Avatar
Arn Sange
005213ef01a818dac6303c3bb3e9ea68dc3e6b6f7bdf4f38bc36bfe863cb31a6
“อ่าน แสง” A Noob BTCner & Dentist who 🎶 Just face my fear and become my hero! https://www.youtube.com/watch?v=q-74HTjRbuY
Replying to Avatar BKMiner

มีหลายเรื่อง

1.ตอนเรียนจบใหม่ๆมาวางแผนการเงินแล้วคำนวณเงินที่จะใช้ตอนเกษียนแล้วมาเจอตัวแปรที่ชื่อเงินเฟ้อนี่แหละ เขาบอกว่า 4% แต่พอผมคิดจากราคาอาหารตามสั่ง ผมว่ามันไม่ใช่อะ เลข 4% เหมือนมากล่อมให้เราอย่าเครียดกะเงินเฟ้อ คือมันต้องเครียดดิ ถ้าเกษียนแล้วเงินไม่พอใช้มันอดตายนะเห้ยยย

2.มีวันนึง ผมกะแม่เอาบัตรเครดิตไปรูดซื้อคอมแต่พนักงานไม่ขายให้เพราะไม่ได้เซ็นต์ชื่อหลังบัตรเครดิต ไอเราก็ไม่อยากเซ็นต เพราะกลัวว่าถ้าโจรได้บัตรเราไปมันก็รู้วิธีเซ็นต์ของเราตลอดทุกครั้งที่ผ่านมา มันก็เนียนได้ดิ ขณะที่ถ้ามันไม่รู้วิธีเซ็นต์ของเรา ใบเสร๊จที่ทางห้างเก็บไปมันก็จะเซ็นต์ต่างกะเราแน่ๆไง แต่มันไม่ได้มันเป็นกฎที่เขาต้องทำตาม ไอเราก็เอองั้นไปซื้อร้านอื่น ถ้าอยากตามกฎแบบโง่ๆก็เสียลูกค้าไปเลย กรูเป็นลูกค้าแต่ดันไม่เอาอกเอาใจก็ไม่สมควรได้เงิน

ละหลังจากนั้นก็มีรุ่นพี่ที่เป็น financial advisor ระดับ rising star มาทำคอนเท้นต์ว่าทำไมเราควรเซ็นต์เพื่อความปลอดภัย ไอเราก็เห้ย มันโง่นะ มันไม่ได้ปลอดภัยนะ จะเอาจิงดิ rising star 55555555 แต่ก้ด้วยเรื่องนี้เลยทำให้ผมไม่ชอบ censorship and stupidly designed financial system มาก แต่ตอนไม่รู้จักบิตคอยก็ไม่กล้าพูดไรนะ ประมานว่าเปนแค่เภสัช ไม่มีความรู้ด้านนั้น

ซึ่งบิตคอยคือทางสว่างที่ทำให้ผมเข้าใจ ว่าแม่งคือปัญหาจริงๆ

ยังไม่นับเรื่อง climate, gender อีกนะ ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ผมจะมาบ่นยาวอีก 55555

#exitthematrix

4% หรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ข้าวแกงหลายร้านขึ้นราคาทีละประมาณ 10% (ขึ้นทีละ5บาท)

Today, I see many people try to DOUBLETHINK

What Royal do to his VVIP prisoner.

/me ; Ques sera sera

and continue watching BTC graph dipping

สำหรับเรา การ escape the matrix ในบริบทของ Bitcoiner ตอนนี้ตัวเองยังไม่ค่อยได้ทำอะไรที่จะเป็นการ escape สักเท่าไหร่นอกจากจะซื้อ HW wallet กะ เปลี่ยน mindset จาก bitcoin and shitcoin trader เป็น bitcoin only HODLer แล้วก้ stack sat เบาๆ 3 เดือนทีนึงเพราะต้องเอาตังไปจ่ายค่าเทอมเรียนต่อตั้ง 50k แหนะ แล้วก้กินไขมันกะเนื้อเยอะขึ้น ขนมปังแทบไม่แตะละ ซึ่งตอนนี้มันทำได้แค่นี้

(รอเรียนจบก่อนนะมุ้งงงงง)

แต่ความพยายามจะ escape the matrix ในบริบทของเรา เรานึกถึงสมัยตอนสอบเข้าเรียนต่อจาก ป6 ไป ม1 มันมีประเด็นเยอะอยู่ เพราะสมัยประถมตั้งแต่ อ1 ยัน ป6 เป็น รร รัฐ แถวบ้าน เราถูก bully จากเพื่อนหนักมากทั้งเพื่อน ช และเพื่อน ญ อย่างพอมีงานกลุ่มก็โดนทำท่ายี้ใส่ มี อจ บางคนที่ลงโทษเด็กไม่ทำการบ้านส่งด้วยวิธีทางกายที่รุนแรง ตัวเองก้โดนด้วย บวกกับมี อจ สอนเลขคนนึงที่รู้จากเพื่อนภายหลังว่าเขาที่มีท่าทีหลอกด่าเราซึ่งหน้าในคาบสอนคาบหนึ่ง และจากที่เคยได้ยินป้าข้างบ้านคุยกะพ่อว่าตอนลูกเขาขึ้น ม4 รร มัธยมที่เรียนอยู่ก็มีประเด็นเยอะอีกด้วย อย่างการต้องยัดเงินเพิ่มเพื่อจะเรียนต่อ และ อจ ที่ take care เด็กบางคน จึงคิดว่าถ้าจะเรียนต่อมัธยมที่ รร แถวๆ นั้นอีก ก็จะเจอเพื่อนเดิม อจ เดิม สังคมใน รร ที่กระทำกับเราแบบ fuck up แบบเดิม ก้เลยรู้สึกมีความพยายามที่จะออกจากสภาพแบบนั้น ไปสอบเรียนมัธยมต่อที่ รร ในกรุงเทพ และตอนนั้นครอบครัวก้อยากส่งให้เรียนดีๆ อยู่แล้วด้วย ตอนนั้นเลือกเป็น รร ชายล้วน สอบเข้าโครงการพิเศษที่สอบแค่เลขกะวิทย์ ตอนนั้นก้พยายามหาเนื่อหาที่พวก ม1 ม2 มันเรียนกันว่าเรียนอะไรกัน แล้วบางอย่างมันดันออกสอบจริงด้วย

แล้วมัน escape ได้ไหม ก้ได้ในระดับนึง แต่ก้ยัง suffer พอควรเพราะดันมีอีเพื่อนจาก รร เดียวกันอีก 2 คนเข้ามาด้วย แต่โดยรวมก็รู้สึกดีกว่าต้องไปเรียนแบบ สห อะ คิดว่าหลังจาก escape จากสังคมตอนนั้นแล้ว ช่วงที่เรียนมัธยมเป็นช่วงที่เรา happy รู้สึกเป็นตัวเองที่สุดละ

#ExitTheMatrix

#Siamstr

#ThaiNostrich

#บ่น

IDK what to say, but I think one more thing considering it’s a part of fiat culture is music industry.

When I was a child, in Thailand, without the internet, I usually listened to various radio songs, both local and inter, and started to realized that the music I’ve heard,esp. Thai songs, when I’m in elementary school are not different with what I’ve heard when I’m in high school, and many song I’ve heard nowadays are still the same vibe as when I was a kid, like a love song, brokenhearted, or somethings that involved with the word “love” btw male and female and it’s a general POP genre. I’ve wondered is there’s some music that are not about “love” content but it was impossible to find it.

Although the internet brought an option to user to be on ur own to find and listen what u like, but if u don’t know how to search it like keyword or artist name, u won’t find it but with the search engine algorithm will make you will find only the currently popular song that u don’t have to search it by the way cuz can hear so many of them anywhere from ur friend, local market, or the mall. Besides, the tone and genre of many songs are still the same compare to when I was a kid, like It was a copy of the old song only just change the lyrics they sang.

And when many people listened to the song with the same genre and same vibe for a long time, they’ll think the good song must has to be like this, the same vibe, same genre,has to be string song or Korean song, that are played in the radio or usually played at various places. I have so many friend be like this and when I played some song I think it’s pretty good, the reaction I get is somewhat annoying face and it make me feels like I’m cringe af.

Not only just the music I’ve said, but there’re so many things that shape people to think and do like “it must has to be this way” such as in Thai there’re so many family which push their children to be a doctor ,or dentist like me, but they don’t ask their kids seriously what you want to be in the future at all or they’ve asked but they just rejected whatever the answer be, like if u r not a doctor u r shithead af, “see!, u such a failure! that house next-door has two kids passed the exam for doctor”

No “It must not have to be this way!”

#Siamstr #ThaiNostrich

Choose btw.

>> panic of COVID af, always wear mask outdoor or stay in ur room all day and get vaccinated multiple times

Or

>> Take care of ur self eat well, live well, exercise sometimes, got COVID, and VOLA u’ve got an ultra COVID immune

เรื่องปริมาณยาสีฟันที่ใช้ ถ้าตาม guideline ปี 66 https://www.jdat.org/main/download/upload/file-715-20230518115400.pdf หน้า 4(95) ถ้าอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป ก้ยังแนะนำให้บีบเท่าหน้าตัดแปรงฯ อยู่นะ แต่อย่างที่บอกไปอ่า ว่าการก่อมะเร็งของ fluoride มันต้องถูกดูดซึมไปในกระดูก โดยเฉพาะในเด็กที่พบว่าน่าจะส่งผลต่อการสร้างกระดูกในวัยกำลังโตจนเกิดเป็นมะเร็ง ซึ่งมันจะเข้ากระดูกได้ ก้ต้องมาจากการกินการดื่ม แต่ในการแปรงฟัน ฟลูออไรด์มันแค่ไปปรับโมเลกุลเคลือบฟันระดับผิวๆ ทำให้ต้านกรดได้มากขึ้นระดับหนึ่ง แล้วเราก็บ้วนออก ไม่ได้ถูกดูดเข้าร่างกาย ยกเว้นว่าจะกลืนยาสีฟัน

เรื่อง fluoride ก่อมะเร็ง เท่าที่ค้นๆ มาคร่าวๆตะกี้ ด้วยปริมาณที่ใส่ในยาสีฟันน่าจะไม่ได้ก่อมะเร็ง และเราก็ไม่ได้กลืนเข้าไปด้วย แต่มันสามารถก่อมะเร็งได้ถ้ากินดื่มเข้าไป (ซึ่งมันเป็น animal study) เช่น จากน้ำบาดาล น้ำที่มีการเติม fluoride หรือน้ำที่ปนเปื้อน https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16596294/ อันนี้ของปี 2006 เขาเก็บข้อมูลเด็ก-วัยรุ่นเมกา ที่ expose ต่อ fluoride ในน้ำดื่มกับการเกิดมะเร็งกระดูก พบว่ามีความ relate กัน

ส่วนที่ต้องระวังในยาสีฟันนี่ คิดว่าน่าจะเป็นตัว paraben compound มากกว่า เป็นตัวคล้ายๆ กับที่ใส่ในเครื่องสำอางต่างๆ เพราะอันนี้ก่อมะเร็งจริงและมีการ ban กันแล้ว และตะกี้ก้หยิบยาสีฟันหลอดฟ้าๆเค็มๆ ที่ชอบใช้มาดู มันก้ใส่จริง ทั้งสองสูตรเลย🗿🗿🗿🗿🗿🗿🗿

Replying to Avatar OKR

Part1 ถ้ายาวเดี๋ยวมาต่อ

กิจกรรมบริษัท โครงการสุขภาพที่ดี ร่วมกับ สสส.

ส่งเสริมและสนับสนุน องค์กรสุขภาวะ ที่เน้นสร้างพนักงาน และองกรมีความสุข

เพื่อให้พนักงานพนักงาน

-ตระนักถึงความสำคัญของสุขภาพ การลดเหล้าบุหรี่ และการเก็บออม(🤔🤔🤔???)

คำนวณรอบเอว

ส่วนสูงcm/2/2.25 จะได้ รอบเอว size กางเกง

BMI

น้ำหนักkg/ส่วนสูงm/ส่วนสูงm

น้อยกว่า 18.5 ผอม

18.5-22.9 ปกติ

23.0-24.9 น้ำหนักเกิน

25-29.9 อ้วนระดับ 1 (ผมอยู่ระดับนี้🤣🤣🤣)

30+ อ้วนระดับ 2

ปรับพฤติกรรมการกินอย่างไรให้สุขภาพดี

กินยังไงให้สุขภาพดี (อยากสวนข้อมูลสุดๆ😂😂😂)

-แป้ง 8 ทัพที

-ผัก 4-6 ทัพที

-ผลไม้ 3-4 ต่อวัน

-นม 1-2 วัน

-เนื้อสัตว์ 6 ช้อนต่อวัน

-น้ำมันไม่เกิด 16 ช้อนชา

-น้ำตาลไม่เกิน 4 ช้อนชา

-เกลือไม่เกิน 1ช้อนชา

#ThaiNostrich

อืม เนื้อหกช้อน มันกินได้แค่มื้อเดียวนะนั่น

วงการแพทย์ญี่ปุ่นเพิ่งค้นพบใหม่ ว่าทำไมผู้สูงวัยมักตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน พร้อมแนะนำวิธีแก้

รุ่นพี่ที่เคารพท่านหนึ่ง ได้ส่ง VDO link ที่น่าสนใจมาให้ จาก NHK on demand video ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ส.ว. ทั้งหมด (เกิน 250) แต่คนที่ยังไม่เป็น ส.ว. รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย เพราะอนาคตเราก็จะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปกันทุกคนอยู่แล้ว

เรื่องที่ว่านั้นก็คือ ปัญหาของการที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ (nocturia) เพื่อไปฉี่

ปัญหานี้ ได้มีการทำวิจัยเมื่อต้นปีนี้เอง (กุมภาพันธ์ -เมษายน) ควบคุมโดย Toromoto Kazumasa อาจารย์หมอทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (urologist) แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์นารา (Nara Medical University)

เนื่องจากโควิดมา ผลการวิจัยนี้จึงเพิ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้เอง

การวิจัย ดำเนินการโดยให้ หนุ่ม Terakita เดินทางไปอยู่ที่บ้านคุณลุง Hayashi ทั้งวัน และทำกิจกรรมต่างๆเหมือนกัน โดยฉี่ให้หมดกระเพาะปัสสาวะ (bladder) ในตอนเช้า จากนั้น ให้กินอาหารเหมือนกัน ดื่มน้ำเท่ากัน ออกกำลังกายเหมือนกัน แล้วฉี่ใส่ถ้วยตวง วัดปริมาณเปรียบเทียบกันดู

@07:30 เริ่มกินข้าว เป็นอาหารญี่ปุ่น มีน้ำอยู่ในอาหาร 600 mL (คำนวณโดย Yamaguchi Chikage นักโภชนาการ ของ Nara Medical University Hospital) และดื่มน้ำชา 530 mL รวม 1,130 mL

ตอนสาย เจ้าหนุ่ม ฉี่ไป 4 รอบ 300+400+300+100 mL ส่วนลุงฉี่แค่ 2 รอบ 100+110 mL

@12:30 มื้อกลางวัน เป็นแซนวิช มีน้ำแค่ 140 mL และดื่มน้ำเปล่าอีกคนละ 380 mL

ตอนบ่าย ออกกำลังกาย ไปทำสวนด้วยกัน เข้ามาในบ้าน เล่น VDO game ด้วยกัน (ลุงแกเล่นได้ด้วยแฮะ)

ตอนบ่าย เจ้าหนุ่มฉี่อีก 3 ครั้ง 350+200+150 mL คุณลุงก็ฉี่ 3 ครั้งเหมือนกัน แต่ปริมาณน้อยกว่า 40+180+70 mL

จนเย็น @18:30 ได้เวลาจากกัน หลังจากอยู่ด้วยกันมาทั้งวัน

ค่ำคืนนั้น ก่อนเข้านอน เจ้าหนุ่มฉี่อีก 4 ครั้ง 320+150+180+150 mL แต่ลุงฉี่แค่ครั้งเดียว 180 mL

หมอใช้ ultrasound ตรวจดูน้ำในกระเพาะปัสสาวะ - เกือบไม่มีทั้งคู่ ก่อนเข้านอนตอนเที่ยงคืน

ในวันนั้น น้ำ เข้าไปร่างกาย คนละ 2,730 mL เท่าๆกัน แต่ลุงมีน้ำเหลืออยู่ในร่างกายเยอะมาก

ผลก็คือ เจ้าหนุ่มหลับรวด ไม่ได้ตื่นขึ้นมาฉี่ แต่ลุงต้องตื่นไปฉี่ 3 รอบ 130+420+280 mL วันต่อมาจึงรู้สึกเพลีย

การที่กลางวันง่วง และต้องงีบบ่อยๆ เพราะกลางคืนตื่นบ่อย (nocturia) เพื่อไปฉี่ เนื่องจากน้ำที่ดื่มระหว่างวันยังค้างอยู่ในร่างกาย

แต่น้ำนั้น ... ไม่ได้อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ !

เชื่อหรือไม่ว่า มีความลับในร่างกายของเราอย่างหนึ่ง ก็คือ คนเรามีกระเพาะปัสสาวะที่สอง (2nd bladder) !!

ในเมื่อน้ำ ไม่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ แล้วมันไปเก็บอยู่ที่ไหน?

ที่ตับ (liver) หรือเปล่า เพราะแอลกอฮอล์ก็ยังไปกำจัดที่ตับ น้ำก็น่าจะไปด้วย … ไม่ใช่

ที่ไต (kidney) ใช่ไหม เพราะเป็นด่านแรก ที่น้ำจะต้องผ่าน ก่อนไปที่กระเพาะปัสสาวะ … ไม่ใช่อีก

ที่เส้นเลือด (blood vessels) กระมัง เพราะในเลือดมีน้ำ อาจเก็บน้ำเพิ่มขึ้นได้ … ก็ไม่ใช่

แม้แต่ลำไส้ (intestine) ที่น่าจะมีที่เก็บน้ำไว้ได้มากทีเดียว … ไม่ใช่เหมือนกัน

เพราะคำตอบที่ถูกคือ - น่อง (calves) ครับ !

เพื่อเป็นการพิสูจน์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดรอบน่องของลุง Hayashi ตอนตื่นนอนและก่อนนอน พบว่า น่องโตขึ้นจริงๆ (ขวา 40.5 => 42.7 ซ้าย 41.5 => 45.7 cm)

ทีมงาน ได้นำอุปกรณ์วัดทันสมัย ไปที่บ้านลุง Hayashi เพื่อวัดปริมาณน้ำในส่วนต่างๆของร่างกาย แล้ว plot มาเป็นกราฟ พบว่า ช่วงเช้า น้ำในลำตัวและแขน เกือบคงที่ แต่น้ำในขา จะค่อยพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ช่วงบ่าย น้ำในขาเกือบคงที่ แต่ในแขนและลำตัวค่อยๆลด ส่วนตอนค่ำ ก่อนนอน น้ำในลำตัวค่อยๆลด ในแขนคงที่ แต่ในขายังพุ่งขึ้นต่อ สุดท้ายก่อนเข้านอน น้ำในขาของลุง Hayashi มีมากกว่าตอนเช้าถึง หนึ่งลิตรครึ่ง !

ทั้งนี้เพราะ ขาทั้งสองข้าง เป็นเหมือนแท็งค์น้ำ โดยน้ำจะแทรกอยู่ระหว่างกระดูกและผิวหนัง เรียกว่า “interstitium” เมื่อไม่มีน้ำ จะแฟบ พอมีน้ำก็จะพองหนาขึ้น

น่อง จึงเหมือนถังน้ำ เก็บไว้ฉี่ทิ้งภายหลัง และนั่นเป็นสาเหตุที่ต้องตื่นขึ้นมาฉี่บ่อย

คุณหมอ Sone Atsushi Director, Miyazu Takeda Hospital ยืนยันว่า มีคนไข้เป็นอย่างนี้หลายคน

มีคำอธิบาย เขียนเป็นไดอะแกรมง่ายๆ เป็นวงจรของเส้นเลือดแดงจากหัวใจลงมาที่น่อง แล้วก็กลับขึ้นหัวใจทางเส้นเลือดดำ ส่วนกระเพาะปัสสาวะอยู่ตรงกลางระหว่างหัวใจกับน่อง การเต้นของหัวใจ กับการเคลื่อนไหวของน่อง จะเหมือนกับปั๊มสองตัวช่วยกันสูบฉีดน้ำในร่างกาย ถ้าน้ำมากไปก็จะไปปล่อยทิ้งที่กระเพาะปัสสาวะ

เมื่ออายุยังน้อย ปั๊มที่น่องก็ยังแข็งแรงดีอยู่ ยิ่งเป็นเด็ก วิ่งกระโดดโลดเต้น น่องจึงแข็งแรง (เพราะฉะนั้น ถึงจะวิ่งไม่ไหว ก็ขยันเดินกันหน่อยนะครับ) แต่เมื่ออายุมากขึ้น น่องไม่ค่อยได้ทำงาน น้ำจึงมาบวมอยู่ที่ขา ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก พอล้มตัวลงนอนตอนดึก น้ำส่วนเกินนี้จึงค่อยๆกลับมาที่กระเพาะปัสสาวะ จนทำให้ต้องลุกไปฉี่บ่อยๆ

ดังนั้น ในปีนี้ ทางการแพทย์ที่ญี่ปุ่น จึงมีการปรับแก้วิธีการรักษา อาการตื่นมาฉี่บ่อย (nocturia) ซึ่งไม่มีการแก้ไขมาเลยในรอบสิบปี

คุณลุง Ando เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการรักษาวิธีหนึ่งในแผนใหม่นี้ สี่ปีมาแล้วที่เขาต้องตื่นมาฉี่ 4~5 ครั้ง ทุกคืน แถมลำบากที่ต้องปีนบันไดขึ้นลง เพราะห้องน้ำอยู่คนละชั้นกับห้องนอน พลาดพลั้งเกิดตกบันไดขึ้นมาก็ยุ่งอีก ชีวิตช่างน่าหดหู่เสียจริงๆ

การฉี่บ่อย (nocturia) นำไปสู่ ความรู้สึกหดหู่ และกระดูกหัก !?

พูดให้เว่อร์ไปหน่อย ... ความรู้สึกหดหู่ หรือ depression ก็เพราะอดนอน และกระดูกหัก ไม่ใช่เพราะฉี่บ่อยตรงๆ แต่เป็นสาเหตุเกี่ยวเนื่อง โดยเกิดจากการงัวเงียเมื่อตื่นขึ้นมา อาจจะทำให้หกล้ม หรือ ตกบันได

แต่กระดูกหักในกลุ่มผู้สูงอายุนี่เรื่องใหญ่นะ

วันหนึ่ง ลุง Ando ได้รับ “กล่อง” เพื่อการรักษา

หนึ่งเดือนผ่านไป คุณลุงนอนรวดเดียวยันเช้า ไม่ต้องลุกไปฉี่เลย คุณลุง Ando ได้พบ “ทางรอด” แล้ว ที่สามารถจะใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

“ทางรอด” ในกล่องเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตของลุง Ando เปลี่ยนไปเลยนั้น คืออะไร ?

คุณ Toshida Masaki Assit. Director, ศูนย์ศึกษาผู้สูงอายุ (แห่ง National Center for Geriatric & Gerontology) มาเฉลยว่า ภายในกล่องนั้น คือ ...

“ถุงเท้ารัดน่อง” (compression stockings) ครับ

ถ้าสวมมันไว้ตอนกลางวัน จะช่วยทำให้ขาไม่บวม และไม่เก็บน้ำไว้ ทำให้ฉี่ตอนกลางวันมากขึ้น ไม่เก็บไว้ไปฉี่ตอนดึกอีก

นอกจากนั้น ยังมีคำแนะนำง่ายๆอีกอย่าง เป็นวิธีการบำบัดข้อที่สอง ที่คุณหมอได้แนะนำให้ลุง Hayashi ที่เข้าร่วมการทดลองในตอนแรก ลองกลับไปทำดู คือการนอนยกขาให้สูงขึ้นหน่อย ประมาณครึ่งฟุต สักครึ่งชั่วโมงในตอนบ่าย แต่อย่างีบหลับไปนะ เดี๋ยวกลางคืนจะนอนไม่หลับอีก

คุณลุง Hayashi ได้ลองทำดูประมาณหนึ่งเดือน โดยเริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ด้วยการนอนยกขาพาด อ่านหนังสือ หนึ่งเดือนผ่านไป จากการต้องลุกไปฉี่ 3 หนในตอนก่อน ก็เหลือเพียง 1.5 ครั้งโดยเฉลี่ย

การรักษานี้เป็นการบำบัดโดยเปลี่ยนอุปนิสัย (behavior therapy) ดีกว่าการใช้ยา เพราะว่าไม่มีผลข้างเคียง (side effect)

คำแนะนำเพื่อการบำบัดดังกล่าว มี 3 วิธี คือ :-

• สวมถุงน่องแบบรัด

• ยกขา

• งดกินเค็ม

การงดกินเค็มที่แถมมาด้วยนั้น เพราะ การกินเค็ม นอกจากจะทำให้ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้ด้วย

ของแถมอีกอย่างที่บางคนอาจจะเมิน คือ หมอเขาแนะนำให้เลิกการ “กรุ๊บๆ กรั๊บๆ” ในตอนเย็น เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แถมกับแกล้มกินเล่นซึ่งมักจะมีเกลือเยอะ จะช่วยกันเรียกความกระหายให้ร่างกายดื่มน้ำมากขึ้น สังเกตได้ว่าถ้ากินเลี้ยงตอนเย็น คืนนั้นก็จะฉี่มากขึ้น

คำถามว่า สวมถุงรัดน่องด้วย พร้อมกับนอนยกขาด้วย ได้ไหม - Dr. Yoshida บอกว่า ไม่มีปัญหา

แต่สวมถุงรัดน่องไปกินเลี้ยงตอนเย็นนี่คงไม่ช่วยเท่าไหร่นะ

งานนี้ สงสัยจะมีคนขอเลี่ยงบาลีไปดื่มตอนเที่ยงแทน

คำแนะนำแนวทางทั้งสามนั้น คงจะเป็นประโยชน์กับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ส่วนเรื่องถุงรัดน่องนั้น ถ้าไปหาตามร้านขายยา ก็จะมีถึงสามชนิดให้เลือก คือ สูงแค่เข่า ซึ่งสวมง่ายหน่อย ยาวขึ้นมาหน่อยคือสวมทั้งขา และที่ยาวสุดคือ สวมขึ้นมาถึงเอว ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามสะดวกครับ รวมทั้ง น่าจะมีขนาดให้เลือกด้วย และสามารถสวมใส่ได้ทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม คุณหมอมีคำเตือนสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือเบาหวานว่า ให้ปรึกษาหมอหน่อยก็ดีนะ เรื่องที่จะหาอะไรมารัดน่องนี่น่ะ

ที่ง่ายคือการนอน (อย่าหลับ) ยกขาขึ้นมาพาดอะไรที่สูงหน่อยในตอนบ่ายนั้น ก็ต้องบริหารเรื่องเวลาเหมือนกัน ไม่เร็วไป (เพิ่งผ่านเวลาเช้ามาหยกๆ) หรือช้าไป (จะเข้านอนอยู่แล้ว) เพราะจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรทั้งคู่

เวลาแดดร่มลมตก นึกถึงเปลญวนขึ้นมาทีเดียว เพราะเป็นเปลที่ขาถูกยกขึ้นมา ไม่ได้นอนราบๆ

แต่ไม่มีเปลญวนก็ไม่เป็นไร หาอะไรหนุนขาเอาก็ได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ผมเลยได้ไอเดีย ที่ทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ เพราะว่า ...

แทนที่จะนั่งเขียนบทความ บ่ายวันนี้ ผมนอนยกขาเขียนครับ !!

... @_@ ...

วัชระ นูมหันต์

20 ธันวา 63

Ending Nighttime Urination | Gatten! • NHK

https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/ondemand/video/4031005/

ขอบคุณคับ มี ปย โพดๆ ขอก๊อปไปให้พระบิดาอ่านแปป

เคนส์เชียนในเชิงสงครามนี่มันเป็นยังไงอะ

.

ปล คลิปประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา post ใดๆ

#Siamstr

#ThaiNostrich https://nostr.build/av/128bb098dc615cf9d9222dd1c24da0edffbd159cbcc611df2371da4a81cdee1c.mov

Replying to Avatar U

คนเล่น Facebook ส่วนมาก เข้าใจว่า เขาเป็นผู้ควบคุมทั้งหมด

โดยเฉพาะครีเอเตอร์ พวกเขาคิดว่า การปิดกั้น มันเป็นเรื่องปกติ

เพราะแพลตฟอร์มต้องการรายได้

การที่เขาจ่ายเงิน ให้กับการโฆษณา เพื่อให้มีคนเห็นนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

พวกเขาคงลืมไปแล้วมั้ง ว่าพวกเขามีผู้ติดตาม

ที่สะสมมาจาก การผลิตเนื้อหา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่ผู้ติดตามที่สะสมมาเหล่านั้น ถูกระบบปิดกั้นให้มองเห็นเนื้อหาที่เขาผลิตน้อยลงทุกที

มันเหมือนกับคุณหยอดเหรียญใส่กระปุก เพื่อสะสมมูลค่า

แต่มีคนมาแอบเอาเหรียญออกจากกระปุกของคุณทีละน้อย

จนวันนึงคุณรู้สึกได้ว่า กระปุกมันเบาลง

Facebook ก็เลยบอกคุณว่า

จ่ายเงินสิ แล้วเหรียญมันจะกลับมาเต็มกระปุกเหมือนเดิม

ตลกดีไหมล่ะ...

#ThaiNostrich #Siamstr

ตอนนี้ไม่มีไรเกี่ยวพันกะ fb ละ เลยลบ fb มือถือไปแล้ว นับเป็นการลบครั้งที่ 3 ละ

น่าสนใจะแฮะ เดี๋ยวตามไปฟังง

แค่อ่านเม้นใน post ข่าวใน fb อย่างเดียวก้ปวดหัวละ ส่วน x ไม่ได้เล่นจริงจัง เพราะรู้ดีว่าแต่ละอย่างในนั้น toxic ขนาดไหน

***แล้วก้ไอ avocado นี่ ถ้าไม่เน้นลูกสวย เน้นซื้อมากินเลย เลือกร้านหน่อยก้เจอของถูกๆได้เหมือนกัน นี่ซื้อมาโลนึง 40 บาทเอง ตกลูกละ 10 บาท ถูกกว่าซื้อข้าวในร้านต้น post อีก

ร้านสะดวกซื้อเค้าถึงขั้นแนะนำมายังงี้มาเลยนะฮะ ให้ความรู้สึก S.A.D. แบบแปลกๆ นะฮะ