ตอนที่ผมยังเป็นนักเรียน

ครูภาษาอังกฤษของผมมักจะพูดว่า

เวลาที่เราพูดคุยกับใครสักคน

การสบตาคู่สนทนาคือสิ่งสำคัญ

.

เพราะการสบตาคู่สนทนา

จะช่วยให้คู่สนทนารู้สึกไว้วางใจ

และชื่นชอบในตัวเรามากขึ้น

(เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่ได้สบตา)

.

ตอนนั้น ด้วยความที่ผมเป็นเด็ก

ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าสิ่งที่ครูพูด

มันเป็นความจริงหรือเปล่า

.

ผมรู้แต่ว่า ตอนที่ครูให้ผมจับคู่กับเพื่อน

และฝึกพูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ

ผมก็จะพยายามสบตาเพื่อน

เพื่อไม่ให้ถูกครูตัดคะแนนเท่านั้น

.

อย่างไรก็ตาม ตัวผมในตอนนี้รู้แล้วครับว่า

สิ่งที่ครูภาษาอังกฤษพูดไว้ในตอนนั้นมันเป็นความจริง

.

เพราะการสบตาจะกระตุ้นให้ oxytocin

และ phenylethylamine (ซึ่งเป็นฮอร์โมนและสารเคมี

ที่เกี่ยวข้องกับความรัก ความชอบ ความผูกพัน) หลั่งออกมา

ส่งผลให้เรามีแนวโน้มที่จะรู้สึกไว้วางใจ เชื่อใจ

สนิทสนมและชื่นชอบคนที่สบตาเรามากขึ้นได้

.

ผลกระทบทางบวกของการสบตาที่ผมกล่าวถึงในข้างต้นนี้

ไม่เพียงแค่เกิดขึ้นในกรณีของคนที่รู้จักกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเท่านั้น

(เช่น คนที่เป็นแฟนกัน) แต่มันยังเกิดขึ้นในกรณี

ของคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะเจอหน้ากันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

.

อย่างไรก็ตาม หากท่านผู้อ่านจะหยิบเอา “เทคนิค” นี้

ไปใช้ในชีวิตของท่านล่ะก็ สิ่งหนึ่งที่ท่านอาจจะต้องระวังก็คือ

คนบางคนเขาไม่ชอบ (หรือแม้กระทั่งรู้สึกกลัว) การสบตา

.

ดังนั้น หากท่านผู้อ่านพยายามสบตากับกลุ่มคนเหล่านี้มากๆเข้า

แทนที่มันจะเกิดผลลัพธ์ทางบวก (เหมือนที่ผมเล่าให้ฟังในบทความนี้)

มันอาจจะเกิดผลลัพธ์ลบได้เหมือนกันครับ!

.

อ้างอิง

https://doi.org/10.1016/j.chb.2019.106218

https://doi.org/10.1080/13506280902965599

https://doi.org/10.3389/fpsyg

https://doi.org/10.1007/s10508-023-02806-0

https://doi.org/10.3389/fpsyg.2018.01587

https://doi.org/10.1016/0092-6566(89)90020-2

https://doi.org/10.1371/journal.pone.0162291

https://doi.org/10.1111/j.0956-7976.2005

https://doi.org/10.1080/00221309.2018.1469465

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.