ก่อนนอนวันนี้นึกอยากจะแชร์มุมมองหนึ่งซึ่งว่ากันด้วยเรื่อง "โชคชะตา" ✨
ไม่แน่ใจว่าหลายคนในที่นี้มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงแต่ผมอยากจะลองแชร์ของผมให้ฟังกันนะครับ 🤩
โชคชะตาแรกที่เกิดขึ้นในชีวิต และ ทำให้มันหล่อหลอมความเชื่อในส่วนนี้ขึ้นมา คือ การที่ผมเกิดในยุคหลังความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัว หรือ เรียกได้ว่าช่วงยุคมือที่ทุกอย่างลงเหว จากบ้านที่เคยมี sound money อย่างทองคำกับกลายเป็นมีหนี้ท่วมหัวเพราะการพนัน ผมไม่เคยเอ่ยปากขออะไรแล้วก็ได้ทันทีเหมือนตอนรุ่นพี่ๆ แต่ผมก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้อะไรเลยจากพ่อกับแม่ พวกเขาก็ยังดูแลผมอย่างดี และเอาจริงๆ ผมไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรส่วนนี้ เพราะผมมีชีวิตวัยเด็กที่มีความสุขมากเพราะครอบครัวของผม ซึ่งการที่โชคชะตาเล่นตลกเกิดมาผิด timing นี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมคิดว่าแล้วผมจะทำยังไงให้ครอบครัวกลับไปมั่งมี หรือ สุขสบายเหมือนแต่ก่อน
โชคชะตาที่สอง ก็คือ การที่ผมได้มาเจอเพื่อนๆในปัจจุบันของผม ทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ ซึ่งทุกอย่างมันเริ่มมาจากการที่ผมเคยให้สัญญากับแม่ว่าผมจะตั้งใจเรียนตอนเด็กๆ เพราะอย่างที่รู้ว่าเราก็อยากช่วยครอบครัวให้มาสบายเหมือนเดิมอะเนาะ เราก็เลยถูกปลูกฝังว่าต้องเรียนให้เก่งนะ แล้วจะได้มีงานดีๆทำและมีเงินมาเลี้ยงดูคนในครอบครัว ซึ่งตามประสาเด็กเราก็ให้สัญญาไปงั้นแหละ แต่มีช่วง ป.4 ที่ไม่รู้อะไรเข้าสิง ผมกลับมาตั้งใจเรียนและได้เขยิบขึ้นมาห้องต้นๆ (แต่เอาจริงก็เหมือนแค่พยายามรักษาสัญญาที่ให้กับแม่แค่ช่วงนั้น ไม่ได้คิดจะตั้งใจเรียนให้เก่งจริงๆ) และ ได้เจอกับเพื่อนๆในปัจจุบันของผม ซึ่งก็เหมือนเพื่อนแท้เลยทีเดียว การตัดสินใจในวันนั้นก็ส่งผมให้ได้มาอยู่ในสภาพแวดล้อมสังคมดีที่ดี ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเรื่อย ได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้น คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไม่มีแรงฮึดตอน ป.4 ตัวเองจะไปอยู่จุดไหน 🤓
โชคชะตาที่สาม ก็คือ การที่ผมสอบติด มหาลัยที่ผมอยากเข้าได้โดยโอกาสที่จะได้แทบจะไม่มีเลยตอนนั้น และ ช่วง ม.6 เป็นช่วงที่ผมเหลวแหลกมากที่สุดแล้ว 555555 คะแนน admission ใน เว็บเด็กดี บอกว่าผมไม่มีทางติดแน่ๆ แต่ผมก็ยังดึงดันเลือกไป เพราะความชอบส่วนตัว ซึ่งตอนที่รอผลประกาศ admission ตอนนั้น ช่วง 3 วิ ก่อนที่เว็บ True จะประกาศ ผมคิดในใจว่า "คนเราจะได้อยู่ที่ไหนก็คงได้อยู่ที่นั่น" ปรากฏว่ามันติดเฉยเลย ผมอึ้งจริงๆ แบบแทบน้ำตาไหล เพราะอย่างน้อยก็เอาไปอวดแม่ได้ ทำให้แม่ภูมิใจได้ ซึ่งที่ผมคิดว่าเป็นโชคชะตาเพราะภายหลังผมมารู้ว่าคะแนนผมผ่านมาแค่นิดเดียวแบบรองสุดท้าย แต่สุดท้ายตอนจบก็ถือว่าเกียรตินิยมนะเคิ้บ (ไม่รู้ได้ไง) ซึ่งการได้ไปเรียนที่มหาลัยนี้ก็ส่งผลให้ผมไปเจอเพื่อนมหาลัยที่ดีมากๆเลย ซึ่งทุกวันนี้เราก็ยังสนิทและนี่มีแอบป้ายยาเรื่อง Bitcoin บ้าง 55555 😆
โชคชะตาสุดท้าย คงเป็นเรื่องการมา Canada ซึ่งเรารู้กันดีว่าในช่วงปีหรือสองปีที่ผ่านมา กระแสการย้ายประเทศหนักมาก ฝ่ายซ้ายต่างๆ บลาๆ เราคงไม่ต้องพูดเรื่องนี้เยอะ แต่เอาจริงๆ ส่วนตัวผมอยากลองมาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศอยู่แล้วแค่กระแสก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันขึ้นมาอีก ที่มันเป็นโชคชะตาเพราะผมไม่คิดหรอกว่าจะได้มา เพราะ ตอนทำวีซ่าก็เรียกได้ว่ามีปัญหาเยอะแยะไปหมด เพราะครอบครับผมไม่ได้มี statement ที่จะยื่นรองรับค่าเรียนได้ เลยต้องไปยืมของน้าสาวมา และ ระหว่างนั้นก็มีปัญหาเรื่องเอกสารที่เรียกได้ว่า มีโอกาสที่จะไม่ผ่านแบบ 50/50 แต่สุดท้ายวีซ่าก็ได้ approve แบบ งงๆ และได้มาอยู่ที่นี่กว่า 10 เดือนแล้ว 💪🏻
และต่อจากนี้ก็น่าสนใจว่าโชคชะตาจะพาผมไปไหน เพราะ ที่มา Canada ก็เรียกได้ว่าผิดช่วงมากๆ Inflation เอย regulation ต่างๆ ที่อาจจะไม่เอื้อตอนการขออยู่ยาว (Permanent Resident) งานที่หายากมาก เพราะ immigrants มาเยอะกันมากๆ และ เห็นว่าเรื่องการเมืองที่นี่ก็หวั่นๆว่าจะมีเรื่องอยู่ระหว่างฝ่ายซ้ายและขวา (ยังไม่ได้ไปตามข่าว เดะตามแล้วมาเล่าให้ฟังนะครับ)
ที่เล่ามาทั้งหมดก็ต้องยกเครดิตให้ตัวเองด้วยแหละที่พยายามมาได้ขนาดนี้ อาจจะไม่สุดความสามารถแต่อย่างน้อยเราก็พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มันเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางช่วงเวลาของชีวิต มันมีเรื่องโชคเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างอธิบายไม่ได้ บางครั้งอาจจะทำให้ชีวิตง่าย บางครั้งอาจจะยาก ก็แล้วแต่เส้นชะตาของชีวิต
แล้วเพื่อนๆใน #Siamstr ละครับ มีเรื่องโชคชะตาอะไรมาแชร์กันบ้าง💖
สำหรับคืนนี้ต้องนอนแล้ว GN ครับ ทุกท่าน 🌙✨