หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือ เศรษฐศาสตร์ออสเตรียน

จริงๆ รากเง่าของเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนนั้นมาจากเศรษฐศาสตร์ สำนักคลาสสิก ซึ่งมาตอบปัญหาเรื่อง Subjective Value โดยอิงจากเรื่อง Water-Diamond Paradox

ทั้งนี้ทั้งนั้นเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนยังมุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคลหรือ ปัจเจกชน มนุษยนิยม มากกว่า เรื่องราวของวัตถุนิยม

รากเง่าเดิมทางฝั่งการเมืองคือเสรีนิยม(Liberalism))หากใครเคยอ่าน The Road to Serdom หรือ theory of money and credit จะใช้คำว่า Liberal บ่อยๆ)แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้น( เดี๋ยวไปใส่รายละเอียดครั้งหน้า) ทำให้เชดทางการเมืองหันมาสู่อิสระนิยม(Libertarianism)

โดยเศรษฐศาสตร์ ออสเตรียนนั้นแตกต่างจากสำนักคลาสิกในด้านการอธิบายความหมายของเงิน ว่าเป็น Subjective value คือ การที่เงินก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่งและควรเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในกลไกของเงิน ประกอบด้วย การผลิต และการแลกเปลี่ยน การรักษามูลค่าในตัวมันเอง

แต่ทั้งสองสำนักก็ยังมุ่งเน้นไปในทางของตลาดเสรีนิยมแบบปล่อยเพราะเชื่อว่ากลไกเศรษฐกิจนั้นเป็นธรรมชาติ รักษาด้วยตัวมันเองได้

โดยสำนักออสเตรียนนั้นปฏิเสธการแทรกแซงกลไกเศรษฐกิจด้วยตัวของผู้มีอำนาจทั้งหลาย (1) nostr:note1846thk6d39grg07kqg6rx7as6mczjlmth4zgzah2d29pkefksmas7vlnnz

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

(2) แล้วปัจจุบันเศรษฐศาสตร์ที่เราเรียนอยู่คือสำนักไหน

ประเทศไทยนั้นอยู่ครึ่งๆกลางๆ ของคำว่า “ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย”

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้วางรากฐานเค้าโครงเศรษฐกิจนั้นมาจาก ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย หรือ ในยุคอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ เค้าโครงเศรษฐกิจนั้น ยังมาจากผู้มีอำนาจแต่เดิม โดยสนับสนุนขุนนางให้มีบทบาทจากทุนที่มีมากกว่า

ส่วนหลักสูตรที่เราได้เรียนก็มาจากทั้งสายคลาสสิก และสายแก้ปัญหาเฉพาะหน้า(เคนเชี่ยน) เพราะรัฐในรูปแบบประชาธิปไตย(ผมอธิบายไปหลายครั้งแล้วเรื่องนี้) โดยรัฐเป็นคนเบือกนโยบายแล้วเอามารวมๆกัน

หลังจบสงครามเย็น สมัยนายกชาติชาย มีการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า ได้เริ่มหันมาใช้นโยบายตามฉันทามติวอชิงตัน(เสรีนิยมใหม่((สำนักชิคาโก้))) และได้เปลี่ยนตัวเองให้เข้าสู่สภาวะ State Capitalism

แต่ก็ยังคงเดิมในหลักสูตรการเรียนการสอนคือ “อยู่ในข้อดีและข้อเสียของสองสำนัก”

(3) แล้วเราไม่เคยใช้คอมมิวนิสต์เลยหรอ

คำตอบคือไม่เคย เพราะนโยบายของพวกนี้มันใช้อ้างหรือวิเคราะห์แนวโน้มคนไม่ได้ และตายตั้งแต่เรื่องแรกเลยคือระบบตลาด พูดง่ายๆเลยคือ เราจะถูกปลูกฝังเรื่องคอมมิวนิสต์จากประเด็นทางด้านสังคมเท่านั้น เพราะนโยบายหรือรากเง่าของคอมมิวนิสต์หรือพวกมาร์กซิส มันอธิบายเหตุผลเชิงเศรษฐกิจไม่ได้

นอกเสียจากผู้มีอำนาจยึดอำนาจแล้วเปลี่ยนความคิดหรือหลักสูตรใหม่

ทั้งนี้ทั้งนั้นลองดูการปฏิวัติของ เลนิน หรือ เหมาเจ๋อตุง

(4) แสดงว่าเราก็ไม่เคยเป็นคอมมิวนิสต์

ใช่ครับประเทศไทยมีเพียงพรรคคอมมิวนิสต์ที่ถูก funding โดยจีน เพราะสังคมคอมมิวนิสต์นั้นแต่ดั้งเดิมเคยเชื่อว่าการปฏิวัติควรเกิดขึ้นทั้งโลก(ยกเว้นสตาลินนิส) นักศึกษาที่หนีเข้าป่า และ การระดมอาวุธ ล้วนมาจากจีนทั้งนั้น

โดยประเทศไทยนั้นโน้มเอียงเข้าหา “การจัดการนิยม” จากการเป็นเมืองที่แสดงออกแบบจงรักภักดีต่อจักรวรรดิอเมริกา(จากมุมมองของอิสระชนนิยม) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าประเทศเข้าสู่สังคมเสรีนิยม มันเป็นเพียงแค่คำลวง

โดยตื้นลึกหนาบาง ประเทศเราไม่ได้แข็งแกร่งมาแต่อดีต จึงจำเป็นต้องพึ่งทุนใหญ่เป็นหลัก รวมถึงนโยบายนีลดีล สมัยนั้นด้วย

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสัง Bitcoin นั้นเชื่อมโยงกับสิ่งที่ออสเตรียนเป็นได้ยังไง

โดยจากทฤษฎีของสำนักออสเตรียนนั้น Ludwig Von Mises เคยกล่าวไว้ว่าเงินนั้นคือสินค้าชนิดใดก็ได้ รวมถึงสังคม Barder trade ในยุคอดีตก็ถือว่าเป็นการพัฒนาสินค้าที่เรียกว่าเงิน

เงินนั้นคือ Capital Good หรือ ทุนที่ดี

“กฏหมายหรือภาษานั่นไร้พรหมแดนกั้นขวาง แต่เงินนี่สิที่โดนควบคุม และถูกหยุดพัฒนา“

ขอบคุณมากๆนะครับตั๋ง🥰

อธิบายได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะขอบคุณมากค่ะ👍👍👍 

รอให้ทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว

น่าจะยังไม่ตื่นมาชื่นชมคำชม

🤙🏻🤙🏻🤙🏻 ผมหล่อ ขอบคุณครับ

ทุ่งม่วงนี่หล่อทุกคนครับ ไม่ต้องแย่งกัน

ไม่ !

อย่ายัดเยียดความหล่อให้เป็นความเท่าเทียม

ผมหล่อคือผมหล่อ

คำชมต่องมาจากผู้อื่น ชมตัวเองไม่นับโว้ย 555

เวลาพี่ช่วยตัวเองพี่นับไหม

นั่นแหละ นับก็คือนับ ถ้าอย่างนั้นการปริ๊นเงินของไอ้เศรษฐา ก็ไม่นับได้555

nostr:npub1z7k4pffj7250eaydd3ya0v07mmzecylcq9cw5af68zu39q0k4u3qj6xre4 น้องรัก ผมยังชมเลย พี่พลาดมากก

นับยังไงก่อน! หันหน้าใส่กระจกแล้วแบบ อ่า~ กล้ามท้องชั้นสวยจริงๆเลย โอ้วว ดูใบหน้าอันหล่อหลานั้นสิ อ่า~ชั้นหล่อเกิน อ้าาาา ปรี๊ด ปรี๊ด งี้อ่อ? ไม่ด้ายยยย!!!

WTF!

It's a damn shame what's the world gotten to!

🙀

ปวดหัว 555

ความหล่อไม่สามารถนับเป็นจำนวนได้ มันคือ เรื่องจริง ที่ไม่มีอะไรพิสูจน์

หน้าม้าผมทำงานแล้ว

ความหล่อเป็น subjective of value ครับ

นี่เป็นการออกทะเลที่ไม่เคยเจอมาก่อน

นายมันสุดยอด😍

📖 ได้รับความรู้แบบแน่น ๆ 🕳️🐰 ขอบคุณครับ 🙏

ความรู้ไม่เน้นครับ เน้นหล่อไว้ก่อน