สนามที่มองไม่เห็น (The Field You Can Feel)

เคยไหม...

คุณอยู่ในที่ที่ไม่มีใครสั่ง แต่คุณอยากทำเต็มที่อย่างไม่รู้ตัว

คุณไม่สนว่ามีโบนัสรออยู่ปลายทางไหม ไม่กลัวจะถูกเตือนในเช้าวันจันทร์ มันมีบางอย่างในอากาศที่คุณรู้สึกได้..

มันเหมือนแรงดึงบางอย่างที่ทำให้คุณอยากเป็น "ตัวเองที่ดีที่สุด" ทั้งที่ไม่มีใครกำลังดูอยู่

เคยไหม...

คุณเจอใครบางคนที่ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่แค่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกว่า..

โลกมันสงบลงนิดนึง หัวใจก็คลายเกร็งลงหน่อยนึง

คนคนนี้ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในองค์กร เขาไม่ใช่หัวหน้า ไม่ใช่เจ้าของ แต่เขาทำให้บรรยากาศทั้งห้องเปลี่ยนไป

เขาทำให้เรารู้สึกว่า **“เราจะโอเค แม้มันจะยังไม่โอเค”**

เราเรียกสิ่งนั้นว่า **"สนามพลัง"**

มันไม่ใช่ระบบ ไม่ใช่นโยบาย ไม่ใช่ KPI ไม่ใช่ชื่อย่อ ..มันอยู่จริง และมันมีผลต่อทุกการกระทำของมนุษย์ในที่ทำงาน (แม้ไม่มีใครเคยเขียนมันลงในคู่มือพนักงาน)

ในที่ทำงานบางแห่ง.. แค่ก้าวเท้าเข้าไป หัวใจเราก็แห้งฝืดลงชั่วขณะหนึ่งโดยไม่รู้สาเหตุ

ในที่บางแห่ง.. แค่ได้ฟังบทสนทนาในห้องประชุม เราก็อยากจะหายตัว

แต่ในที่อีกแห่งหนึ่ง.. เรากลับยอมลุกจากเตียงเช้ามืด เดินทางฝ่ารถติด ฝ่าฝน ฝ่าความเครียด

เพื่อไปเจอกับพลังบางอย่างที่เราบอกใครไม่ได้ว่า "มันคืออะไร?"

มันคือความรู้สึกว่าที่นั่น **“มีชีวิต”**

ไม่ใช่ชีวิตที่วุ่นวายแบบหน้าฟีดประชุมทุกชั่วโมง

แต่เป็นชีวิตแบบที่ “มีใครบางคนกำลังดูแลจิตใจใครอีกคนหนึ่งอยู่”

ชีวิตแบบที่ไม่ได้เร่งให้สำเร็จ ซึ่งมันช่วยให้เติบโต.. ชีวิตแบบที่เรารู้ว่าความผิดพลาดของเราจะไม่ถูกเอาไปทำโทษ..

มันจะถูกฟัง ถูกเรียนรู้ และถูกกอดเบาๆ ด้วยสายตา

เสียงหนึ่งในทีมเคยพูดว่า..

“บางทีพลังงานขององค์กรไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เราทำ มันอาจอยู่ในสิ่งที่เรารู้สึกระหว่างที่ทำ”

เคสที่หนึ่ง..

ดีเจคนหนึ่งในทีมลานฯ พูดติดตลกว่า

“ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงอยากตื่นเช้ามาประชุมกับพวกพี่นะ ทั้งที่ผมเคยเป็นคนไม่ค่อยอยากเอาใครเลย”

เขาหัวเราะตอนพูด แต่ในแววตาเขาไม่ได้ตลก

มันเป็นแววตาของคนที่เพิ่งเข้าใจว่าเขาไม่ได้ต้องการงานที่ดี

เขาแค่ต้องการ "สนาม" ที่เขารู้สึกว่าเขามีความหมาย

เคสที่สอง..

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งฟังเพื่อนร่วมทีมแชร์ความรู้สึกในวงปรึกษา

เธอไม่พูดอะไรทั้งสิ้นตลอด 40 นาที

แต่เมื่อจบวง.. เธอเดินมาหาแล้วพูดว่า

“นี่เป็นครั้งแรกที่หนูรู้สึกว่า. หนูไม่จำเป็นต้องแสดงความเก่งเพื่อมีที่อยู่ในทีม”

พวกเราไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นอกจากยิ้ม

แต่ในใจเรากำลังคิดว่า... พลังแบบนี้ KPI ตัวไหนจะวัดได้ล่ะ?

เคสที่สาม..

วันหนึ่งมีคนใหม่เข้ามาร่วมงานกับลานกรองมันส์

วันนั้นเราไม่ได้มีพิธีต้อนรับ ไม่มีการประกาศ ไม่มีสไลด์แนะนำ ใครบางคนเปิดที่ว่างให้นั่งตรงกลางโต๊ะ มีใครบางคนหยิบอาหารให้โดยไม่ถาม มีใครบางคนเปิดใจให้ฟัง

คนนั้นมาเล่าทีหลังว่า “ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นสมาชิกอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มเข้ามาเสียอีก”

เคสที่สี่..

ในวันที่แย่ที่สุดของทีม..

ไม่มีใครยิ้มเลย ไม่มีใครมีอารมณ์จะเล่นมุก

จู่ๆ ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องประชุม

เขาไม่ได้พูดอะไรเลย แค่เปิดไมค์แล้วพูดว่า..

“เราจะไม่เป็นไรนะ ถ้าเรายังมองตากันอยู่”

เพียงประโยคนั้น.. การประชุมที่เคยเย็นชาก็คลายตัว ทีมที่เกือบล่ม กลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง

เรารู้ว่าทุกคนเคยมี moment แบบนี้ในชีวิต..

มันคือ “สนามที่ไม่มีชื่อเรียก” แต่ทำให้เราตัดสินใจเปลี่ยนแปลง

มันคือพลังที่ไม่เคยถูกใส่ไว้ในคู่มือ HR

แต่มันเปลี่ยนวิธีที่เราทำงาน และวิธีที่เราเข้าใจตัวเอง

คำถามคือ...

ถ้า “สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในองค์กร” ไม่ใช่แผนธุรกิจ ไม่ใช่ระบบ OKR ไม่ใช่ผู้บริหาร

มันดันเป็น “พลังงานระหว่างกันของคนธรรมดา”

เราจะยังกล้าหรือไม่… ที่จะจัดองค์กรแบบเดิม?

บางสิ่งอาจไม่มีชื่อเรียกในระบบ

แต่มันอาจคือพลังจริงที่สุดในองค์กรของคุณ

#สนามพลังขององค์กร

#TheSpiritualGravityModel

#Siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

สนามที่มองไม่เห็น (ต่อ)

ผู้คนในองค์กรไม่ใช่หุ่นยนต์..

พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตที่รู้สึก ร้องไห้ แอบเศร้า ยิ้มออก หรือหมดแรงโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

และถ้าเราฟังเขาดีพอ เราจะพบว่า… สิ่งที่ทำให้เขาอยู่หรือไป ไม่ใช่ “ตัวงาน” เสมอไป แต่เป็น “สนาม” ที่รายล้อมตัวงานนั้น

มันคือบรรยากาศแบบที่คนอยากอยู่ต่อแม้จะเหนื่อย

มันคือพลังแบบที่คนอยากลองใหม่ แม้ล้มเหลว

มันคือ “น้ำหนักบางอย่างในอากาศ” ที่ไม่ได้ถูกรู้สึกด้วยสมอง

มันมากับกล้ามเนื้อ, จังหวะการหายใจ, และความไว้วางใจที่ไม่ต้องพูด

ผมเคยได้ยินคำพูดหนึ่งจากใครบางคนว่า

“เราจะไม่รู้เลยว่าองค์กรมีพลังหรือไม่มี จนกว่าเราจะต้องบอกลาจากที่นั่น”

เพราะในตอนนั้น เราจะรู้ได้ทันทีว่าเรากำลังจะเดินจากไปจาก ‘อะไร’

จากงาน? หรือจากสนามพลัง?

บางคนลาออกจากงานที่ดี เพื่อไปหาทีมที่ฟังเขา

บางคนยอมเงินเดือนน้อยลง เพื่อมาอยู่ในที่ที่หัวใจเขารู้สึกเบาสบาย

บางคนเดินหนีจากโอกาสใหญ่ เพราะบรรยากาศเล็กๆ มันเย็นชาจนเกินจะทน

แล้วองค์กรล่ะ?

ถ้าฟังดีๆ องค์กรเองก็ไม่ต้องการคนที่เก่งเพียงอย่างเดียว แต่องค์กรมักจะเติบโตได้ดีที่สุด เมื่อมี “สนามกลาง” ที่คนรู้สึกได้ว่า..

ฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้เพียงเพื่อเป้า ฉันอยู่ตรงนี้เพราะฉัน “มีค่าในที่นี้”

หลายองค์กรพยายามออกแบบระบบ HR

ใช้แบบประเมิน Use Case ของคนเก่ง วัด KPI รายบุคคล ปรับเกรดผลงาน

แต่พอคนลาออก.. พวกเขาไม่ได้พูดว่า “ผมลาเพราะระบบไม่ดี”

เขาพูดว่า “ผมไม่รู้สึกอะไรกับที่นี่แล้ว”

มันไม่ใช่เรื่องขอฃเหตุผล มันคือเรื่อง **แรงโน้มถ่วง**

สนามพลังขององค์กรทำหน้าที่คล้ายแรงโน้มถ่วงในระบบสุริยะ

มันไม่ได้ถูกมองเห็น แต่รู้สึกได้

มันไม่ได้มีการออกคำสั่ง แต่ชี้ทาง

มันไม่ได้ผลักใคร แต่มัน “ดึง”

ดึงเราให้ยืนตรงนี้นานขึ้น ดึงเราให้ฟังกันนานขึ้น ดึงเราให้อดทนต่อกันนานขึ้น

มันทำให้ทีมไม่แตกง่ายเมื่อความเห็นไม่ตรง

มันทำให้การเติบโตไม่กระเด้งออกเมื่อล้มเหลว

มันทำให้คนธรรมดาคนหนึ่ง… เชื่อว่าเขาสามารถมีพลังได้

สนามพลังแบบนี้ไม่ได้เกิดจากระบบ แต่มาจาก “จุดศูนย์กลาง”

ซึ่งในหนังสือที่ผมกำลังจะเขียนนี้ เราจะเรียกมันว่า **"Core Gravity"**

Core Gravity ไม่ใช่ตำแหน่ง

มันคือแรงดึงดูดที่ถูกเปล่งออกโดยใครบางคน หรือบางกลุ่ม ที่ “มีอยู่” อย่างแท้จริง

คนที่ไม่ใช่แค่พูดถึงความสำเร็จ แต่เปล่งความหมายของการอยู่ร่วมกัน

คนที่ทำให้เรากลับมาเจอ “ตัวเอง” ระหว่างการทำงานหนัก

คนที่ยืนอยู่ตรงกลางความแตกต่าง… โดยไม่ตัดสิน

และทำให้แต่ละคนอยากจะ “โคจร” อยู่ใกล้ๆ โดยไม่ต้องถูกสั่ง

ในทีมของลานกรองมันส์ Core Gravity ไม่ใช่แค่คนคนเดียว

มันอาจเป็น “วง” ที่ไม่มีหัวโต๊ะ แต่มีแรงกลมกลึงระหว่างกัน

มันอาจเป็นการประชุมที่ไม่มีใครเป็นประธาน แต่มีจังหวะร่วมของการฟัง

มันอาจเป็นวัฒนธรรมที่ไม่เคยเขียน แต่รู้ได้ว่า “พออยู่ในนี้ เราต้องเป็นตัวเองเวอร์ชั่นที่ลึกขึ้น”

ถ้าองค์กรเปรียบเหมือนดาวเคราะห์

Core Gravity ก็คือแกนกลางที่หลอมรวมชั้นเปลือกของมันไว้ไม่ให้แตก

มันไม่ส่งเสียง.. มันแค่ทำหน้าที่

มันไม่ชี้นิ้ว เพราะมันดึงดูด

มันไม่จัดระเบียบ มันทำให้ระเบียบเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

คำถามคือ…

ในองค์กรของคุณ… มี Core Gravity แล้วหรือยัง?

และถ้ายังไม่มี

คุณกล้าไหม… ที่จะเริ่มเป็นแรงดึงดูดเล็กๆ แรงแรก?

#สนามพลังขององค์กร

#TheSpiritualGravityModel

#Siamstr