มุมมองสังคมถือว่าตามนั้นแหละค่ะ แค่ไอ้อีขี้แพ้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าคนนายคน มันเป็นแผนของคนที่อยู่หอคอยงาช้างที่มองว่าเราเป็นแรงงาน ไม่ได้มองในฐานะมนุษย์ที่จะต้องมาส่งเสริมความสามัคคีปรองดองอะไรในสังคม
สังคมที่ว่าก็ผู้ใหญ่ ไอ้หัวหงอกยุคเก่าๆ ที่ถูกทั้งระบบการศึกษา ยันความเชื่อหลอกลวงให้อยู่กับอะไรผิดๆ
ส่งต่อชุดข้อมูลความรู้แปลกๆ ความเชื่อ ศาสนา สารพัด จนเจน 20-30 แตกร้าวไปเยอะ ดีหน่อย เด็กสมัยนี้ บางส่วนก็กลายพันธ์ละ มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง แม้บางครั้งจะไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่เราก็เห็นถึงความกล้าหาญ
ยิ่งสมัยนี้เจอเฟสบุ้ค ติ้กต่อก ไอจี ค่าความสำเร็จเลยเปลี่ยนเป็นยอดไลค์ ยอดวิว ยอดแชร์
คือจริงๆ ถ้าอยากให้สังคมตัดสินดีๆ ไม่ต้องวิ่งจริงก็ได้ค่ะ สร้างแอคโง่ๆมา แล้วไปหาก้อปรูปมาลงเน็ต คนก็เชื่อแล้วว่าไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ 55555
ในด้านตัวตนของเรา
มันก็อยู่ที่เราจะมอง ถ้าหากสบายใจที่จะทำอย่างนี้ แต่สวนกระแสสังคม ก็น่าคิดแหละ ข้าวก็ไม่ได้ขอเขากิน งานเราก็สมัครเอง ทำงานเอง เจ็บป่วย พาตัวเองไปหาหมอ คือสังคมไม่ได้ดูดำดูดีอะไรเราเลยนอกจาก ตัดสินว่าเราเป็นไอ้ขี้แพ้อะ
ที่ฮาคือ ถ้าสังเกตุดีๆ ไม่ใช่สังคมด้วยนะ เป็นเพียงบุคคลบางกลุ่มก้อนที่กระจอกงอกง่อย หาเหยื่อมาบูลี่ไม่ได้เฉยๆ คนที่เขามีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองมีความสุขดี ไม่น่าจะว่างมากพอมาตัดสินคนอื่น
ข้อคิดนิดนึง เรื่องการตัดสิน
"เรา หรือ ใครก็ตาม ไม่ได้มีหน้าที่ ในการตัดสิน ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะงั้น พยายามให้มากในการไม่เอาตัวเอง หรือใครมาเป็นบรรทัดฐาน"
ในบทบาทของการเป็นเรา เรามีหน้าที่ที่ต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่การตัดสิน ว่าใครทำอะไร เป็นอย่างไร
หน้าตา ชาติตระกูล ถิ่นที่อยู่ โอกาส สมอง 9ล9 เรายังไม่เหมือนกัน แล้วจะหาค่าเฉลี่ยมาเป็นบรรทัดฐานในการใช้ชีวิต?
ปริศนาธรรมให้คิด
เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร แข่งแค่ตัวเองก็พอ
แปลว่า ถ้าเราชนะตัวเองแล้ว คนที่แพ้..? ตัวเอง? 😂