Avatar
Arn Sange
005213ef01a818dac6303c3bb3e9ea68dc3e6b6f7bdf4f38bc36bfe863cb31a6
“อ่าน แสง” A Noob BTCner & Dentist who 🎶 Just face my fear and become my hero! https://www.youtube.com/watch?v=q-74HTjRbuY

ประวัติศาสตร์ “ภาษี”

“ภาษี” คือสิ่งที่ประชาชนทุกคนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเงินที่จ่ายนั้น ก็คือเงินที่นำไปใช้ในการบริหารและพัฒนาประเทศ ทำให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้

แต่ภาษีนั้นมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างไร? เก่าแก่แค่ไหน?

ลองมาหาคำตอบกันครับ

อันที่จริงนั้น ภาษีนั้นอยู่คู่กับประวัติศาสตร์โลกมานานมากแล้ว มีมาก่อนเงินเหรียญซะอีก และภาษีก็อาจจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ

ในสมัยเมโสโปเตเมียโบราณ ก็มีการจ่ายภาษีแบบแปลกๆ

ถ้าให้ยกตัวอย่าง การจะฝังศพคนตายนั้นจะต้องจ่ายภาษีเป็นเบียร์เจ็ดถัง ขนมปัง 420 ก้อน ข้าวบาร์เลย์สองบุชเชล เสื้อคลุมขนสัตว์ แพะ และก็เตียง

และยังมีบันทึกว่าเมื่อ 2,000-1,800 ปีก่อนคริสตกาล ก็มีชายผู้หนึ่งจ่ายภาษีเป็นไม้กวาดจำนวน 18,880 อัน ท่อนซุงอีกหกท่อน

ทางด้านอียิปต์โบราณ ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในอารยธรรมแรกๆ ที่มีระบบการจัดเก็บภาษีแบบเป็นระบบ โดยเริ่มมีการพัฒนาเมื่อราว 3,000 ปีก่อนคริสตกาล

พระประมุขแห่งอียิปต์ในยุคแรกๆ ทรงสนพระทัยในเรื่องของภาษีเป็นอย่างมาก โดยจะเสด็จไปทั่วดินแดนพร้อมผู้ติดตามเพื่อทำการประเมินการจัดเก็บภาษี โดยดูจากสิ่งที่ประชาชนถือครอง เช่น น้ำมัน เบียร์ เครื่องเซรามิก ฝูงวัว และพืชผล จากนั้นก็ทำการเก็บภาษี

ว่ากันว่าในยุคราชอาณาจักรเก่าแห่งอียิปต์ (Old Kingdom of Egypt) อียิปต์สามารถจัดเก็บภาษีได้เป็นจำนวนมาก มากซะจนสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ได้หลายโครงการ เช่น “มหาพีระมิดแห่งกีซา (Great Pyramid of Giza)”

ระบบการจัดเก็บภาษีในอียิปต์นั้นมีวิวัฒนาการมาตลอด 3,000 ปี โดยในยุคราชอาณาจักรใหม่ (New Kingdom of Egypt) ทางการอียิปต์ก็ได้หาวิธีการเก็บภาษีก่อนที่ประชาชนจะได้รับค่าตอบแทนซะอีก นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่เรียกว่า “นิโลมิเตอร์ (Nilometer)”

นิโลมิเตอร์ เป็นนวัตกรรมในการวัดระดับน้ำในแม่น้ำไนล์ในแต่ละปี โดยหากระดับน้ำนั้นต่ำ ภาษีก็จะต่ำไปด้วย เนื่องจากคาดว่าการเพาะปลูกก็อาจจะได้ผลไม่ดีนัก ภัยแล้ง แต่หากระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ก็คิดได้ว่าการเพาะปลูกน่าจะได้ผลดี อุดมสมบูรณ์ ภาษีก็จะสูงขึ้น

ทางด้านอินเดีย ในสมัยราชวงศ์โมริยะ (Maurya Empire) เมื่อสมัย 321-185 ปีก่อนคริสตกาล ในแต่ละปี ก็ได้มีการจัดการแข่งขันโดยผู้ชนะจะได้รับการงดเว้นภาษี

การแข่งขันนั้นจะเป็นการแข่งกันหาวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาล หากวิธีของใครได้รับเลือก บุคคลนั้นจะได้รับการงดเว้นภาษีตลอดชีวิต

มาทางด้านโรมัน “จักรพรรดิเวสปาเซียน (Vespasian)” จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมัน ทรงเป็นผู้หาเงินเข้าประเทศด้วยภาษีบางอย่าง

ในสมัยโรมันโบราณ แอมโมเนียคือสิ่งล้ำค่า สามารถนำไปใช้ทำความสะอาดดินและสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้า ช่างฟอกหนังก็สามารถนำไปทำเครื่องหนัง ชาวนาก็นำไปทำปุ๋ย และผู้คนก็สามารถนำไปใช้กับฟัน ทำให้ฟันขาว

และแอมโมเนียเหล่านี้ก็มาจาก “ปัสสาวะ“

ปัสสาวะจำนวนมากนั้นก็ไปเก็บมาจากห้องน้ำสาธารณะ และรัฐบาลก็หาวิธีการเก็บภาษีจนได้ นั่นคือการเก็บภาษีปัสสาวะ

การเก็บภาษีปัสสาวะนี้ได้รับการต่อต้านจากชนชั้นสูงบางส่วนในโรมัน หากแต่จักรพรรดิเวสปาเซียนก็ทรงมีรับสั่งตอบว่า

“เงินไม่เหม็น”

มาที่จักรวรรดิแอซเท็ก ในช่วงที่จักรวรรดิแอซเท็กรุ่งเรืองสุดขีดในสมัยศตวรรษที่ 15 และ 16 จักรวรรดิแอซเท็กเป็นดินแดนที่ร่ำรวยมั่งคั่ง สาเหตุก็มาจากการที่สามารถเก็บภาษีได้เป็นจำนวนมาก

ภาษีที่้เก็บได้ทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่รัฐบาลกลาง และรัฐบาลกลางก็จะมีบันทึกที่บันทึกไว้หมดว่าใครส่งอะไรมาบ้าง ซึ่งบันทึกเหล่านั้นบางส่วนก็ยังหลงเหลือจนถึงทุกวันนี้

ในบันทึกบางฉบับก็มีการระบุว่ามีการเก็บหนังเสือ หินล้ำค่า ข้าวโพด โกโก้ ลูกแก้ว ทองคำแท่ง น้ำผึ้ง เกลือ และผ้าต่างๆ ได้เป็นจำนวนเท่าไร

ทางด้านรัสเซีย ในปีค.ศ.1698 (พ.ศ.2241) “จักรพรรดิปีเตอร์มหาราช (Peter the Great)” พระประมุขแห่งรัสเซีย ได้ทรงคิดถึงวิธีการที่จะทำให้รัสเซียดูทันสมัย ดูเจริญหูเจริญตาเหมือนประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันตก เข้ากับยุคสมัยใหม่

จักรพรรดิปีเตอร์มหาราชจึงทรงมีรับสั่งให้เก็บ “ภาษีหนวด” แก่ประชาชนที่ต้องการไว้หนวด

ชายชาวรัสเซียที่ต้องการจะไว้หนวดจะต้องจ่ายภาษีหนวด โดยชาวไร่ชาวนาก็จ่ายราคาหนึ่ง ขุนนางและพ่อค้าก็อีกราคาหนึ่ง โดยนี่ก็เป็นกุศโลบายที่จะให้ชายชาวรัสเซียโกนหนวด ให้ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย ดูเข้ากับยุคสมัยใหม่

ชายที่จ่ายภาษีจะได้รับเครื่องหมายแสดงว่าตนได้ชำระภาษีแล้ว และต้องพกเครื่องหมายนี้ติดตัวตลอดเวลาเพื่อแสดงว่าตนได้จ่ายภาษีแล้ว

แต่สุดท้าย ภาษีหนวดนี้ก็ถูกยกเลิกไปในปีค.ศ.1772 (พ.ศ.2315)

นี่ก็เป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งของภาษีจากดินแดนต่างๆ ในประวัติศาสตร์

---

#siamstr

เปิดเป๋าสายฟ้าด้วยคับ อยากแซ่บคับ

บ่นมาตั้ง 10 กว่านาที อย่าให้เห็นว่าตัวเองขับรถน้ำมันมาทำงานนะเว้ย

#siamstr

https://youtu.be/AcvXyDbSTT8?si=EesBrloXMe0yaxLn

ทิ้ง line ด้วย ขะ แข็งแกร่งยิ่งนัก

Replying to Avatar Bosthai

ผมคิดว่าเด็กๆ ควรเรียนรู้เรื่องBitcoin ไม่ใช่เพราะแค่มันมีจำกัด มันช่วยเราต้านเงินเฟ้อ

แต่มันบทเรียนหลายๆ อย่าง และบทเรียนที่ว่าคือ "ทำไมหนูต้องทำงาน" , "ทำไมหนูต้องเก็บออม" และ "เวลาหนูมีจำกัด"

"ก็ถ้าหนูไม่ทำงาน ก็อดแตกตาeสิค่ะลูก"

เออจะตอบแบบนั้นก็ง่ายดี แต่ถ้าคิดในอีกมุม การที่เราทำงานและได้เงินมา มันต้อง Trade off 2 สิ่ง นั้นคือ "เวลา" และ "คุณค่า" ที่เราทำ

สมมุติลูกเราออกไปทำงานพนักงานเซเว่น ได้เงินเดือนเฉลี่ย 15,000 เฉลี่ยต่อวันได้เงินวันละ 500 บาท นั้นหมายความว่า ลูกเราเสียเวลา 1 วัน และสร้างคุณค่า หรือ productivity ให้กับสังคมและได้รับผลตอบแทนเป็นจำนวนเงิน 500 บาท/วัน ถูกไหม?

ถ้าลูกเราอยากจะได้เงินมากกว่าเดิม เขาก็แค่พยายามสร้างคุณค่าให้มากกว่าเดิม ในเวลาที่เท่าเดิม อาจจะขยันทำ OT หรือจัดการร้านได้ดีจนได้แต่งตั้งเป็นผู้จัดการ หรือออกไปทำงานอื่นที่ได้เงินเฉลี่ยมากกว่า 500 บาท/วัน

นี้คือจุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่ของพวกเขา คือการออกไปสร้างคุณค่าแก่สังคม อาจจะสานต่อเส้นทาง Proof of Work ของครอบครัวเสียพวกเขาเสียสละเวลาทำมา หรือสร้างเส้นทางของตัวเองใหม่ตั้งแต่เริ่ม ไม่รู้แหละด้วยวิธีไหน แต่ถ้ามันเวิร์ค สังคมจะตอบแทนคุณคุณค่ากลับมา

"หนูเกิดมาเพื่อสร้างคุณค่าในแก่สังคมนะลูก"

และเงินไม่ใช่แค่เงิน แต่ : เงิน = เวลา+คุณค่า /// เรากำลังแลกเปลี่ยนคุณค่ากับคุณค่าด้วยกันในสังคม

ที่นี้ ถ้าลูกอยากจะได้ไอโฟนซักเครื่อง เอาไอโฟน 13 128GB ตีกลมๆ ขายตอนนี้ 20,000 บาท และเขายังทำงานที่เซเว่น แสดงว่าเขาก็ต้องเก็บเงิน หรือ เก็บ "เวลา+คุณค่า" จำนวน 40 วัน (เข้ เยอะวะ) เพื่อแลกไอโฟน 1 เครื่อง

แต่อย่าลืมว่า ระหว่างที่ลูกๆ เก็บเงินรอซื้อไอโฟน เขาอาจจะใช้เวลาเก็บจริงเกิน 4-5 เดือน++ และระหว่างนั้น "ตลาดเสรี" ก็กำลังทำงาน และกำลังพัฒนา productivity ให้แกสังคมมนุษย์

มนุษยชาติมันมีกิเลส มันขี้เบื่อ ขี้เกียจ เลยพัฒนา Productivity ให้ตัวเองสบายขึ้นอยู่เสมอ

ใครจะไปรู้ว่าระหว่างที่ลูกค้าเราเก็บ "เวลา+คุณค่า" เอาไว้ อยู่ดีๆ ไอโฟน 13 ราคาอาจจะลดลงด้วยต้นทุนการผลิตที่ถูกลง ลดเหลือ 18,000 บาท (จากเดิมใช้เวลา 40 วัน ใช้แค่ 36วัน) หรือมีไอโฟน 16 ผลิตออกมา แล้วกดดันราคาไอโฟน 14 ให้เท่ากับไอโฟน 13 เพราะกำลังจะตกรุ่น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลพ่วงของกลไกลตลาดเสรีทั้งสิ้น

"กลายเป็นว่ายิ่งลูกของเรา Low Time มากเท่าไหร่ ยิ่งเก็บ เวลา+คุณค่านานเท่าไหร่ เขาจะจ่ายเวลา+คุณค่าที่เขาเก็บไว้ น้อยลงเพื่อครอบครองสิ่งของหรือบริการที่ดีกว่าเดิม"

ยิ่งลูกเก็บออม ชีวิตยิ่งดีขึ้น ยิ่งเติมเต็ม Self esteem , Self sufficient และ Self secure พวกเขาจะรู้ว่า "เวลา+คุณค่า" ของพวกเขา "มันมีความหมายจริงๆ" มันมี " Meaning of Life จริงๆ" ชีวิตพวกเขามันมีค่าจริงๆ การสร้างคุณค่าให้สังคมมันคุ้มจริงๆ

ยิ่งทำงานได้เงินเยอะ ก็เป็นการโชว์ให้สังคมรู้ว่าเขาเป็นคนที่ทำคุณค่าให้สังคมสูง และมีเงินเก็บเยอะ ก็เป็นโชว์ว่าตัวเขาเป็นผู้เสียสละ ขยัน อดทน เก็บเยอะกว่าแดรก โดยเฉพาะยิ่งรายได้น้อยแต่เก็บออมเยอะ จะยิ่งน่านับถือมากๆ

- แต่เรื่อง Meaning of Life พวกนี้คุณปาทิ้งไปได้เลย หากลูกเราเอา เวลา+คุณค่า ไปเก็บในสิ่งที่มันไม่สามารถรักษาเวลา+คุณค่าของพวกเขาไว้ได้-

"เวลาหนูมีจำกัดนะลูก"

เราไม่รู้หรอกลูกเราจะมีอายุเท่าไหร่ อาจจะมีอายุในชีวิตนี้สัก 70 ปี ตีเป็นวันก็ 25,550 วัน กว่าจะทำงานจริงจังอาจจะอายุ 20 เหลืออีก 18,250 วัน

ทำงานเซเว่นมีเงินเก็บ 10,000 บาท เฉลี่ยก็ใช้เวลา20วัน แต่ดันทะลึ่งเอาไปปั่นสล็อต ติดพนัน เล่นฟิวเจอร์พอร์ตแตก และปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ไม่เล่นของพวกนี้แล้ว เดือนหน้าเก็บเงินใหม่

"ไม่ใช่นะหนู" ลูกเราเสียเวลาไป 20 วัน หรือ 0.07% ของเวลาทั้งหมดไปฟรีๆ และ 20 วันนั้นเอาคืนไม่ได้ ย้อนเวลาไปห้ามตัวเองไม่ได้ หรือจะยืดเวลาชีวิตตัวเองเป็น 70 ปี กับ 20 วัน ในอนาคตก็ไม่ได้ ถ้าชะตาฟ้ามันลิขิตไว้ให้ชีวิตต้องdedใน 70ปี

เพราะไอ้การที่เวลามีจำกัดเนี่ยแหละ ลูกเราจึงจะต้องคิดให้ดี ว่าจะเอาไปใช้กับอะไร หรือเก็บเวลาไว้ที่ไหน

ส่วนผม ที่อายุกำลังเข้าเลข 3 แล้ว อาจจะมาได้ครึ่งทาง กระสุนผมใช้ไปแล้วครึ่งแม็ค เหลืออีกครึ่ง ผมจะเอาเวลา+คุณค่า ของผมไปเก็บไว้ที่ไหนดี?

"เวลาเรามีจำกัด จงเก็บมันในสิ่งที่จำกัดเหมือนเวลาเรา"

#siamstr

ในขณะที่พ่อแม่ตัวเองบอกให้อย่าไปเครียดกับชีวิต ใช้ชีวิตให้สนุก ตอนนี้มันสนุกไม่ลงแล้วนี่สิ คนนึงก้ไม่ยอมรับสภาพสุขภาวะตัวเอง อีกคนก้บ้าหวยกะอยากได้ yield

อย่าคิดว่า ผช จะไม่เล่นเกมจิ้นๆ อย่างนี้นะ 555

เกมนี้สนุกได้ด้วย mod ฮะ

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

#siamstr ผมจะแจก zap จำนวน 21 sats ให้กับคนที่มีหนังสือมาแนะนำใน Note นี้

หนังสือที่ควรอ่าน ที่แทบไม่เกี่ยวกับ Bitcoin เลย และทำไมถึงอยากให้เพื่อนๆได้อ่าน

ส่วนตัวผมขอแนะนำเล่มแรก

The Dream of Ridiculous Man

(ความฝันของคนไร้สาระ)

เป็นหนังสือวรรณกรรมรัสเซียยุค 1886

นี่คือหนังสือเรื่องสั้นของ Fyodor Dostoevsky ซึ่งจะอธิบายสภาวะแห่งความว่างเปล่า และความหมายของความว่างเปล่า ของมนุษย์

การก้าวข้ามผ่านศีลธรรมเพื่อไปสู่ the will โลกเสมือนของความหมาย ที่เรากลายเป็นพระเจ้า

เหตุผลในการที่ทุกคนควรอ่านเรื่องนี้ ไม่ใช่การตาสว่าง ตาเลเซอร์ แต่คือการจัดการตัวเองกับสภาวะที่เป็นอยู่ และความว่างเปล่า

ดองไว้ในกระเป๋านานละ จำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาเพื่อตามรอยมังงะ Tokyo ghoul

The country of the Blind

อันนี้เป็นนิยายสั้นเรื่องประมาณว่า เมื่อคนตาดีข้างเดียวหลงเข้าไปในหมู่บ้านที่มีแต่คนตาบอด การมีตาที่มองเห็นของเขาจะทำให้เขากลายเป็นราชาตาเดียวชี้นำคนตาบอด หรือกลายเป็นตัวกาลกิณีหมู่บ้านจนต้องโดนตัดตาทิ้ง

ต้มกะเนยรวมประมาณ 1 นาที บาสติ้งอีก 1 นาที ผิวขาวเป็นเนื้อต้ม ไม่เกรียมซักที

ตรงๆก้คือเพิ่งได้รู้ว่าความ crust มันเป็นแบบนี้ นี่เราย่างเป็นเนื้อต้มมาตลอดเบย 5555

มากินให้รู้ว่ารสชาติที่เอาไปขายได้มันเป็นยังไง

ร้าน Chez butcher

#siamstr

ก้ไอติมทั่วไปอะ