#วิธีการชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษา #บังคับคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7695/2557

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 13691 เลขที่ดิน 750 ตำบลคูขวาง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี หรือไม่ เห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ห้ามจำเลยที่ 2 ทำนิติกรรมใด ๆ อันเป็นการจำหน่าย จ่าย โอนก่อให้เกิดภาระติดพันซึ่งที่ดินพิพาทและให้เจ้าพนักงานที่ดินระงับการจดทะเบียนเกี่ยวกับที่ดินพิพาทไว้จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น เป็นคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวที่ศาลชั้นต้นได้สั่งไว้ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 254 (2) (3) ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี และคำพิพากษาที่ชี้ขาดตัดสินคดีนั้นมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาที่ศาลได้สั่งไว้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (2) บัญญัติให้คำสั่งของศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล คดีนี้คำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดให้เพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ หากไม่สามารถจดทะเบียนโอนได้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแทน สิทธิของโจทก์ในอันที่จะบังคับตามคำพิพากษาแก่จำเลยทั้งสามย่อมเป็นสิทธิของบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 และสิทธิเช่นว่านี้มีลักษณะเป็นทรัพยสิทธิที่ไม่สูญสิ้นไปเพราะเหตุแห่งการไม่ใช้สิทธินั้น แม้โจทก์มิได้ร้องขอให้บังคับคดีจนล่วงพ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ก็ตาม คำสั่งวิธีการชั่วคราวของศาลก็หาได้หมดความจำเป็นแก่โจทก์เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใดไม่จึงยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปเพื่อการบังคับตามคำพิพากษาตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ทั้งมิได้กระทบสิทธิหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่จะร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวนั้นได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

#ข้อสังเกต ตามป.วิ.พ.มาตรา ๒๖๐ ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีมิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาที่ศาลได้สั่งไว้ในระหว่างการพิจารณา

”(๒) ถ้าคดีนั้นศาลตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี คำสั่งของศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล“ จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้อย่างแน่นอนเหมือนกับมาตรา 260(1) ดังนั้นการที่จะพิจารณาว่าคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับไปถึงเมื่อไรคงต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

จากข้อเท็จจริงตามคำพิพากษานี้ โจทก์ได้มีคำร้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลมีคำพิพากษาตามมาตรา 254(2)(3) เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์จึงกลายเป็นผู้อยู่ในฐานะที่จะได้จดทะเบียนในที่ดินดังกล่าวได้อยู่ก่อนอันมีลักษณะเป็นทรัพย์สิทธิ อันทรัพย์สิทธิไม่หายไปตามกาลเวลา โจทก์มีสิทธิอย่างไรก็คงมีอยู่อย่างนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 1300 ดังนั้นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจึงยังมีความจำเป็นต่อสิทธิของโจทก์อยู่ ดั่งบางช่วงบางตอนของคำพิพากษานี้ “โจทก์ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 และสิทธิเช่นว่านี้มีลักษณะเป็นทรัพยสิทธิที่ไม่สูญสิ้นไปเพราะเหตุแห่งการไม่ใช้สิทธินั้น แม้โจทก์มิได้ร้องขอให้บังคับคดีจนล่วงพ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ก็ตาม คำสั่งวิธีการชั่วคราวของศาลก็หาได้หมดความจำเป็นแก่โจทก์เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแต่อย่างใดไม่จึงยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปเพื่อการบังคับตามคำพิพากษาตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ทั้งมิได้กระทบสิทธิหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่จะร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวนั้นได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น”

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.