กราบงาม ๆ ครับพี่ป้ำ note ดีมาก ๆ เลย, เห็นภาพเลยว่ากล้ามเนื้อ หรือกระดูก ถ้าจะให้มันแข็งแรงมันต้องมีการใช้งาน ถ้าไม่ได้ใช้แปลว่ายังไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น ร่างกายก็จัดลำดับความสำคัญเอาทรัพยากรไปพัฒนาส่วนอื่น ๆ ก่อน
ผมนึกไม่ออกจริง ๆ จนกระทั้งได้อ่านข้อมูลนี้ ว่าอยู่ดี ๆ ทำไมผมถึงเป็นตะคริวที่ส่วนข้างฝ่าเท้า ช่วงที่อยู่ระหว่างข้างนิ้วโป้งเท้าถึงส้นเท้า คือเมื่อก่อนผมใส่พวก Converse ที่พื้นมันก็บางและแข็งในระดับหนึ่งก็ไม่เคยมีปัญหา (เดินไปที่ทำงานทุกเช้า-เย็น ทุกวันสบาย ๆ ) แต่หลังจากได้ไปญี่ปุ่นแล้วสอยรองเท้า Nike Air Force 270 ที่มีพื้นโฟม + ส่วนรองส้นที่เป็นซัพพอร์ทแรงกระแทก (bubble) นั่นแหละจำได้เลยว่าใส่เดินเที่ยวยังรู้สึกว่าเฉย ๆ แต่พอขึ้นเครื่องกลับไทยแล้วต้องนั่งอยู่กับที่หลาย ชม. กับร้องเท้าที่ใส่แล้วมันรู้สึกเจ็บเท้ามาก ๆ เจ็บจนแทบอยากจะถอดรองเท้าทิ้งตรงนั้น หลังจากนั้นก็มีอาการเป็นตะคริวที่เท้า บางที่นั่ง ๆ ทำงานอยู่ในออฟฟิศ ขยับตัวผิดท่าก็เป็นตะคริวแล้ว
ที่พี่บอกว่า “ลองสังเกตุเวลาเปลี่ยนร้องเท้า” โอ้.. ชัดเลย เปลี่ยนทั้งทรงร้องเท้า ความหนาบาง ความแข็งของพื้นร้องเท้า แล้วยังใส่เป็นรุ่นที่มีพื้นเป็นโฟมรับแรงกดเวลายืน เวลาเดินหรือวิ่งอีก เละ..
เรื่องกระดูกกับแรงกระแทก อันนี้ส่วนตัวตอนเด็ก ๆ สมัยเรียนในโรงเรียนนี่ ทั้งวิ่ง ทั้งกระโดด บางที่วิ่งไล่จับกับเพื่อนกระโดดจากสแตนเชียร์สูง 2 - 3 เมตร ลงมาที่พื้นยังเฉย ๆ ถ้าเป็นตอนนี้คงไม่กล้า 555 เสียวหัวเข่ามาก ทำไมตอนเด็ก ๆ ทำได้ ตอนโตแล้วอ่อนลงไปเยอะขนาดนี้ น่าคิดมาก ๆ เลยครับ
เอาเถอะ คงต้องพยายามกลับไปเดินด้วยเท้าเปล่าบ่อย ๆ แล้วก็อาจจะลองกลับไปหาร้องเท้าพื้นบาง ๆ มาใส่แทนพวก NMD, Air Force ที่ใส่ ๆ อยู่ อาจจะดีขึ้น
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เอามาแบ่งปันนะครับ :)