ก็มีเหตุผลนะครับ แต่ผมแค่คิดว่าการเชื่อสัญชาตญาณโดยไม่ไตร่ตรองถึงผลกระทบเสียโดยรวม หรือ เอาจริงๆมันก็กระทบตนเองด้วยในอนาคต มันไม่ค่อยชาญฉลาดเท่าไหร่ห้ะ 555555 เข้าใจว่ามันก็คงคิดแต่ตัวเองแหละ แต่สุดท้ายผลกรรมของอำนาจมันก็คือการที่ตัวเองไม่สามารถหลุดพ้นออกจากมันได้ ทั้งในทางโลกและทางธรรม เหมือนถีบตัวเองเข้าวัฏจักรแห่งความทุกข์วนไปๆๆ ไม่มีที่สิ้นสุด มนุษย์มันมีดีกว่านั้นครับ มันแยกแยะได้ ทำให้เราสามารถพาตัวเองไปจุดที่สูงที่สุดได้มากกว่าเดิม แต่นั่นแหละครับ บางคนมันก็ทำไรด้วยไม่ได้จริงๆ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

มันไม่ได้เป็นการเชื่อนี่สิ แต่มันเป็นการทำไปโดยสัญชาตญาณดิบ ขนาดว่ามนุษย์เรามีสติปัญญา(น่าจะสุงสุดในจักรวาลนี้แล้ว) ก็ยังฝืนจากสัญชาตญาณดิบไม่ได้

ถ้าแบบนี้เราก็เป็นทาสสัญชาติญาณดิบทุกครั้งไปไหมครับ ผมไม่รู้แหะ แต่มันคงมีสัญชาติญาณดิบหลายรูปแบบให้ตัดสินใจเลือก ฝืนไม่ได้แต่อาจจะเลือกได้ไหม ?

ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นครับ พอดีเอ่ะใจกับ หมวดธรรม “เจตสิก52” กับคำว่าสัญชาติดิบ

ผมมองว่า 24 ชม เราไหลไปกับ อารมพวกนี้ ปนๆกันไป

ส่วนเหตุที่โง่ ก็ 365วัน เรามัวแต่

เสพความโลภ 24*365 =8,760 ชม.

เว่อไปอาจจะเหลือ 60% ของเวลาทั้งหมด

8760*60%=5,256 ชม. โลภ

8760*20%=1,752ชม. โกรธ

8760*20%=1,752ชม. ริษยา

8760*10%=876 ชม. สติ

อันนี้ผมเอาหยายๆ เอามา 4 อันจาก 52

พอคิดตามตัวเลข พอจะเข้าใจมากขึ้นว่า ทำมัยบางที่บางเวลาเรา ถึงโง่ที่สุด กับบางทีบางเวลาเราถึงฉลาดที่สุดครับ

บางที่เราก็ต้องกลับมาพิจารณาเวลาของเราที่เสียไปกับสัญญาณดิบของเราเหมือนกัน

อันนี้ข้อพิจารณาส่วนตัว ขออนุญาตแสดงข้อคิดเห็นอีกรอบครับ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼

ขอบคุณมากครับผม น่าสนใจมากก

ถ้าเรามีแต่ปัญญาแต่ไม่มีสัญชาตญาณดิบ เราก็จะเป็นแค่AIอะครับ

ส่วนตัวผมคิดว่าสัญชาตญาณดิบนั้นมีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี เราต้องเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันครับ

เห็นด้วยครับผมว่าควรเข้าใจและเราควรมี แต่แค่บางสถานการณ์ผมว่ามันไม่ใช่เฉยๆ สงครามมันไม่ใช่ว่าการทำตามสัญชาติญาณดิบอย่างเดียว บางทีมันก็เรื่อง factor อื่้นๆรวมไปด้วย ซึ่งแน่นอนเรามีเวลาไตร่ตรองเสมอก่อนคิดจะทำสงคราม

อำนาจจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่“คน”ที่ได้อยู่ในอำนาจเป็นคนยังไงมากกว่าครับ

ถ้าคนที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่นั้นไม่แสวงหาสงคราม อยากจะจบปัญหาต่างๆด้วยการเจรจาทางการทูต(แต่ถ้าอีกฝ่ายเขาไม่ยอมเจรจาและหาเรื่องก่อนเราก็พร้อมจะป้องกันตัวเอง) สงครามมันก็ไม่เกิดหรือถ้าเกิดก็จะไม่ยืดเยื้อ จะเร่งให้จบลงที่โต๊ะเจรจา

ใช่ครับผม มันอยู่ที่คนถืออำนาจ การก่อสงครามแต่แรก โดย ไม่ได้พิจารณาอะไรเลย สำหรับผมเลยมองเป็นเรื่องที่มันดูโง่เขลา การป้องกันตัวนั้นมันอีกเรื่องนึง

ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน คนที่ก่อสงครามนั้นคือชนชั้นนำที่เป็นคนกลุ่มน้อยแต่มีอำนาจมาก และที่เขาจุดประกายสงครามขึ้น นั้นเพราะพวกเขาได้ประโยชน์กับสงครามนั้น ส่วนประชาชนคนกลุ่มใหญ่จะเสียหรือได้อะไรกับสงครามนี้เขาไม่ได้สนใจอะไรหรอก

จริงครับ เขาไม่สนใจเพราะมันเขาไม่คิดว่ามีผู้คนมากมายอยู่ในสายตาอยู่ละ น่าเศร้าแต่มันคือความจริง