Eternal Recurrence ไม่ใช่มุมมองความเชื่อที่ว่า Rise and fall ซึ่งเป็นความเป็นจริงรูปแบบที่เราพบเห็นได้ตาม ความเป็นของมนุษย์ ในเชิงธรรมชาติ

Eternal Recurrence คือความเชื่อที่ว่าทุกอย่างจะวนลูปเหมือนงูกินหาง รวมถึงการเกิดขึ้นมาของเราอีกคนและเราก็ยังพบเจอความทุกข์ที่เราพบเจอมา

รวมถึงการกำเนิดเวลาเส้นตรงเส้นเดิมที่ไร้ซึ่งจุดเริ่มต้น มีเพียงจุดจบและกำเนิดขึ้นอีกครั้ง

ณ จุดปัจจุบัน หรือ ความเป็นที่เราอยู่ท่ามกลางกาลเวลา มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ความเชื่อเช่นนี้ จึงมีผลการตัดสินใจเพื่อมุ่งไปสู่จุด ณ อนาคต มากกว่า การยึดโยงตัวปัจจุบันและที่ผ่านมา

เมื่อชุดความเชื่อนี้โผล่ขึ้นมา ในหัวผู้ที่ตระหนักกับมันย่อมรู้ดีว่าพวกเค้าคือผู้กำหนดอนาคต มากกว่า การสอบสวนและค้นหาความเป็นจริง หรือ การมองโลกอย่างไร้เดียงสา ตามคำสอนที่ด้อยค่าตัวเรา

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนมุมมอง

Eternal recurrence สำหรับผม ถ้าพักหาย ใจเข้า-ออก ช้าๆ ซักแปบ คือ

Different day, Same shit, All again

แปรเปลี่ยน, ปวดกระบาล, ไม่เลิก

อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา

มนุษย์ (ตัวกู)ไม่มีตัวมีตน เพราะหากมีก็คงต้องอยู่ในสภาวะคงที่ตลอดไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อยืนยันถึงความ”มีอยู่” ด้วยเหตุนี้ มนุษย์หรือตัวกู จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ

”ธรรมชาติ” เท่านั้น

การพิจารณา สภาวะ rise n fall ตามธรรมชาติ จึงเห็น รู้ ได้ไม่ผิดแน่ครับ และหากมันกระทบเทือนความรู้สึก เกิดสภาวะแบบอ๋อ(ตื่น)

และเห็นเกิดดับๆมากเข้าๆ จนเกิดการสำรอกออก(หน่าย) เพราะ รู้เท่าทัน รู้ทันแล้วก็หน่ายเห็นเป็นเรื่องไร้เดียงสา ละมั่งครับ)

GM ครับ อยู่อย่างประสานกลมกลืนกับธรรมชาติ อาจจะเป็นอีกทาง

มันไม่เกี่ยวที่ว่าไม่มีตัวไม่มีตน ถ้าไม่มีจะต้องทำจุดที่ปัจจุบันให้ดีที่สุดได้ยังไง อย่าเอาสิ่งนี้ไปสอนลูดหลานนะครับ เพราะการมีตัว มีตนของเค้านั้นจึงสำคัญมาก มันคือคำตอบที่ว่าทำไม การที่ธรรมชาติคัดสรรค์มาจึงเกิดความไม่เท่าเทียม และ คนบางคนเกิดมาเพื่อสร้างความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั่น

เราเกิดมาท่ามกลางธรรมชาติ ที่ไม่ได้สมบูรณ์ ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องละตัวตน

แต่สร้างความสมบูรณ์แบบในตัวของตัวเองเถิด

หากเอาสัจธรรมเพื่อไปบอกคนที่ไม่มีให้ยอมรับ คุณก็คือคนหยาบกระด้านที่ทำลายแม้แต่ตัวตนของผู้อื่นโดย ศีลธรรมของตัวเอง

ขออภัยในการไล่เรียง ที่ทำให้ไม่เห็นโมนภาพ ในจุดเชื่องโยง

“ไตรลักษณ์ และธรรมชาติ “ง่ายๆ โง่ๆ