เวลาที่เราเห็นคนใกล้ตัวกำลังลำบาก

(เช่น เห็นลูกสับสนกับการบ้าน

เห็นแฟนขัดแย้งกับพี่ของแฟน)

ความเป็นห่วงที่เรามีให้กับเขา

ส่งผลให้เราไม่สามารถอยู่นิ่งได้

.

เราอยากที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ชีวิตเขาดีขึ้น

.

เราเลยเข้าไปให้คำแนะนำก่อนที่เขาจะเอ่ยปากร้องขอ

เราเลยก้าวเข้าไปป้องกันไม่ให้เขา “ทำพลาด”

.

การกระทำของเรามาจากความหวังดีก็จริง

.

แต่บางครั้ง ความหวังดีของเรา

ก็กำลังสื่อสารกับคนใกล้ตัว (แบบอ้อมๆ) ว่า

.

“เธอรับมือกับสถานการณ์นี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้หรอก”

“ฉันรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ดีกับชีวิตเธอ (รู้ดีกว่าตัวเธอเองด้วย)”

.

สิ่งนี้จะค่อยๆกัดเซาะความมั่นใจของเขา

และทำให้ใจเราห่างกันโดยที่เราเองก็อาจจะไม่ทันรู้ตัว

.

หากเราหวังดีกับคนใกล้ตัวของเราจริงๆ

ความหวังดีนั้นไม่ควรที่จะ “ขัดแข้งขัดขา” ของเขา

.

หากเราหวังดีกับคนใกล้ตัวของเราจริงๆ

เราจะคอยอยู่เคียงข้างเขาเวลาที่เขาพยายามเดินด้วยตัวเอง

เราจะรับฟังเขาก่อนที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้เขา

เราจะวางใจว่าเขาจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคและผ่านมันไปได้

.

หากเราหวังดีกับคนใกล้ตัวของเราจริงๆ

เราจะไม่ “ชี้ชะตา” ชีวิตของเขา

แต่เราจะเชื่อมั่นว่าเขาเข้มแข็งพอ

ที่จะ “เขียนชะตา” ชีวิตของเขาเองได้ครับ

.

อ้างอิง

https://psycnet.apa.org/doi/10.4135/9781446249215.n21

http://dx.doi.org/10.1037/a0012760

https://psycnet.apa.org/doi/10.1037/0022-3514.92.3.434

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

น่าสนใจครับ โดยเฉพาะคนเป็นพ่อแม่ เพราะความหวังดีเลยคิดแทนลูก วางแผนชีวิตลูกเองซะเลย