ทุกความรักความสัมพันธ์ล้วนมีความขัดแย้ง

.

บางคนพยายามรักษาความสัมพันธ์ให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด (หรือไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว)

.

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไร้ความขัดแย้ง เพราะหลายครั้ง สภาวะที่ “ไร้ความขัดแย้ง” เกิดขึ้นได้เพราะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (หรือทั้งสองฝ่าย) พยายามปฏิเสธหรือปัดตกความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง

.

(ซึ่งหากความรู้สึกและความต้องการดังกล่าวมันสำคัญกับเจ้าตัวจริงๆ ในที่สุดแล้ว เจ้าตัวก็จะไม่สามารถปฏิเสธหรือปัดตกมันได้อยู่ดี)

.

ความสัมพันธ์ที่ดีคือความสัมพันธ์ที่มีความขัดแย้ง แต่ความขัดแย้งนั้นได้ถูกนำมาสื่อสารกันด้วยความเข้าอกเข้าใจ ความซื่อสัตย์ และความเคารพซึ่งกันและกัน

.

ทำอย่างไรคู่รักจึงจะสามารถสื่อสารกันได้อย่าง “มีคุณภาพ” แบบข้างต้นได้?

.

สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้การสื่อสารอย่าง “มีคุณภาพ” เกิดได้ง่ายขึ้นคือการ “รู้ล่วงหน้า” ว่าอะไรคือประเด็นที่สามารถสร้างขัดแย้งภายในความสัมพันธ์ได้

.

ต่อไปนี้คือ 3 ประเด็นที่มักจะถูกพบว่าเป็นตัว “จุดชนวน” ความขัดแย้งระหว่างคู่รักหลายๆคู่ครับ

.

# 1 พฤติกรรมใช้เงิน

.

ตัวอย่างความขัดแย้งเรื่องพฤติกรรมใช้เงินที่พบเห็นได้บ่อยๆก็คือ ฝ่ายหนึ่งจะเป็นคนที่ใช้เงินค่อนข้างประหยัด (เพราะให้ความสำคัญกับการวางแผนเพื่ออนาคตมากกว่าความสุขในปัจจุบัน) ส่วนอีกฝ่ายจะเป็นคนที่ใช้เงินค่อนข้างเต็มเหนี่ยว (เพราะให้ความสำคัญกับความสุขในปัจจุบันมากกว่าการวางแผนเพื่ออนาคต)

.

# 2 การทำงานบ้าน

.

ความสัมพันธ์จำนวนมากเป็นความสัมพันธ์ที่มีฝ่ายหนึ่ง (มักจะเป็นผู้หญิง) แบกรับภาระงานบ้านเยอะ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งแบกรับภาระงานบ้านน้อย (หรือไม่แบกรับเลย)

.

ความแตกต่างของภาระงานบ้านในความสัมพันธ์นี้สามารถนำมาสู่ความขัดแย้งได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความไม่ยุติธรรม (โดยเฉพาะในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายทำงานนอกบ้านทั้งคู่ แต่ก็ยังมีฝ่ายหนึ่งที่แบกรับภาระงานบ้านเยอะจน “น่าเกลียด” อยู่ดี)

.

นอกเหนือจากนี้ หากฝ่ายที่แบกรับภาระงานบ้านเยอะๆได้รับการปฏิบัติจากแฟนตัวเองด้วยท่าทีที่ “ไม่เห็นคุณค่า” ของสิ่งที่เขาทำภายในบ้าน นี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถนำมาสู่ความขัดแย้งภายในความสัมพันธ์อีกด้วย

.

# 3 เป้าหมายชีวิต

.

ถ้าชีวิตคือการเดินทาง เป้าหมายชีวิตก็คือจุดหมายปลายทางที่เราอยากจะพาตัวเองไปให้ถึง

.

ฉะนั้น หากคู่รักมีจุดหมายปลายทางที่ “คนละทิศคนละทาง” (เช่น คนหนึ่งอยากมีลูกอีกคนหนึ่งไม่อยากมีลูก คนหนึ่งอยากทำงานในเมืองหลวงอีกคนหนึ่งอยากใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดใกล้พ่อแม่) ความสัมพันธ์ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนต่างฝ่ายต่าง “ชักเย่อ” กันอยู่ตลอดเวลาได้

.

อ้างอิง

https://doi.org/10.1177/02654075231187897

https://doi.org/10.1177/0192513X21993856

https://doi.org/10.1111/1467-6427.12225

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.