หากเราย้อนเวลากลับไปในช่วงก่อนที่จะมี internet หรือ social media การที่เราจะถ่ายรูปและเอารูปมาใส่กรอบวางไว้ในห้องนั่งเล่นของบ้านเรานั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย

.

มันต้องเป็น “โอกาสพิเศษ” เท่านั้น

.

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่เราไปเยี่ยมใครสักคนที่บ้าน และเราเห็นรูปที่เขาถ่ายใส่กรอบไว้ในห้องนั่งเล่นของบ้านเขานั้น เราจะรู้ว่ารูปเหล่านั้นมันคือ collection ของ “โอกาสพิเศษ” ในชีวิตเขา

.

เราจะรู้ว่าภาพเหล่านี้มันไม่ได้สะท้อน “ชีวิตปกติประจำวัน” ของเขา

.

อย่างไรก็ตาม ในโลกปัจจุบันที่มี internet ความเร็วสูงและ social media การถ่ายรูปไม่ใช่เรื่องที่ “พิเศษ” อีกต่อไป ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดาไปแล้ว

.

ด้วยเหตุนี้ เวลาที่เรามองเห็นโพสต์ต่างๆที่ปรากฏอยู่ตาม social media ของเพื่อนๆเรา เราก็มีแนวโน้มที่จะมองว่านี่คือ “ชีวิตปกติประจำวัน” ของเพื่อนมากขึ้น

.

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้การถ่ายรูปจะเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดามากขึ้น โพสต์ที่ปรากฏอยู่ตาม social media ของพวกเราแต่ละคนก็ยังคงสะท้อน “โอกาสพิเศษ” ในชีวิตพวกเรามากกว่า “ชีวิตปกติประจำวัน” ของพวกเราอยู่ดี

.

การที่เรามองว่า “โอกาสพิเศษ” ที่ถูกแชร์ลงใน social media มันคือ “ชีวิตปกติประจำวัน” ของพวกเขานั้น สามารถสร้างความกดดันให้กับเราอย่างมหาศาล เพราะเราก็จะคาดหวังให้ชีวิตของเรามีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับสิ่งที่เรามองเห็นใน social media ในทุกๆวัน

.

ซึ่งแน่นอนครับว่า ด้วยความคาดหวังเช่นนี้ มันย่อมมีโอกาสสูงที่จะจบลงด้วยความผิดหวัง (เพราะต่อให้เจ้าของโพสต์เองก็คงยากที่จะมีชีวิตในทุกๆวันเหมือนกับโพสต์ของเขาได้)

.

นี่จึงเป็นสาเหตุข้อหนึ่งที่ทำให้หลายๆคนมักจะแนะนำให้เราจำกัดการใช้ social media ในแต่ละวัน

.

เพราะต่อให้เราจะรู้หรือเข้าใจในสิ่งที่ผมพิมพ์ไว้ในข้างต้น แต่พอเราได้มองเห็นโพสต์เหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็อดไม่ได้เหมือนกันครับที่ใจเราจะคิดเปรียบเทียบและคาดหวังกับตัวเองในลักษณะที่ผมกล่าวไปแบบ “อัตโนมัติ” อยู่ดีครับ

.

อ้างอิง

https://psycnet.apa.org/doi/10.1037/ppm0000047

https://doi.org/10.3390/ejihpe13020027

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.