Replying to Avatar maiakee

🍃 สรุปสภาวะนิพพาน คือ สภาวะที่ไร้ตัวตนแต่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ❓

นิพพาน เป็นสภาวะที่จิตใจ หลุดพ้นจากความทุกข์ และ ไร้ตัวตน หรืออัตตา ไม่ใช่การ “ไม่มี” แต่เป็นการกลับคืนสู่ความเป็นธรรมชาติที่แท้จริงของทุกสิ่งในจักรวาลแบบไม่มีการแบ่งแยก

ลองนึกภาพว่าเราเอา “ตัวตน” ออกไปจากชีวิต ไม่ยึดติดกับความอยาก ความโกรธ ความกลัว หรือความเศร้า ทุกสิ่งจะเบาสบายและเป็นอิสระเหมือนสายลม

นิพพาน: ไร้ตัวตนและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

1. ไร้ตัวตน (อนัตตา):

• ในชีวิตเรา มักยึดมั่นว่า “ตัวฉัน” คือร่างกาย ความคิด ความรู้สึก แต่ถ้าสังเกตดี ๆ ทั้งหมดนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น ร่างกายแก่ขึ้น ความคิดเปลี่ยนไปทุกวัน

• นิพพานคือการปล่อยวางความยึดมั่นว่า “ตัวฉันต้องแบบนี้” หรือ “ชีวิตต้องตามใจฉัน”

ตัวอย่าง:

• สมมติว่าเราหวงบ้านที่สร้างไว้ แต่วันหนึ่งบ้านพังเพราะน้ำท่วม ถ้าเรายึดติด เราจะทุกข์มาก แต่ถ้าเรายอมรับว่า “บ้านก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่เกิดและดับตามธรรมชาติ” ใจเราก็เบาสบาย

2. เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ:

• เมื่อหลุดพ้นจากความยึดมั่น เราจะเห็นทุกสิ่งเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรแยกจากกันจริง ๆ เช่น หยดน้ำที่ตกลงในแม่น้ำ มันไม่ได้ “หายไป” แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำ

ตัวอย่าง:

• ลองคิดถึงสายลม มันไม่มีตัวตนที่จับต้องได้ แต่มันพัดผ่านเราอยู่เสมอ และเมื่อหยุดพัด ก็ไม่ได้แปลว่ามันหายไป มันแค่เปลี่ยนรูปแบบ เช่นเดียวกับนิพพาน จิตไม่ “หายไป” แต่กลับสู่ความสงบและเป็นธรรมชาติ

เปรียบเทียบง่าย ๆ: นิพพานกับธรรมชาติ

1. เหมือนฟองน้ำในมหาสมุทร:

• ฟองน้ำที่แตกไม่ได้หายไป แต่น้ำในฟองหลอมรวมกลับเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทร ไม่มีการแยกตัวเองอีกต่อไป

2. เหมือนเทียนที่ดับ:

• แสงไฟไม่ได้หายไป แต่พลังงานของมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ความร้อนและแสงกระจายไปในอากาศ

3. เหมือนเมฆที่กลายเป็นฝน:

• เมฆไม่ได้หายไป แต่มันกลายเป็นฝน และไหลกลับสู่แม่น้ำ ทะเล เป็นวงจรธรรมชาติ

สรุปให้เข้าใจง่าย:

นิพพานคือสภาวะที่ไม่มีความยึดมั่น ไม่มีตัวตน ไม่มีการแบ่งแยกว่า “เรา” กับ “ธรรมชาติ” เป็นสิ่งที่แยกกัน แต่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่งในโลก ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ

ตัวอย่างในชีวิตจริงก็คือการฝึกปล่อยวางในสิ่งที่เรายึดมั่น เช่น ทรัพย์สิน ความรัก ความโกรธ หรือความอยาก เมื่อปล่อยได้ ใจเราก็จะเบา สงบ และเข้าใกล้สภาวะนิพพาน

#Siamstr #philosopher #buddhism #religious #buddha #nostr

แชร์โมเม้นนิพพานกัน ผมเคยเมื่อนานมาแล้วตอนนั่งสมาธิ มันลอย แบบลอยไปเลย แต่ดีกลับมาได้ไม่งั้นซวยแน่

nostr:nevent1qqsfh06vvu4jmj32aqvjfeppjctld7w73f34qxl86jy9z04wvtfy2vgzyzarxhn3pp4xq83amd9yczq4j2ylwj32yuzyf2gf54lmyuzwt07qslzrpr5

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมมองว่าสภาวะนิพพานลึกซึ้งกว่าอุเบกขามากครับ คือตอนที่จิตไม่ได้ยึดติดกับความสุขหรือทุกข์ไม่ว่าอะไรมากระทบขันธุ์5ก็ตาม แล้วใช้สติเห็นทันตอนผัสสะเปลี่ยนเป็นเวทนาเราละก่อนที่มันจะเป็นตัณหา หรืออุปาทานได้(ละตรงไหนก็ได้ครับ ของวงจรนี้ เรียกว่า วงจรปฏิจจสมุปบาท) เราจะเกิดความปิติแบบสงบรำงับ เปลี่ยนเป็นอุเบกขาครับ ซึ่งตัวอุเบกขามันจะเป็นเหมือนสะพานให้เราก้าวข้ามความทุกข์ไปถึงฝั่ง(นิพพาน) แต่ตัวนิพพานเองคือการหลุดพ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ต้องพึ่งตัวสะพานแล้วครับ เช่นพระอรหันต์ จริงๆนิพพานมีสองแบบนะครับ หลุดพ้นตอนมีขันธ์5 อยู่ก็ได้ หรือ นิพพานหลังกายแตกทำลายก็ได้ครับ

แต่ตัวที่มาขวางกั้นการบรรลุได้คือ อวิชชา กิเลส ตัณหาครับ เปรียบเหมือนไฟที่ลุกไหม้ของเทียนแล้วมี สิ่งพวกนี้เป็นเชื้อ การดับของไฟคือ อนัตตา(เป็นสภาวะที่ไม่มีตัวตน มีการเกิดดับอย่างขันธ์5 หรือไม่เกิด ไม่ดับของนิพพานธาตุก็ได้ครับ)แล้วก็ถ้าไม่มีเชื้อไฟอีก ก็เรียกว่านิพพานครับ