ขอบคุณที่กล่าวถึงนะครับ :) ข้อความที่ถูกบันทึกมาอย่างยาวนาน ไม่มีใครรู้ต้นกำเนิดที่แท้จริงว่ามันเริ่มจากตรงไหน เมื่อไหร่ สำหรับคนในปัจจุบันเราทำได้เพียงแค่ "ตีความ" ความหมายของสิ่งที่เขียนไปตามความเป็นปัจเจก(ของเราเอง) และ เขาก็ตีความไปตามความเป็นปัจเจกของเขาเอง
"ศาสนาเป็นสิ่งที่เสียเวลามากที่สุดในชีวิต ถ้าจะใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจมัน" มีพี่คนนึงเคยบอกเอาไว้ ซึ้งเขาเป็น "คริสเตียน"
มุมมองหนึ่ง ผมไม่ค่อยชอบการ "สอนศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาไหน" ให้กับเด็กเล็ก ๆ
เพราะว่าเขายังเล็ก มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมานั่งหาคำตอบ ของความหมายในชีวิต โลกหลังจากที่ตายจากมนุษย์แล้วจะไปไหน พระเจ้ามีจริงหรือไม่ นิพพานคืออะไร หรือตายแล้วก็ศูนย์เปล่าไป เพราะว่ามันคือการ "เขียนข้อความปลูกฟัง ลงไปในสมองของเด็ก ในเรื่องของความเชื่อ" ที่ผู้ใหญ่คนนั้น ๆ เชื่อ
รอให้พวกเขาโตก่อน ให้เขาคิดแล้วตัดสินใจเลือกได้เองก่อน ถึงตอนนั้นก็ไม่ได้ช้าเกินไป
ผมบอกได้เลยว่าผมเป็นพุทธ และเป้าหมายสูงสุดของการเป็นพุทธสำหรับผมคือการได้มรรคผลนิพพาน ใช่แล้ว..ผมอยากจะดับไป
แต่ผมก็ยังอ่านไบเบิล ทั้ง ๆ พระพุทธเจ้าบอกว่า "เธอจะไม่ฟังคำกล่าวอื่นนอกจากเรา" ทำไมผมยังทำตรงข้าม? เพราะว่าการได้รู้ว่าคนอื่น ๆ ศาสนาอื่น ๆ มีมุมมองแบบไหนต่อชีวิตและหลังจบชีวิต มันคือข้อมูล มันคือการทำความเข้าใจ มันคือการได้รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ (จริง ๆ รู้อะไรพวกนี้แล้วทำให้ดูหนังได้สนุกขึ้นเยอะเลย 555)
ผมแค่อย่ากจะบอกว่า มันเหมือนกับว่าเราอยากป้ายยาส้มกับคนอื่น ๆ แต่เราไม่พยายามทำความเข้าใจความเป็นเขา เราจะป้ายยาส้มเขาสำเร็จหรือเปล่า :)
ผมนับถือคุณ nostr:npub1aah0hk2mrrhemvsa4cxptuqdhqhakx55ex924cz99jvsplathhks3335eh นะครับ ผมเข้าใจว่ามันน่าจะอึดอัดแน่ ๆ เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในที่ ๆ ไม่ใช่ที่ ๆ เราอยากจะไปข้องแวะด้วย ทำอะไรกันวะ? พระเจ้าอะไรกัน? แต่ถ้าหากใช้มุมมองของผู้เฝ้าสังเกตการณ์ สังเกตความเป็นไปรอบ ๆ ตัวในเวลานั้น คงจะได้ข้อมูลอะไรบางอย่างมาไม่น้อยเลย
"การกระจายตัวออกไปของชุดความรู้ที่ผู้คนต่างเป็นผู้เลือกให้กับตนเองโดยที่มิควรมีใครตัดสินผู้อื่น"
บอกตรง ๆ ข้อความนี้ผมรักเลย 🧡และก็ขอบคุณแทนลูกของคุณ ที่คุณไปอยู่ตรงนั้นกับพวกเขา ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันกับพวกเขานะครับ คุณเป็นพ่อที่ดีมาก ๆ สำหรับลูก ๆ เลย ❤️❤️❤️
ผมตอบยาวอีกแล้ว 😄
