ขออนุญาตฮะ ผมว่าสิ่งนั้น น่าจะเป็น “สติ” ที่รู้ตัว มากกว่า ดวง นะครับ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

จริงๆตามหลักมันก็ควรเป็น สติ ถูกต้องแล้วค่ะ. แต่ในบางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้น ที่เราไม่สามารถอธิบายหรือควบคุมได้ พรุนเรียกมันว่าดวงค่ะ ไม่ใช่การอยู่เหนือทั้งปวง แต่หมายถึงอยู่เหนือการควบคุม

ยกตัวอย่างก็ วันหนึ่งจอดรถติดไฟแดงบนถนน มีสติแน่นอน ไม่ได้ผิดอะไร จู่ๆขี้เมาแหกด่านพุ่งชนเราตายคาที่ ทั้งที่ไม่ทันได้ขยับรถหนี.. สิ่งนั้นจะเรียกว่าอะไรดี?

ถ้ายังยกตัวอย่างแปลกไปก็ ตอนทำงาน เป็นนักวาดรูป วาดทั้งปี ดีที่สุด ส่งโปรโมตทุกที่ไม่เคยจะดัง เสียตังจ้างโปรโมท ก็ยังไม่มีใครสนใจ จู่ๆใครไม่รู้เอารูปเราไปทำคอนเท้นลงติ้กต่อก กลายเป็นคนตามซื้อรูปให้เป็นล้านยิ่งกว่าพระสมเด็จ.. เราใช้สติตนเองควบคุมอะไร? เราแค่ใช้ชีวิตอย่างที่เราเป็นไป เพียงแค่ถูกจังหวะเวลา ไม่ใช่หรือคะ

อาจจะดูงมงายไปบ้าง แต่ก็น่าคิดถึงประโยคที่ว่า แข่งอะไรก็แข่งได้ แข่งบุญวาสนา แข่งไม่ได้

เราบำรุง สติ สำหรับภายใน และ เฉพาะตัวเองนะสิ ฮะ

ภายในของเราจะมีเรื่องรางมากระบท

มีสติรู้ ก็ไม่สะเทือน เปรียบเหมือน น้ำใสที่ไม่ขุ่น

ถึงแม้จะผ่านเรื่องราว เช่น การ วาดรูป

มา ลองสังเกตตัวเองละเอียด มันเหมือนมีอะไรมาระทบ ภายใน จิตภายในใจมากกว่า เรายกมันไม่ออก สะบัดทิ้งไม่ได้

หากพิจารณา เรื่อง ”ดวง“ หนึไม่พ้น 3เรื่อง 1ดวงดี 2ดวงไม่ดี 3ดวงเฉยๆ จบที่อ้าง ดวง ทุกข์ยังคงมีภายใน

หากพิจารณาเรื่อง ”สติ“ มีสติได้ไม่ถึงวิ อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาครอบงำละ รู้ตัวเองได้ละเอียด ขนาดนี้ “ไม่ยากที่จะควบคุมตัวเอง ประคองจิตประคองใจ ดำเนินชีวิตอย่าง เบา โล่ง ครับ

ขออนุญาตชี้ให้เห็น ในมุมคนนอก ว่าแบกอะไรอยู่ แลดูหนัก ไปทั้งตัว จะเดินไปข้างหน้าดูจะถ้วง

สิ่งที่น่าคิดกว่าคือ บุญวาสนา เค้าเอามาแข่งกันอวดกันหรอ ?

ถ้า บุญวาสนา นำพาให้ใจเย็น เบาสบาย

แบ่งจากผมไปได้ไม่อั้น เลยคุณพรุน

🙏🏼🙏🏼🙏🏼GM ฮะ

ขอบคุณที่แชร์มุมมองที่น่าสนใจนะคะ เห็นด้วยเรื่องสติมากๆค่ะ ความทุกข์นั้นดับง่ายด้วยสติ แต่ภายใต้กรอบความที่ยังคงเป็นมนุษย์ ต้องใช้เวลาในการรู้สติ ให้ทันอารมณ์ (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นสติผู้คนนำพา มักเจอแต่อารมณ์มาก่อน)

พอมานึกถึงสติกับการจอดไฟแดงที่ว่า ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่า แม้ควบคุมตนเองได้ มันก็อาจไม่มีผลกับการเสียที่ว่า หรือ กระทั่งเรื่องวาดรูป จะมีสติหรือไม่มีสติ จะมีความทุกข์หรือไม่มีความทุกข์ ก็ไม่ได้ส่งผลต่อสิ่งที่เรียกว่าดวง เสมอไป ไม่ใช่เหรอคะ แอบงงนิดหน่อยว่า สตินั้นเหนือดวงอย่างไร สติเหนือสิ่งที่เราอธิบายไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ อย่างไร

สติทำได้แค่เพื่อมีเพื่อให้เรารับรู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งใด ให้พิจารณาการกระทำของตนเอง แค่นั้นไม่ใช่เหรอคะ

ดวง กับ ความทุกข์ที่แบกไว้ด้วยการไม่มีสติ.. ยังไม่ค่อยเชื่อมโยงกันเท่าไหร่ค่ะ 😅 หากอธิบายเพิ่มเติมได้คงจะดี

ส่วนบุญวาสนา มันไม่สามารถแข่งอวดกันได้ นั่นจึงเป็นที่มาที่ยกตัวอย่างคำไปนั่นแหละค่ะ ส่วนตัวยังไม่สามารถสัมผัสจากประสาททั้งห้าได้ว่าบุญวาสนานั้นแท้จริงเป็นอย่างไร อาจเป็นเพียงคำที่มนุษย์ปั้นแต่งขึ้นมาโดยไม่มีตัวตนอยู่จริง หรืออาจเป็นสิ่งที่เหนือกว่าประสาททั้งห้าของเราจะรับรู้ก็เป็นไปได้

เบาสบายด้วยการมีชีวิตอยู่แบบมีสติ กับการเบาสบายด้วยการไม่มีชีวิตอยู่ ไม่ใช้สติ.. อย่างหลังอาจเป็นนิรันดร์กว่าก็ได้ค่ะ

สวัสดียามเช้านะคะ ขอบคุณที่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองดีๆค่ะ ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ 😁🙏

ขออนุญาตเติมมุมมองผมเพิ่มครับ

“ดวง” หลายคนมักจะใช้แทนคำว่า ”กรรม“

ผมขออธิบายเพิ่มแบบ หยาบๆ และเป็นแนวทางที่ผมชอบมาประกอบ การพิจารณา

กรรม/ดวง ไม่ส่งผลต่อ ”จิตต่อใจ“

ณ การดำรงอยู่ของสติ แต่ไม่ได้รวมไปถึงกายหรือรูป

คิดเล่นๆ วันๆเรานั่งจ้องนับ ลมหายใจเข้าออก 7นาที 7 ยก 7เวลา ต่อวัน จะลองเล่นสติ ใน7 นาทีนั้น มีบุญ บาป ความทุกข์ ความสุข หรือไม่ หรือมีแค่ “ลม” โดยที่การเครื่อนที่ไหลเวียนของร่างกายเราก็เกิดอยู่ด้วย

ถ้ามีแต่ลม แล้วเบิกบาน แสดงออกได้ว่าอยู่เหนือ

ถ้ามีบุญ บาป แล้วสุขาุกข์ตาม แสดงออกได้ว่าเป็นไปตามกระแส สุขทุกข์

สัมมาสติ

ฐานของการละลึก ที่เบา เย็น โลง เน้นดับ ทุกข์

-กาย ส่วนมากชอบ ลม

-เวทนา ชอบ ไม่ชอบ เฉยๆ ให้รู้เกิด-ดับ

-จิต แยกละเอียด โลภเป็นไร หลงเป็นไง …

-ธรรม ผมขอยกเทียบ

1ดวงดี 2ดวงไม่ดี 3ดวงเฉยๆ

1กุสะลาธัมมา 2อะกุสะลาธัมมา3อัพยากะตาธัมมา

หากสติที่กล่าวมา มัน นิรันดร์ แต่ไม่ดับทุกข์ เป็นสติที่ ผมไม่ค่อยนิยม เวลามีค่าครับ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼

ขอบพระคุณมากๆที่สละเวลามาช่วยขยายความค่ะ การแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมอง มีค่าเกินกว่าจะประเมินได้จริงๆ 🙏

ยินดีมากๆครับ ต้องขอบพระคุณที่ให้โอกาส 🙏🏼🌞