หลายคนไม่ชอบ “คนสนิท” ของแฟน

.

ไม่ว่า “คนสนิท” คนนั้นจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง หัวหน้า หรือใครก็ตาม

.

บ่อยครั้ง ความไม่ชอบนี้นำมาสู่การยื่นคำขาดกับแฟนว่า “ถ้าเธอยังอยากมีฉันอยู่ในชีวิต เธอก็ต้องตัดขาดการติดต่อกับคนๆนั้น”

.

การยื่นคำขาดแบบนี้อาจจะทำให้แฟนยอมตัดขาดกับ “คนสนิท” คนนั้นก็จริง

.

แต่มันมีความเป็นไปได้เหมือนกันครับว่า เนื่องจากคนๆนั้นคือ “คนสนิท” ของแฟน (และอาจจะอยู่ในชีวิตแฟนมานานกว่าเราหลายปี) แฟนก็อาจจะแอบติดต่อกับ “คนสนิท” นั้นอยู่ (แต่ไม่บอกให้เรารู้)

.

หรือในกรณีที่แฟนตัดขาดการติดต่อกับ “คนสนิท” นั้นไปจริงๆ มันมีโอกาสเหมือนกันครับที่แฟนจะรู้สึกขุ่นเคืองเราอยู่ในใจ

.

ไม่ว่าแฟนจะตัดสินใจแบบไหนก็ตาม (แอบติดต่อ vs ตัดขาดการติดต่อ) มันล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแฟนทั้งสิ้น

.

เพราะถ้าแฟนเลือกที่จะแอบติดต่อ ไม่ช้าก็เร็ว แฟนก็จะ “โป๊ะแตก” ส่งผลให้ความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในความสัมพันธ์

.

หรือถ้าแฟนเลือกที่จะตัดขาดการติดต่อจริงๆ ในที่สุดแล้ว ความขุ่นเคืองในใจแฟนก็จะสะสมจนกระทั่งระเบิดตู้มออกมาอยู่ดี

.

ทั้งหมดที่ผมพิมพ์มานี้ ผมไม่มีเจตนาที่จะสื่อว่า เราจะต้องฝืนใจตัวเองให้ชื่นชอบ “คนสนิท” ของแฟนนะครับ (ผมเชื่อว่า หากเราสามารถฝืนใจให้ชอบได้ เราคงทำไปแล้ว)

.

ผมมองว่าเราจะยังคงไม่ชอบ “คนสนิท” ของแฟนอยู่ก็ได้แหละครับ

.

แต่แทนที่เราจะยื่นคำขาดให้แฟนต้องเลือกระหว่าง “คนสนิท” กับตัวเรา ทางเลือกที่น่าจะดีกว่าคือการสื่อสารกับแฟนว่า

.

“ฉันรู้ว่าพี่ชายของเธอคือคนสำคัญในชีวิตเธอ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า ฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ต้องเจอพี่ชายเพราะ (เหตุผลข้อที่ 1) (เหตุผลข้อที่ 2) (เหตุผลข้อที่ 3) ฉันเลยอยากจะหยิบเรื่องมาคุยกับเธอเพื่อที่เราจะหาทางออกร่วมกันในเรื่องนี้”

.

ผมมองว่าแนวทางลักษณะนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า (หากเรายังต้องการจะรักษาความสัมพันธ์กับแฟนอยู่) เมื่อเทียบกับการยื่นคำขาดเลยครับ

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.