
เวลาที่หลายคนมองเห็นว่า
แฟนของตัวเองกำลังมีปัญหา
พวกเขาก็จะรู้สึกเป็นห่วง
.
ความเป็นห่วงนี้ทำให้พวกเขาตัดสินใจ
ที่จะกระโจนเข้าไปให้ความช่วยเหลือแฟนในรูปแบบต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำหรือการลงมือทำก็ตาม
.
ในมุมหนึ่ง แฟนของพวกเขาก็รู้สึกขอบคุณ
ในความเป็นห่วง ความหวังดี
และความต้องการอยากจะช่วยเหลือนี้
.
แต่ในอีกมุมหนึ่ง แฟนของพวกเขาก็อาจจะ
รู้สึกหงุดหงิดรำคาญกับพฤติกรรมทำนองนี้ได้เช่นกัน
.
เพราะแฟนของพวกเขาก็อาจจะเกิดความคิดในใจว่า
“ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วง ฉันรู้ว่าเธอหวังดี ฉันรู้ว่าเธออยากช่วย
แต่การที่เธอกระโจนเข้ามาช่วยโดยที่ฉันยังไม่ได้ร้องขอแบบนี้
มันเหมือนเธอกำลังมองว่าฉันเป็นคนไร้ศักยภาพ
ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่นิดเดียว!”
.
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ
ความเป็นห่วงและหวังดีลักษณะนี้
อาจะถูกแฟนตีความว่า
พวกเขากำลัง “ดูถูก” แฟนอยู่นั่นเอง
.
สถานการณ์ทำนองนี้อาจจะถูกคนนอก
มองว่า “เรื่องมาก” หรือ “หยุมหยิม” นะครับ
.
แต่ถ้าจะมองในแง่หนึ่ง
การที่คนเราได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆในชีวิต
และจัดการกับปัญหาต่างๆเหล่านั้นได้สำเร็จลุล่วงด้วยตัวเอง
มันคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรามีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น
.
และเมื่อคนเรามีความมั่นใจในตัวเองแล้ว
อะไรๆในชีวิตมันก็ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
.
ฉะนั้น
ความเป็นห่วงและหวังดีในลักษณะข้างต้น
ไม่เพียงแค่อาจถูกแฟนตีความว่า
เป็นการ “ดูถูก” กันเท่านั้น
.
แต่มันยังเป็นการ “ขโมย” โอกาสในการ
เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองของแฟนอีกด้วย!
.
นี่จึงเป็นสาเหตุข้อหนึ่งที่ทำให้ผมอยากนำเสนอว่า
ต่อให้เราจะอยากช่วยแฟนแก้ปัญหาในชีวิตเขาขนาดไหน
ถ้าเป็นไปได้ เราน่าจะลองเช็คกับเจ้าตัวดูก่อนว่า
เขาอยากที่ “ลุย” กับปัญหานั้นด้วยตัวเองหรือเปล่านะครับ
#จิตวิทยา #siamstr