ในการวิ่งแข่ง เราวิ่งตามคนอื่นไม่ทัน = แพ้

แล้วการใข้ชีวิต เราวิ่งตามกระแสสังคมไม่ทัน = แพ้ ?

ชาว #siamstr คิดยังไง แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

กระแสสังคมที่ถูกลากจูงไปโดยใครหรือองค์กรอะไรรึเปล่า ถ้าใช่ ขอนั่งดูเฉยๆดีกว่า

บางคนวิ่งคือการทดสอบคุณภาพร่างกายเป้าหมายแค่เส้นชัย แข่งกับตัวเอง

การใช้ชีวิตก็หลากหลายอาชีพ จนกว่าจะพบจุดที่พอใจ

แพ้ เป็นเพียงความรู้สึกที่เราสร้างขึ้นมาทำร้ายตัวเอง

ขอตอบตามโพสต์นี้ครับ 😹

หากเป็นมุมมองชีวิตคือการแข่งขัน ผู้แพ้, ผู้ชนะ, ผู้ชม

nostr:nevent1qqsghjnp6tm4w4z2n9fync7gw5c3xef897wjhctfqdq4suncc5jfj9qpr4mhxue69uhkummnw3ezucnfw33k76twv4ezuum0vd5kzmp0qgsdgvunf7w6vcum3nnhfzd5zsxrazzmva8jpxsmjaw5hxeetyj783qrqsqqqqqp0ngpjd

มุมมองสังคมถือว่าตามนั้นแหละค่ะ แค่ไอ้อีขี้แพ้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าคนนายคน มันเป็นแผนของคนที่อยู่หอคอยงาช้างที่มองว่าเราเป็นแรงงาน ไม่ได้มองในฐานะมนุษย์ที่จะต้องมาส่งเสริมความสามัคคีปรองดองอะไรในสังคม

สังคมที่ว่าก็ผู้ใหญ่ ไอ้หัวหงอกยุคเก่าๆ ที่ถูกทั้งระบบการศึกษา ยันความเชื่อหลอกลวงให้อยู่กับอะไรผิดๆ

ส่งต่อชุดข้อมูลความรู้แปลกๆ ความเชื่อ ศาสนา สารพัด จนเจน 20-30 แตกร้าวไปเยอะ ดีหน่อย เด็กสมัยนี้ บางส่วนก็กลายพันธ์ละ มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง แม้บางครั้งจะไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่เราก็เห็นถึงความกล้าหาญ

ยิ่งสมัยนี้เจอเฟสบุ้ค ติ้กต่อก ไอจี ค่าความสำเร็จเลยเปลี่ยนเป็นยอดไลค์ ยอดวิว ยอดแชร์

คือจริงๆ ถ้าอยากให้สังคมตัดสินดีๆ ไม่ต้องวิ่งจริงก็ได้ค่ะ สร้างแอคโง่ๆมา แล้วไปหาก้อปรูปมาลงเน็ต คนก็เชื่อแล้วว่าไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ 55555

ในด้านตัวตนของเรา

มันก็อยู่ที่เราจะมอง ถ้าหากสบายใจที่จะทำอย่างนี้ แต่สวนกระแสสังคม ก็น่าคิดแหละ ข้าวก็ไม่ได้ขอเขากิน งานเราก็สมัครเอง ทำงานเอง เจ็บป่วย พาตัวเองไปหาหมอ คือสังคมไม่ได้ดูดำดูดีอะไรเราเลยนอกจาก ตัดสินว่าเราเป็นไอ้ขี้แพ้อะ

ที่ฮาคือ ถ้าสังเกตุดีๆ ไม่ใช่สังคมด้วยนะ เป็นเพียงบุคคลบางกลุ่มก้อนที่กระจอกงอกง่อย หาเหยื่อมาบูลี่ไม่ได้เฉยๆ คนที่เขามีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองมีความสุขดี ไม่น่าจะว่างมากพอมาตัดสินคนอื่น

ข้อคิดนิดนึง เรื่องการตัดสิน

"เรา หรือ ใครก็ตาม ไม่ได้มีหน้าที่ ในการตัดสิน ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะงั้น พยายามให้มากในการไม่เอาตัวเอง หรือใครมาเป็นบรรทัดฐาน"

ในบทบาทของการเป็นเรา เรามีหน้าที่ที่ต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่การตัดสิน ว่าใครทำอะไร เป็นอย่างไร

หน้าตา ชาติตระกูล ถิ่นที่อยู่ โอกาส สมอง 9ล9 เรายังไม่เหมือนกัน แล้วจะหาค่าเฉลี่ยมาเป็นบรรทัดฐานในการใช้ชีวิต?

ปริศนาธรรมให้คิด

เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร แข่งแค่ตัวเองก็พอ

แปลว่า ถ้าเราชนะตัวเองแล้ว คนที่แพ้..? ตัวเอง? 😂

อันนี้ล้ำลึกและอ่านเพลินมาก ขอบคุณที่อลกเปลี่ยนนะครับ ผมตั้งใจอ่านเลย

ยินดีค่าาา เม้ามอยกันได้นะคะ 🎉🎉 #จ้าวเลอะเทอะ มีเรื่องให้ลองเอาไปขบคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตค่ะ 😆😆

มุมมองสังคมถือว่าตามนั้นแหละค่ะ แค่ไอ้อีขี้แพ้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าคนนายคน มันเป็นแผนของคนที่อยู่หอคอยงาช้างที่มองว่าเราเป็นแรงงาน ไม่ได้มองในฐานะมนุษย์ที่จะต้องมาส่งเสริมความสามัคคีปรองดองอะไรในสังคม

สังคมที่ว่าก็ผู้ใหญ่ ไอ้หัวหงอกยุคเก่าๆ ที่ถูกทั้งระบบการศึกษา ยันความเชื่อหลอกลวงให้อยู่กับอะไรผิดๆ

ส่งต่อชุดข้อมูลความรู้แปลกๆ ความเชื่อ ศาสนา สารพัด จนเจน 20-30 แตกร้าวไปเยอะ ดีหน่อย เด็กสมัยนี้ บางส่วนก็กลายพันธ์ละ มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง แม้บางครั้งจะไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่เราก็เห็นถึงความกล้าหาญ

ยิ่งสมัยนี้เจอเฟสบุ้ค ติ้กต่อก ไอจี ค่าความสำเร็จเลยเปลี่ยนเป็นยอดไลค์ ยอดวิว ยอดแชร์

คือจริงๆ ถ้าอยากให้สังคมตัดสินดีๆ ไม่ต้องวิ่งจริงก็ได้ค่ะ สร้างแอคโง่ๆมา แล้วไปหาก้อปรูปมาลงเน็ต คนก็เชื่อแล้วว่าไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ 55555

ในด้านตัวตนของเรา

มันก็อยู่ที่เราจะมอง ถ้าหากสบายใจที่จะทำอย่างนี้ แต่สวนกระแสสังคม ก็น่าคิดแหละ ข้าวก็ไม่ได้ขอเขากิน งานเราก็สมัครเอง ทำงานเอง เจ็บป่วย พาตัวเองไปหาหมอ คือสังคมไม่ได้ดูดำดูดีอะไรเราเลยนอกจาก ตัดสินว่าเราเป็นไอ้ขี้แพ้อะ

ที่ฮาคือ ถ้าสังเกตุดีๆ ไม่ใช่สังคมด้วยนะ เป็นเพียงบุคคลบางกลุ่มก้อนที่กระจอกงอกง่อย หาเหยื่อมาบูลี่ไม่ได้เฉยๆ คนที่เขามีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองมีความสุขดี ไม่น่าจะว่างมากพอมาตัดสินคนอื่น

ข้อคิดนิดนึง เรื่องการตัดสิน

"เรา หรือ ใครก็ตาม ไม่ได้มีหน้าที่ ในการตัดสิน ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะงั้น พยายามให้มากในการไม่เอาตัวเอง หรือใครมาเป็นบรรทัดฐาน"

ในบทบาทของการเป็นเรา เรามีหน้าที่ที่ต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่การตัดสิน ว่าใครทำอะไร เป็นอย่างไร

หน้าตา ชาติตระกูล ถิ่นที่อยู่ โอกาส สมอง 9ล9 เรายังไม่เหมือนกัน แล้วจะหาค่าเฉลี่ยมาเป็นบรรทัดฐานในการใช้ชีวิต?

ปริศนาธรรมให้คิด

เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร แข่งแค่ตัวเองก็พอ

แปลว่า ถ้าเราชนะตัวเองแล้ว คนที่แพ้..? ตัวเอง? 😂

ตอบแนวปรัชญา

เกมวิ่งแข่ง(และเกมอื่นๆทั้งหมด) มีกติกาชัดเจน จุดมุ่งหมาย simple และจุดหมายทุกคนเหมือนกัน มีกรรมการ(และคนดู)เป็นคนตัดสิน ดังนั้นการแพ้ชนะ มันเป็นเรื่องของกติกา

แต่ชีวิต มันมากกว่าเกม กติกาของชีวิตมีเยอะและมีหลายระดับ (กฎฟิสิกส์ไปจนถึงกฎหมาย) แต่จุดมุ่งหมาย อาจไม่ต้องเหมือนกันก็ได้ แล้วแต่มุมมองของเจ้าของชีวิตอะ

การจะตัดสินแพ้ชนะ ก็แล้วแต่จะเลือกว่าจะให้ตัวเองตัดสิน หรือจะให้คนอื่นตัดสิน ได้หมดเลย ถ้าเราตัดสินตัวเองก็ต้องคิดเองว่าความชนะ ความแพ้ มันเป็นยังไง

ตอบแบบส่วนตัว

ผมเคยรู้สึกว่ากูกากว่ะ ในวันที่ตัวเองยังฝึกงานไม่จบ แต่เพื่อนแม่งนั่งเปิดกิจการตัวเองแล้วระหว่างฝึกงาน

แต่พอเวลาผ่านไป mindset ก็เปลี่ยน ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ผมได้ใช้ชีวิตในแบบที่ผมชนะในระยะยาวละ เงินเดือนคนอื่นจะเยอะกว่าผม 5 เท่า 10 เท่า หรือจะมีคนได้ลงรูปไปเที่ยวตลอดทั้งปี ก็เรื่องของเขา เพราะผมเลือกเป็นคนตัดสินชีวิตผมเองว่าการชนะเป็นยังไง

ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นของการแข่งขันนั้นไหม?

ถ้าเรามาวิ่ง เพราะต้องการเป็นผู้เล่น ผู้แข่งขัน ถ้าเราวิ่งตามคนหน้าไม่ทัน ใช่! เราแพ้

แต่ถ้าเราแค่อยากวิ่งเฉยๆ ไปให้ถึงเป้าหมายของเรา เราจะแพ้ก็ต่อเมื่อ เราบอกเองว่าเราแพ้

เช่น เราไปลงวิ่งมาราธอน

ที่ 1 วิ่งไป 2 ชั่วโมง เราวิ่ง 5 ชั่วโมง

เราวิ่งจบแต่จะบอกตัวเองว่าแพ้ไหม อยู่ที่เรา

เราจะแพ้ ก็ต่อเมื่อ เราลงสนามมาในฐานะผู้เข้าแข่งขันคนนึง

คิดว่าวิ่งในทางที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆ มันน่าจะ happy กว่าถูกผลักถูกบังคับให้วิ่งให้เร็วๆในทางที่ตัวเองไม่อยากวิ่ง จนพอคิดอยากจะวกกลับไปอีกที มันก็วิ่งมาไกลเกินจะกลับไปแล้วอะ ส่วนไอแพ้ชนะ เราถือว่ามันเป็นการประเมินตัวเองอะว่าเทียบกับอะไร คนอื่น ตัวเองในอดีต หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นอยากทำให้ได้ในอนาคต การที่เราจะช่างแม่งกับการแพ้ชนะ มันก็ happy นะ แต่บางทีเราก้น่าจะต้องประเมินตัวเองด้วยอะว่าเราขาดอะไร ทำยังไงเราถึงจะวิ่งเร็วขึ้น

แต่เรามองว่ากระแสสังคมมันเหมือนกับทางวิ่งมากกว่าอะ ปัจจุบันมันมีทางวิ่งใหม่เปิดมามากขึ้นในอัตราที่เร็วขึ้น คนที่เข้าไปวิ่งในเส้นทางใหม่ก่อนก็จะนำคนอื่นไปก่อน คนที่วิ่งทางเดิมแต่มีอุปกรณ์มีข้อมูลทางลัดพร้อม ก้เข้าไปวิ่งทางใหม่ได้แบบชิวเว่อร์แบบ super novice แต่คนส่วนใหญ่ดันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทางวิ่งนี้มันก้ไปได้นะ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนชวนให้มาวิ่งทางใหม่นี่ พอจะเปลี่ยนทางก็ต้องหาข้อมูล ลงทุนกันใหม่ และยังโดนขัดขาด้วยจากคนที่วิ่งมาก่อนเพราะเขาแอบวางตะปูเรือใบไว้ คนที่ FOMO เข้าไปและไม่พร้อมก้อาจจะเหนื่อยและเจ็บตัวจนวิ่งต่อไม่ได้

สำหรับเรานะ แค่เรารู้ว่ามันมีทางใหม่ ลองเข้าไปนิดๆหน่อยๆ ดูว่าไหวไหม ไม่ไหวก้ออกแล้วเดินทางเก่าต่อ แค่นี้ก็ไม่แพ้แล้ว

วิ่งเข้าเส้นชัยต่างหาก ถึงจะเป็นผู้ชนะ คุณจะวิ่งตามหลังคนอื่นทั้งสนาม แต่คุณมาถึงเส้นชัยคนแรก คุณก็คือ ผู้ชนะ

เช่นเดียวกันกับชีวิต เราก็ต้องกลับมาตั้งคำถามว่า เส้นชัยของเราคืออะไร, เราจะวิ่งไปยังไง และที่สำคัญที่สุดคือ เรามี time preferences ที่นานได้แค่ไหน

คุณไม่สามารถกินมาม่าที่สุกพอดีได้ หากคุณใส่น้ำร้อน และอดทนรอได้ไม่ถึง 3 นาที

สุดท้ายแล้วคนที่จะกำหนดว่าคุณชนะในการแข่งขันนี้มั้ย ก็คือตัวคุณนั่นแหละครับ

Stack Proof of work and have a low time preference.

ในชีวิตจริงคือการวิ่งระยะยาว

ตอนวัยรุ่นเราอาจรุ่มร้อน แต่เมื่อเราโตขึ้นเราจะวิ่งโดยนึกถึงแต่ละสิ่งที่เราเหยียบมากขึ้น เพราะทุกย่างก้าวของเรามีความหมายเสมอ.

nostr:nevent1qqsfya5r42anm6t4pfnuv9x8sggx8srs8lx3chskxevh3jklxq6g4vqpz3mhxue69uhhyetvv9ujumn0wd68ytnzvupzprvvxucke002xhpm845xwxr7pewrs0u89q8cn52dmdmftxlmz9t8qvzqqqqqqy9t0mvx