ผมเชื่อว่าคนไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ใช้ social media

.

อย่างน้อยที่สุด ท่านผู้อ่านก็น่าจะใช้ social media

อย่าง Facebook หรือ X หรือ TikTok อยู่แน่ๆ

.

Social media ถือเป็น “เครื่องมือ” ที่มีประโยชน์กับชีวิตของเรามากครับ

.

มันช่วยให้เรา connect กับผู้คนได้ง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนที่มีบางอย่างเหมือนกับเรา

(เช่น เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน มีงานอดิเรกเหมือนกัน เป็นแฟนคลับดาราคนเดียวกัน)

.

นอกจากนี้

หลายคนยังได้รับ support จำนวนมาก

จากคนอื่นผ่าน social media อีกด้วย

.

อย่างไรก็ตาม เหรียญมีอยู่ 2 ด้าน

.

แม้ social media จะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นในหลายๆด้าน

แต่ social media ก็สามารถส่งผลร้ายกับสุขภาพจิตเราได้เช่นกัน

.

ผลการศึกษาในปี 2025 พบว่า

การใช้ social media อาจส่งผลให้เรา

“หัวร้อน” หรือ “หงุดหงิดรำคาญใจ” มากขึ้นได้

.

แน่นอนครับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ social media

จะรู้สึก “หัวร้อน” หรือ หงุดหงิดรำคาญใจ”

.

อย่างไรก็ตาม หากเราเป็นคนที่…

(1) ใช้ social media บ่อยๆ (เช่น ใช้ตลอดวัน)

(2) โพสต์ลง social media ของตัวเองบ่อยๆ

(3) มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นบน social media บ่อยๆ (เช่น พิมพ์ comment ในโพสต์ของคนอื่น) - โดยเฉพาะในเรื่องการเมือง

.

หากเราใช้ social media ในลักษณะที่ตรงกัน 3 ข้อข้างต้น

เรามีโอกาสสูงที่จะรู้สึก “หัวร้อน” หรือ “หงุดหงิดรำคาญใจ”

จากการใช้ social media มากเป็นพิเศษ

เมื่อเทียบกับคนอื่นๆที่ใช้ social media ครับ

.

ใช่แล้วครับ

ต่อให้เราจะเป็นคนที่ดู content ที่มีเนื้อหา

“ชวนหัวร้อนง่าย” อย่าง content การเมือง

แต่ถ้าเราเป็นคนที่ “ดูอย่างเดียวแต่ไม่ comment”

เราก็ยังมีแนวโน้มที่จะไม่ได้รู้สึก “หัวร้อน” หรือ “หงุดหงิดรำคาญใจ”

มากเท่ากับคนที่ใช้ social media แบบข้างต้นครับ!

.

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่ผมหยิบมาเล่าในวันนี้

จะเป็นประโยชน์ในเบื้องต้นกับทุกๆท่าน

ที่ต้องการใช้ social media โดยไม่ “หัวร้อน” เกินไปนักนะครับ

.

อ้างอิง

Perlis RH, Uslu A, Schulman J, et al. Irritability and Social Media Use in US Adults. JAMA Netw Open. 2025;8(1):e2452807. doi:10.1001/jamanetworkopen.2024.52807

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.