Replying to Avatar Bow RightShift

3 Nov Happy birthday RightShift

วันนี้พวกเราครบรอบ 1 ขวบ อย่างเป็นทางการ

อ. ตั๊ม กับ นายแจ๊คไม่รู้หรอก เพราะคนจดทะเบียนบริษัทนั่นนะ เป็นนายสมนึกต่างหาก แต่นายสมนึกไม่น่าจะจำได้ เพราะหลักจากจดเสร็จ ทุกอย่างก็มากองที่เราเอง วนไปสรรพากรไม่รู้กี่รอบ เลือกสีเสื้อมงคลไม่รู้กี่ตัว จนทุกอย่างเสร็จสิ้นทันเปิดขายตั๋วงาน BTC พอดิบพอดี

เพราะฉะนั้น วันนี้ทางสะดวก ไม่มี longform มาตัดหน้าแม่แน่ๆ

เอาล่ะ เราแค่อยากจะเล่าให้ฟัง

พวกเราเริ่มต้นกันแบบง่ายๆ เป้าหมายแค่เผยแพร่ความรู้ พวกเราเริ่มต้นที่เลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 เพียงแค่ห้าตัว ด้วยสัดส่วนที่เท่ากันของผู้ก่อตั้ง 5 คน อ. ตั๊ม คุณลุงโฉลก นายแจ๊ค สมนึก และเราเอง

กองทัพของเราเจอกันครั้งแรกนั่นก็ตามที่ Jakk Goodday ได้เล่าไปแล้ว อาหารมื้อแรกที่เรากินด้วยกัน นั่นก็ตามที่น้องนิ่มได้เล่นเกมแจกตุ๊กไปแล้วเช่นกัน

ทุกวันนี้กองทัพเรามีสมาชิก 16 คน

แน่นอนมีคนเดียวที่ได้เงินเดือน นั่นก็คือมือ graphic ประจำบริษัท คุณตุ้ย เจ้าของผลงาน art work ทุกชิ้นที่ทุกคนได้เห็นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เงินที่เยอะอะไร น้อยกว่าค่าจ้างพนง. พาร์ทไทม์เสียด้วยซ้ำ

ส่วนที่เหลือน่ะเหรอ..หึหึ.. ค่าน้ำมันรถ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ค่าอุปกรณ์ ที่ใช้เงินส่วนตัวออกเองกันไปบ้าง ของมือสอง ที่ผลัดกันส่งต่อกันบ้าง

ผ่านไปสามสี่เดือน เรายังไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพวกเค้าได้ เราตัดสินใจใช้ sat ส่วนนึง แจกให้กับกองทัพ เพื่อแทนคำขอบคุณ เราทำแบบนี้ ทุกๆ 4เดือน พอจ่ายด้วยsat นานๆเข้า เราก็รู้สึกว่าเฮ้ะ มันก็ดีนะ มันเหมือนเตรียมตัวย้ายจักรวาล ทำงานแลก sat เตรียมย้าย

ประโยคนึงที่ได้พูดกับพวกเค้าในวันสุดท้ายของงาน BTC หลังจากที่อ. ตั๊ม ได้โยนคำถามมาว่า "ทำไมถึงยอมให้ทำ" น้ำตารื้นทันที แต่โชคดีที่ดันทำแก้วแตก เลยพอจะดึงสติกลับมาได้ เราไม่ได้ตอบคำถามที่โดนถามหรอกนะแต่ เป็นการพูดกับพวกเค้าแทน

"มันไม่ไม่กี่องค์กรหรอกนะ ที่เราพูดแค่เป้าหมาย แล้วทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราขาดใครคนใดคนนึงไม่ได้ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตกัน และก็ขอให้พวกเราไปถึงเป้าหมายที่เรามีร่วมกัน แล้วก็ช่วยอ.ตั๊มไปนานๆ"

สิ่งที่ช่วยให้ทีมใจฟูขึ้นไปอีก ก็ตอนหลังงาน BTC ที่พวกเราได้รับรู้ถึงความรู้สึกอิ่มเอม ตื้นตัน ดีใจ ตื่นเต้น แถมยังมีผู้สนับสนุนใจดีส่งเงินมาซัพพอร์ตหลังจากงานจบ รวมทั้ง โอเพ่นดามจากพี่ปณัยด้วย

มาถึงวันนี้ ครบรอบ 1 ขวบ แล้ว ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนก็เริ่มหายไปแล้วสิ ทำไมนะ หรือเพราะว่าตอนนี้ทุกคนดูมีความสุข และโลดแล่นกับบทบาทของตัวเอง ไม่เหมือนตอนเริ่มใหม่ๆ ที่ดูจะอึดอัด ติดขัดไปหมด

งั้นขอใช้วันดีวันนี้ ขอบคุณเรียงตัวเลยละกัน

ขอบคุณสมนึก ที่ทำงานแทนเราในด้านที่เราไม่ถนัดเอาซ้ะเลย ทั้งบี้ราคา ทดลองผ้า ถามเซ้าซี้ เช็คสต๊อก ส่งของ คุยกับบัญชี เจาะแจ้ะ ตอบแชท เคลียร์ลานทัวร์

ขอบคุณพี่เป็ด ที่เป็นผู้ใหญ่ของทีม ดูแลบ้านและคนในบ้านอย่างใจเย็น ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน

ขอบคุณนายแจ๊ค ที่สามารถคัดสรรบุคลากรคุณภาพและรักษาพวกเขาไว้ ถึงแม้สภาพร่างนายจะดูโรยรา หรือนายจะอ้วกตามทางรถไฟ ก็ไม่เป็นไร แต่ขอร้อง ตัดผมเถอะ!

ขอบคุณประธานซุป ที่โค่นอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้สร้างผลงานตัดต่อแฝดซุป เรียกแขก จนกระทั่งทำเซอร์เวอร์ล่ม ผู้สร้างผลงาน บิตคอยน์คือทางออก และผู้สร้างตำนานการล่าแซตด้วยแรมและการมาส์กหน้า

ขอบคุณจิงโจ้ ที่เติบโตมาได้อย่างดี ผู้ชายที่ดูจะหยาบกร้าน แต่ใช้ภาษาได้เหมือนร่ายเวทย์ มือแปลและมือเขียนคนสำคัญ ผู้สิงตัวอยู่กับตัวหนังสือในตอนเช้า อยู่กับเนื้อตอนบ่าย อยู่กับไก่ตอนเย็น และอยู่กับแก้วโดเรม่อนตอนไลฟ์

ขอบคุณขิง ที่เป็นนักเล่าที่ดี นักคิดที่เก่ง นายรู้ตัวมั้ย นายจะเป็นร่างโคลนปิรันย่าแล้วนะ เตรียมตัวเป็นนักเรียนของจารย์ขิงกันได้เลย

ขอบคุณอาร์ม ที่เป็นนักค้นคว้า นักทดลอง ผู้อ่อนน้อมและอดทน ชายไทยผู้ไลฟ์ใน zapstream เป็นคนแรก ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตในทุกๆเรื่อง

ขอบคุณหมอนิว ที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นคุณหมอที่พร้อมซัพพอร์ตทีม เป็นมือตัดต่อช่วยท่านประธาน แถมเป็นแอ้คหลุมรับทัวร์ได้อีกจะหาก

ขอบคุณน้องนิ่ม ที่ในที่สุดก็กล้าออกแจมสภายาส้มด้วยตัวเอง มือเย็บตุ๊กตาของทีม เอาจริงๆ เย็บสวยกว่าร้านอี๊กก เตรียมแซตรออุดหนุนผลงานน้องนิ่มละนะ

ขอบคุณพี่พง ที่คอยเป็นกำลังหลัก และกำลังเสริมด้านการถ่ายทำ ถึงแม้งานจะรัดตัวขนาดไหน ก็ยังปลีกตัวมาช่วยพวกเราเสมอ

ขอบคุณคุณตุ้ย ที่สามารถเสกสภาพสวยๆ จากลายเส้นกากๆของอาร์ม หรือจากบรีฟคำไม่กี่คำของซุป ได้เหนือความคาดหมายทุกครั้ง

ขอบคุณอิสระ ที่ทำให้รู้ว่าเด็ก 18 ที่มีสมองดีเกินอายุไปหลายเท่านั้น ไม่ใช่แค่สมองที่แก่ แต่มุกก็แก่ด้วย

ขอบคุณเทนโด้ ที่เข้ามาเติมสีสันให้ทีมดูครึกครื้น แถมยังมีไอเดียสนุกๆพุ่งไปพุ่งมาตลอดเวลา

ขอบคุณมิวนิค ที่ในที่สุด นาย ก็ เปิด ตัว ซ้ะ ที มาทำให้โลกรู้กัน ว่านายเจ๋งขนาดไหน

ถ้าถามเราว่า Right Shift จะไปไหน เราตอบได้แค่ว่า พวกเราเป็น your everyday bitcoin ไม่จะไปทางไหน พวกเราจะไปด้วยกัน น้องๆแต่ละคนจะเติบโตและสร้างสรรค์คุณค่าของเค้าเอง และพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน คุณค่าที่พวกเราสร้างจะส่งต่อไปให้คนรุ่นถัดๆไป

ถ้าถามว่าแม่โบว์อยากบอกอะไรน้องๆมั้ย เราก็จะบอกว่าชีวิตมีแค่นี้ ใช้ซ้ะ ใช้ให้สนุก ใช้ให้สมวัย บางทีพวกนายก็จริงจังเกิ้นนนนนนน

ส่วนคำตอบที่อ. ตั๊มถามน่ะเหรอ ตอบง่ายมาก แต่มันพูดยากมาก

"ทำไมถึงยอมให้ทำ"

"ถ้าตั๊มไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าต้องทำแล้ว ก็ทำให้ดีที่สุด ถ้าอยากทำให้ดีที่สุด ก็ต้องช่วยกัน"

นี่คือภาพความรกบนตู้เย็น ข้อความเล็กๆ บนกระดาษสีชมพูนั่น ถูกแปะมากับลังขนมลังเบ้อเร้อ เมื่อประมาณ 2 หรือ 3ปีที่แล้ว เป็นตอนที่ยอ. ยังจับทิศอะไรๆ ไม่ถูกซ้ะด้วยซ้ำ แต่เชื่อมั้ย นั่นเป็นกำลังใจแรกที่ทำให้เชื่อมั่นว่าเรามาถูกทาง

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ฮ้ะ

ขอให้เป็นวันที่ดี

ปล. เดินทางปลอดภัยนะฮ้ะ ทีม meet up

#siamstr

แม้จะโดนปาดหน้าไปอย่างอุกอาจตั้งแต่เช้าโดย nostr:npub1e963pmyq9q6873njkzxu279l8rh3mymxj9y5lq3x3hkeyj5s2pkqut3z4f แต่กระผมจะไม่ท้อ ผมมีมุมที่อยากจะเล่าในวันครบรอบ 1 ปีก่อตั้ง Right Shift ซึ่งเมื่อพูดถึงวันครบรอบแล้วล่ะก็.. ตัวอย่างง่ายๆ เราก็มักฉลองให้กับวันครบรอบแต่งงาน แต่คนแบบผมจะมีวันพิเศษอีกวันคู่กันไปในใจเสมอ.. มันคือวันแรกที่เราได้คุยกัน

ผมน่าจะเป็นมือที่ 4 ที่แทรกเข้ามาในความสัมพันธ์ยุคแรกเริ่ม nostr:npub1xzh2kqynr29x6j3ln6x05f26ha0c0ucfr280uzljftlgcthv9r6skqe7dt อาศัยความจุ้นจ้านมุดเข้าไปก่อนผมมาพักนึงแล้ว กลุ่มพูดคุยเกิดขึ้นนับจาก 9 พฤษภาคม 2022 ผมเข้าใจว่า nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv ไม่ได้มีเวลามากพอจะจัดการเรื่องหลังบ้านเหล่านี้ นี่คงเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะได้ป้ายยาส้มเมียตัวเอง ก็คือโยนลงน้ำให้ไปหาทางว่ายเอาเอง

พวกเขาคุยกันมาระยะหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องการผลิตเสื้อ ส่วนตัวผมถูกจับไปดีลอีกงานในอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นงานดิจิตัลอาร์ทที่ค้างคามาเป็นปี และแน่นอนว่า Jakk ไม่ชอบเห็นอะไรค้างคา..

สุดท้ายผมจึงถูกจับมามัดรวมกับแก๊งค์ Founder ในวันที่ 8 มิถุนายน 2022 และนั่นคือวันแรกที่ปีศาจได้รับอิสรภาพ

ความบ้าพลังของผมผสมกับความเจ๊าะแจ๊ะของสมนึก ทำให้เกิดโคตร Long-form ขึ้นใน FB Messenger มันมากเกินกว่าคุณจะใช้เวลาว่างๆ ในแต่ละวันมาตามเก็บให้หมดได้

ในเวลานั้น อ.ตั๊ม ก็คงชักจะอ่านไม่ไหวแล้ว สุดท้ายจึงต้องเบิกตัวภรรยา nostr:npub1e963pmyq9q6873njkzxu279l8rh3mymxj9y5lq3x3hkeyj5s2pkqut3z4f เพื่อมารับมือกับไอ้บ้าสองคนนี้

ถ้าลองย้อนกลับไปสักเกือบ 2 ปีที่แล้ว ในตลาดบ้านเราแทบไม่มีใครรู้จักแม่โบมาก่อนเลย คุณไม่มีทางเดาได้หรอกว่า ผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตของปิรันย่าจะมีหน้าตาและลักษณะนิสัยแบบไหน..

และถ้าย้อนไปสัก 5-7 ปีก่อน ผมเองก็มีประสบการณ์โปรเจคพังยับแบบงี่เง่ามามากกว่า 2-3 ครั้งเพราะ "**เมียเจ้าของ**" มาเกือบทุกรอบ จะมีสักกี่คนที่ยอมรับสไตล์ของผมได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นผู้หญิง แถมยังเป็นเมียของคนสำคัญอีกด้วย

ผมเหมือนเป็นภัยคุกคามที่ยังมีลมหายใจต่อสามีของใครก็ตามที่หวังจะกลายเป็นผู้เกรียงไกร ซึ่งผมบอกตรงๆ ว่าทั้งหมดคือคิดกันไปเองทั้งนั้น

ก่อนหน้า Covid-19 ผมเคยเปิดใจกับเฮียคนหนึ่ง เกี่ยวกับประเด็นนี้…

*“ผมผิดตรงไหนที่ตั้งใจทำงานให้พี่.. ทำไมเมียพี่ถึงดูเกลียดผมจังเลยวะ”*

ผมเป็นคนที่ไม่ชอบอ้อมค้อมหากมีประเด็นต้องเคลียร์ใจ ผมซัดแสกหน้าตรงๆ แบบนั้นเลย ผมไม่ชอบให้ใครมาเสแสร้งหรือแต่งคำพูดเอาอกเอาใจ ผมต้องการความจริงเท่านั้น และผมดูออกเสมอหากเขาคิดจะโกหก..

*“มึงอย่าไปคิดมากสิวะ.. ผูหญิงมันก็เป็นแบบนี้แหละ.. พี่ยังบอกมันอยู่เลยว่าถ้าพี่ไม่เอามึงมาทำงานด้วยวันนี้ วันหนึ่งข้างหน้ามึงก็หาทางไปเองได้อยู่ดี และมึงอาจจะโตกว่าการอยู่กับกูด้วย มึงเป็นคนแบบนั้น.. มันไม่ใช่บุญคุณ กูแค่อยากได้คนแบบมึงมาช่วย”*

ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้คำตอบที่อยากได้ นอกจากคำปลอบประโลมปลอมๆ และอาการบ่ายเบี่ยงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในใจผมมันมีคำตอบที่ชัดเจนแล้วกับอนาคตของตัวผมเอง ซึ่งมันไม่ใช่ที่นั่นแน่นอน..

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเหมือนมีผีตามหลอกหลอน ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ “**เฮีย**” มักจะพาคนสนิทอย่าง “**เมียตัวเอง**” มาร่วมงานกับผม.. เพราะผมมันคนแปลก ผมลูกทุ่ง ผมไม่ได้จบ MBA ห่าเหวอะไรนั่น มันยากที่ใครจะเข้าใจวิธีคิดในแบบผม (ซึ่งผมมารู้เอาทีหลังว่าผมได้สมาทานแนวคิดออสเตรียนมาเต็มประตูแบบระลึกรู้เอาเอง nostr:npub16hpaqcm8zhc6n4d79tu2mtsf9464093r4v3r7l5hq5tpsng3txesw3tu5f มันว่ามาแบบนั้น..)

มันจะมีลูกเกรงใจ.. มีเรื่องของความสัมพันธ์ การให้เกียรติ และความกดดันบางอย่างที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูกเมื่อต้องทำงานกับ “**เมียเฮีย**” เอาเป็นว่าผมไม่ชอบเลยก็แล้วกัน.. แต่ในที่สุดผมก็ต้องมาเจออะไรแบบนี้อีกครั้ง และไวกว่าที่ผมคิดเอาไว้ด้วย..

แต่ท้ายที่สุด.. ผมก็เลือกจะปล่อยวางทิฐิของตัวเอง ผมเลือกที่จะไม่เอาอคติเหล่านั้นมาบดบังเรื่องอื่นๆ เพราะผมรู้สึกว่าการปล่อยให้ปัญหาหรือความชอบส่วนตัวมาขัดขวางทางเดินคงเป็นอะไรที่ไม่ฉลาดนัก ผมพยายามเข้าใจให้ได้ว่ามันอาจไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบเดียวกัน ผมไม่ควรทึกทัก "**เหมารวม**" ไปเสียหมด

ก็ในเมื่อมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเราไม่ลองทำให้มันออกมาในทางที่ดีดูสักตั้ง..

*“สวัสดีครับแม่...”*

นั่นคือสรรพนามแรกๆ ที่ผมเลือกใช้แทนตัวเขา ผมเลือกจะแสดงออกก่อนถึงระดับความสัมพันธ์และการให้เกียรติที่ผมมอบให้กับเขา พวกเราเชื่อหรือไม่ว่าคำๆ เดียวมันทำลายกำแพงทุกอย่างลงในทันที.. ไม่ใช่แค่กับผม มันหมายถึงกับ อ.ตั๊ม และ อ.โบ ในเวลาเดียวกัน

ผมเลือกจะเรียกเค้าว่า “**แม่**” จนชินปาก มันทำให้ อ.ตั๊ม ไม่ต้องมากังวลกับความสัมพันธ์ของผมกับเมียตัวเอง มันอาจทำให้ อ.โบ รู้สึกว่าผมเป็นมิตรมากขึ้น ไม่ต้องมามีเชิงอะไรต่อกัน และเธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน..

*“พวกเราอายุไม่ต่างกันมาก เราก็เหมือนเพื่อนๆ กันนั่นแหละ”*

คุณจะรู้สึกเป็นเกียรติขนาดไหนที่คนระดับที่เรายกให้เป็นไอดอลมาพูดแบบนี้กับเรา ผมเองก็ผ่อนคลายและรู้สึกได้รับการปลดปล่อยเป็นอย่างมากนับจากนั้น ซึ่งผมเดาว่า อ. ทั้งคู่คงรู้สึกว่าตัวเองผิดพลาด ไม่น่าไปพูดแบบนั้นกับมันเลย.. จากเดิมที่คาดหมายว่าผมจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในด้านต่าง ๆ ให้กับ อ.ตั๊ม

สุดท้ายแล้ว.. ผมทำให้ อ. วุ่นวายไปยิ่งกว่าเดิม ฮ่าๆๆ

คิดได้ตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ..

## The Silent Sacrifices Behind Grand Achievements

ผมไม่อยากฉายซ้ำในเรื่องที่ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk เคยพูดไปแล้ว ตัว อ.โบ เองก็พึ่งโน๊ตเพื่อฉายเบื้องหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถ้าไม่มีกองกลางหรือกองหลังที่ดีพอ กองหน้า อย่างผม กับ อ.ตั๊ม ก็ทำประตูกันไม่ได้

อะไรก็ตามที่เป็นงานเอกสาร รายละเอียดหลังบ้านปลีกย่อย งานง่วน ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครอยากทำ เราก็ได้ อ.โบ นี่แหละที่เข้ามาช่วยกันประสานงานกับสมนึก ผนึกกำลังทำให้มันลุล่วงไปได้ ผมเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องเหลียวหลัง ต่อให้ผมจะเป็นกวางน้อย ผมเองก็ไม่ต้องมาคอยพะวง ผมสามารถทะยานไปข้างหน้าได้อย่างสบายใจ

> **มันต้องมีใครสักคนที่ทำงานหนักอยู่เบื้องหลัง มีเด็กยกเปียโนให้กับโมซาร์ท การแสดงโชว์ที่ยิ่งใหญ่จึงจะเกิดขึ้นได้**

เรื่อง “**การเสียสละ**” นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Founder

มีครั้งหนึ่งที่ภายในทีมของเราตกอยู่ในภวังค์แห่งความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน มันเป็นช่วงกลาง ๆ ของการเติบโตเฟสแรก ที่เรามีหัวหอกบางคนในทีมกลายเป็นที่รู้จักในคอมมูนิตี้มากกว่าคนอื่นๆ ที่คอยทำงานซัพพอร์ตให้อยู่เบื้องหลัง..

พวกเขาอาจกำลังน้อยเนื้อต่ำใจที่ก็ทำงานหนัก แต่กลับไม่มีใครรับรู้ พวกเขาอาจรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่ต้องถูกผมมอบหมายให้ไปทำงานที่ต้องคอยหลบอยู่หลังเสา ในขณะที่บางคนถูกผมเลือกให้อยู่หน้าฉาก.. สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติทางจิตวิทยาที่มันอาจเกิดขึ้นได้ แม้ว่าใครจะปากหนักสักแค่ไหนก็ตาม..

วิธีที่ผมจะเยียวยาความรู้สึกนี้ มันไม่มีอะไรดีไปกว่า ไปลองเป็นพวกเขาด้วยตัวเอง..

ผมแสดงให้เห็นชัดเจนว่า.. ผมเองก็หัวอกเดียวกัน ผมจะอยู่ซัพพอร์ตทุก ๆ คนในเบื้องหลัง และปฏิเสธทุกแสงสปอร์ตไลท์ที่จะถูกสาดส่องเข้ามา ผมมองไปที่ผลการแข่งขันมากกว่าคะแนนส่วนตัว นั่นคือเหตุผลที่แทบไม่มีใครเคยรู้จักกับ Jakk Goodday มาก่อนเลย จนกระทั่งการเกิดขึ้นของ Nostr

เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม.. ทุกคนจะได้เจอทาง เจอโอกาส เจอช่วงเวลาที่จะได้แสดงคุณค่าของตัวเอง คุณต้องไม่รีบร้อน คุณต้องอดทนทำงานหนัก รอวันเวลาของตัวคุณเอง...

> **Just lower your time preference**

*“เพราะในทีมของเรามีคนที่ยอมทำงานหนัก เรามีคนที่เสียสละทำในสิ่งที่ไม่มีใครเห็น เรามีคนที่ยอมทำในสิ่งที่ไม่มีใครให้ค่า เรามีคนที่ยอมทำงาน “ธรรมดา ๆ” เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่เหลือได้ไปทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า”*

เพราะเรามีคนแบบนี้ เราจึงสามารถสร้างคนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้

*“ใครก็ตามที่มีคนรู้จักหรือมีชื่อเสียง จงขอบคุณเพื่อนของคุณที่เสียสละทำบางอย่างเพื่อให้คุณได้รับผลตอบแทนในวันนี้”*

ผมจำประโยคเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แต่นั่นคือหนึ่งในข้อความแชทน่ารำคาญ ซึ่งผมได้พิมพ์ให้ทุกคนได้อ่านในกลุ่ม Discord ของทีมเรา ผมอยากให้น้อง ๆ ทุกคนรู้ว่า พวกเขาสำคัญสำหรับผมในระดับที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นที่รักของผมมากไปกว่าใคร ขาดคนใดคนหนึ่งไป เครื่องยนต์ของเราคงไม่พาให้เรามาถึงตรงนี้…

หากคุณอยากให้คนรับรู้ถึงคุณค่าในตัวคุณ มันควรเริ่มจากตัวคุณเองก่อนที่เห็นในคุณค่าของตัวคุณเอง คุณอาจกำลังทำเรื่องยิ่งใหญ่โดยไม่มีใครรู้อยู่เลยก็ได้

สิ่งนั้นไม่ใช่เหรอที่สำคัญกับเราจริงๆ..

ณ ขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ผมคงกำลังเตรียมตัวหรืออาจกำลังเดินทางไปสู่งานมีตอัพครั้งแรกในแบบ Local ของเราที่นครราชสีมา..

งานเล็ก ๆ ที่กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต

เฉกเช่นเหตุการณ์ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2022

การจดทะเบียนจัดตั้งของกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่ของคอมมูนิตี้บิตคอยน์ไทยในเวลาต่อมา..

## End credits

ภาพฉากต่าง ๆ ในวันนั้น สลับตัดไปตัดมาในความทรงจำของผมแบบเมา ๆ มันมีฉากหนึ่งที่ผมนั่งคุยกับพี่ชิตอย่างออกรสออกชาติ ผมจำคำว่า “Make saving great again” ได้อย่างขึ้นใจก็วันนั้นเอง

ภาพต่อมาคือพี่ชิตพาพวกผมขึ้นไปเยี่ยมชม Bitcoin ATM เครื่องแรกๆ ของเมืองไทย เสียงเพลงรุกเร้าในจังหวะน่าส่ายสะโพก ผมแหกปากแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ผมกับพี่ชิตกอดคอกันเต้นราวกับเพื่อนร่วมรุ่น มีแสงไฟหลากสีสาดไปมากระทบสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

ภาพถัดมาผมเห็นตัวเองค่อย ๆ พยุงตัวเพื่อเดินให้ตรงทางเดินตรอกเล็ก ๆ บนเกราะเกร็ด มีน้องนิ่มหรือใครสักคนที่คอยพยุงผมอยู่ไม่ให้เผลอหล่นตกลงไปในเจ้าพระยา..

“พี่ตั้มเดินเลื้อยเป็นงูเลยค่ะ..” น้องนิ่มมาเล่าให้ฟังหลังจากนั้น

ภาพต่อไป เป็นภาพพี่เป็ด nostr:npub1ysvk3na2kzmfy3yw9mj2947srkqpm7w3m4nmhey2sdet9xg9480qjn54x4 ที่แสดงสีหน้าห่วงใยผมสุดฤทธิ์ พี่เป็ดต้องไปส่งผมที่สถานีรถไฟเพื่อเดินทางกลับบุรีรัมย์ให้ทันรอบ 4 ทุ่มกว่า ๆ เป็นบัตร รฟ. นอนที่ผมจองล่วงหน้าเอาไว้

ผมวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว.. ผมจะเมาให้เต็มคราบเมื่อได้เจอพี่ชายสุดที่รัก (พี่ชิต) และหลับยาวๆ บนที่นอนนุ่มๆ ของ รฟ. ไปตื่นตอนสว่างที่บ้านพอดี

ผมร่ำลาพี่เป็ดที่หน้าสถานีรถไฟเรียบร้อย รีบวิ่งไปหาที่นั่งบริเวณชานชะลา..

อนิจจา.. ถ้าผมไม่เอาแอลกอฮอล์ออกจากท้องให้หมดก่อน ผมคงขึ้นรถไฟไม่ไหวแน่.. ตรงนั้นมันมีพุ่มไม้เล็กๆ ที่แสงไฟสาดไปไม่ถึง

ไม่มีที่ไหนเหมาะจะอ้วกเท่ากับที่นี่อีกแล้ว..

***“แก๊ง ๆ แก๊ง ๆ“***

*“ขบวนรถไฟดีเซลรางธรรมดา ขบวนที่ xxx จะจอดเทียบชานชะลาที่ 2 ในเวลาตี 1..”*

ผมจำไม่ได้ว่าเวลาเท่าไหร่แน่.. ที่แน่ๆ คือผมตกรถไฟขบวนที่จองไว้ไปเรียบร้อยแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ผมฟื้นขึ้นมาอย่างงง ๆ และจำอะไรแทบไม่ได้

ทำไมผมมานอนกองอยู่กับพื้นแบบนี้?

ตรงนั้นมีรอยอ้วกของใครสักคน.. พุ่มไม้ในที่มืด ๆ สถานีรถไฟในเวลาเลยเที่ยงคืน..

*“ชิบหาย.. กูตกรถ!!”*

*“ไก่ย่าง ๆ ๆ ส้มตำ ไส้กรอก ร้อนๆ ก็มีจ้า..”*

*“น้ำเย็น ครับน้ำเย็น โค้ก เป๊บซี่ สไปรซ์ น้ำมะนาวเย็น ๆ มาแล้วจ้า..”*

*“มะม่วง จ้า มะม่วง มะม่วงเปรี้ยวๆ หวานๆ มันๆ น้ำจิ้มรสเด็ด…”*

สารพัดเสียงเห่กล่อมจากพ่อค้าแม่ขายที่เวียนกันมาไม่ซ้ำหน้าตลอดเส้นทางบนรถไฟสายข่มขื่นที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

ความจริงแล้วมีผู้โดยสารเต็มขบวน แต่ผมเป็นคนเดียวในโบกี้นั้นที่ได้นอนคุดคู้อยู่คนเดียว ไม่มีใครกล้ามานั่งข้างผม ผมหนาวมาก ๆ ผมไม่มีผ้าห่ม ลมโกรกพัดตลอดเส้นทาง เบาะนั่งก็แข็งเอนหลังไม่ได้ และเสียงอื้ออึ้งรอบทิศ

ที่หนาวที่สุดคือสิบกว่าสายที่โทรเข้ามายิก ๆ ซึ่งผมไม่กล้ารับสายเลยแม้แต่น้อย.. หลังจากวันนี้ ถ้าผมรู้ว่าใครเอาเรื่องนี้ไปบอกกับเมียผม ผมจะเลิกคบและบล็อกคุณอย่างถาวร และแจ้งความคุณในข้อหาสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวผม

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือ สำคัญขนาดไหนก็ตาม.. ไม่เชื่อก็ลองดู

---

nostr:naddr1qq4xc6tnw3ez6c35x5mrse3kxuknzctrvgkngdekvykkyd3jv5kkxepnx3jrzepcxuenqespp4mhxue69uhkummn9ekx7mqzyrvrpmnm0sc2xe93y39h0xhmknc4vuellwxgwg6ssm3xkz6wv8xkyqcyqqq82vqg5wtcr

---

nostr:note1akwj8gdqdac98fx74mdexrf5ta4nlwxypz55m08xttk47yskagdqqcv4zl

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.