดทั้งหมด?

อย่างที่ 3 เราจะขายของๆ เราให้ใคร?

จริงอยู่ว่าเรามีคนที่ดีที่สุดในวงการอยู่กับเรา สิ่งที่เขาปูทางไว้นั้น เซลล์ที่ไหนก็เอามาต่อยอดขายได้ทั้งนั้นแหละ แต่ปัญหาคือผมไม่เคยมีความคิดจะเข้ามาขายอะไรให้ใคร.. ผมดันเป็นบิตคอยเนอร์เข้าไส้ ผมขายคุณค่า ผมไม่ได้ขายของ (คุณค่ามันขายยังไงเหรอ?)

อ้าว!? ไอ้บ้า มึงทำธุรกิจไม่ขายของแล้วมึงจะเอารายได้มาจากไหน?

ก็นั่นน่ะสิ... พี่ว่าตลกดีไหม?

เราบ้าหิวเงินไม่ได้ มันไม่งาม เราเอาแต่ขายของก็คงไม่ดี มายด์เซ็ตแบบไหนกันที่จะช่วยประครองเราให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง?

เราไม่รู้เลยว่า การทำอะไรที่อาจต้องดูย้อนแย้งหรือขัดต่ออุดมการณ์ฉันทามติมันจะให้ผลลัพธ์ออกมายังไง มันจะพอยาไส้ไหม ไม่ต้องมองถึงความอยู่รอดของตัวบริษัทหรอก เอาแค่ตอบแทนน้องๆ ให้ได้บ้างก็พอ...

อย่างที่ 4 การพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์

ถ้าไม่ให้พึ่งพาของพวกนี้ เราจะไปทำกันที่ไหน ก็แต่ละคนต้องรอปีนึงถึงจะได้เจอกันสักที เราไม่ได้เชื่อมต่อกันบนโลกฟิสิคัล เราไม่มีออฟฟิศให้ต่อคิวกันชงกาแฟ Work from Home ที่ฟังแล้วเท่ เอาจริงๆ แล้วมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น

เพราะเรากำลังพึ่งพาแพลตฟอร์มที่ถูกควบคุมอนาคตโดยคนอื่น..

ผมน้ำตาไหลพรากในวันที่ได้เจอ Nostr

แต่ Nostr เป็นเรื่องของอนาคต ไม่ใช่ทางรอดที่จับต้องได้ในปัจจุบัน

เพราะเหตุนี้ผมถึงต้องการพลังจากคอมมูนิตี้ ..แทนที่ผมขะอยากได้เงินในวันนี้ ผมยอมแลกทุกอย่างที่มีกับคอมมูนิตี้ที่เราได้ช่วยกันสร้างมา..

ผมรักคอมมูนิตี้มากๆ เพราะ Network effect คือ หัวใจขิงบิตคอยน์

เม้นยาวไปแล้วมั้ง??

มีอีกหลายเรื่องเลยคงเล่ากันไม่จบตรงนี้... พวกแกก็บ้าเนอะ รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยังอยากลอง..

ใช่พี่.. ผมบ้า.. แต่เงินเฟียตเน่าๆ ในมือผมตอนนี้มันเน่ายิ่งกว่า ผมไม่อยากเห็นใครต่องมาทรมานเพราะมันแบบพวกเราอีกแล้ว อนาคตที่ดีกว่าคือความหวังที่ช่วยหล่อเลี้ยงพวกเรา

...สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ผมหวังว่าผมจะไม่เป็นอะไรไป ผมหวังว่าผมจะเลือกทำในสิ่งที่ถูก ผมหวังลึกๆ ว่าสังคมจะเข้าใจคุณค่าที่เราทำ...

ทั้งหมดนี้ควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่างเลย..

ผมจะได้เจอพี่เมื่อไหร่นะ...?

เม้นยาวเป็นโน้ตใหม่เลย 55555

อ่านจบแล้วผมนึกถึงท่อนฮิตของเพลง Big Ass เลย

รู้ว่าเสี่ยงงงงงง แต่คงต้องขอนลอยยยยยย!🐊

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

การโน๊ตไม่จำเป็นต้องออกแบบ ลากมันด้วยสัญญาณการเต้นของหัวใจได้เลย

พี่ตั้มจงใจมองข้ามขอนลอยผม!

จริงๆ พี่ต้องต่อว่า...

มันเสี่ยงแล้วไง หัวใจมันเรียกร้อง..

มาสิขอนลอย..

โคตร Shonen 5555