Avatar
Pruk S.
08f968569f15f1f803466845f954e8b384fee6669aa589c85b860fd3ffe59a09
Bitcoiner, Researcher, Beer lover and Coffee addict

ช่วงหลังผมเริ่มเห็นคนรอบตัวมีความคิดแปลก ๆ มากขึ้น โคตรน่ากลัวเลย

อรุณสวัสดิ์ครับ😁

อรุณสวัสดิ์ครับ😁

Replying to Avatar xyzy

แจ๋วมากครับพี่ nostr:npub1pruks45lzhclsq6xdpzlj48gkwz0aenxn2jcnjzmsc8a8ll9ngys9pnj2f 🎉🎉🎉🎉🎉🎉🎉🎉 nostr:note1srxwxye570zxd2yu2a5mx8lmazlkqlc09ge8pzrmqy69lntqzzksdq6mm8

ขอบคุณครับ 😅

Replying to Avatar HereTong

ในคลิปนี้คือการนำเอา คุณลักษณะของ นาร์ซีซิส มาใช้ทำคอนเทนท์ ดึงเอา tools พื้นฐานที่นาร์ซีซิสใช้ เอามาสอนให้คนทั่วไปทำตาม คลิปนี้อยู่ใน tiktok ซึ่งเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ผู้เสพสื่อแบบหัวกลวงมีมาก และพร้อมที่จะนำไปใช้ทันทีโดยไม่ผ่านการกรองจากสมองก่อน

tools พื้นฐานที่เขาสอนมีตั้งแต่ แกสไลท์, การเลือกเหยื่อที่ด้อยกว่า, การด้อยค่าให้รู้สึกต่ำ, การวางสถานการณ์ให้รู้สึกโง่ ฯลฯ

คนทำคลิปคิดว่าไม่ใช่นาร์ซีซิส เพราะผิดคุณลักษณะแรกของนาร์ซีซิส โดยปกตินาร์ซีซิสจะไม่เปิดความเป็นตัวตนแบบ public แบบนี้ (คือเขาไม่ได้ปิดบังแต่เขาไม่ได้เดบิวท์อลังการ)

แต่นี่คือ คนที่นำ tools มาใช้ แต่ในที่สุดมันจะ turn คนปกติให้เป็น นาร์ซีซิส ได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ต่างกับการเป็นเบาหวาน ที่กินน้ำตาลมากเกินไปบ่อยๆ เกือบจะร้อยทั้งร้อยก็เป็นเบาหวาน แต่ NPD นั้นไม่สามารถเป็นไปแบบโภชนาการได้

ซึ่งการทำคอนเทนท์เลวๆแบบนี้ กับการเสพสื่อแบบโง่ๆอย่างใน tiktok เป็นกันมากนั้น จะส่งผลให้เกิด 1. slide to unlock นาร์ซีซิส หน้าใหม่ที่เหมือนจะเพิ่งค้นพบตัวเอง 2. เกิดคนเหี้ยๆ ที่จ้องจะเอาเปรียบคนอื่น ทางจิตใจ

เป็นการหาข้อดีให้การกระทำของตัวเองได้เหี้ยมากครับ

์NPD มีไว้เรียนรุ้ว่า อย่าเป็นแบบนั้น ไม่ใช่มาเอาเยี่ยงอย่าง

#NPD

#pirateketo

#siamstr (ลืมใส่แทก เลยต้อง note ใหม่ใช่ไหมนะ 555)

มีถึงขั้นนี้แล้วเหรอนี่

GM #siamstr

ดื่มกาแฟ ตากแดด ก่อนเริ่มงาน

ราคาเท่าไหร่ไม่สำคัญ บิตคอยเนอร์ต่างรู้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของบิตคอยน์คืออะไร แต่เงินเฟียตต่างหากที่แทบไม่มีมูลค่าอะไรเลยเสื่อมค่าไปเรื่อยตลอดเวลา

GM #nostr #siamstr #diystr

This is my article to share how to made your diy nostr signing device (NSD) or nostr signer.

Let's have fun with it!!!!

nostr:naddr1qq2k6735fearsdjefd2nqazz2ve8wmzsfgeyuq3qpruks45lzhclsq6xdpzlj48gkwz0aenxn2jcnjzmsc8a8ll9ngysxpqqqp65wepe9yk

Replying to Avatar Jakk Goodday

เฉพาะเนื้อหาในไลฟ์ยาม่วงสัมฯพี่ชิตนี่... ผมคิดว่า ผมเอาไปทำเป็นหนังสือได้อีก 1 เล่มสบายๆ เลย

ความลำบากในการสัมฯ ครั้งนี้ (ซึ่งผมเดาไว้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้) คือ ภาวะสมองหวานเป็นช่วงๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและน้องๆ ทีมงาน

เพราะเนื้อหานั้น Abstract และ Deep สุดๆ ประโยคที่โคตร Simplify แต่ใครได้ยินก็คงตีความขยายออกไปได้อีกมากมาย นั่นคือความพิเศษของพี่ชิต ที่ผมรู้เต็มอกว่ามัรยากแน่ๆ สำหรับคู่สนทนา

นอกจากต้อง Catch up ปรัชญาทั้งหมดที่แทบจะใหม่สดกันแบบเรียลไทม์แล้ว.. เรายังต้อง Generate คำถาม บทพูดส่งต่อที่มันจะ Relate และให้ Benefit กับ Topic ที่พี่ชิตกำลังพยายามจะถ่ายทอดนั่นด้วย

เราต้องเลือกระหว่างการจะ.. ถามให้ขยายความ หรือ ชงตามน้ำเพื่อส่งเรื่องไปข้างหน้า หรือ โต้แย้งด้วยไอเดียอื่น หรือ ตัดจบมันตรงนั้นเพื่อไปสู่ Topic ใหม่ หรือ โยนให้ทีมงานเข้ามาแจมในจังหวะที่เหมาะสม ฯลฯ

ซึ่งทั้งหมด ผมต้องฟังด้วยสมาธิ แสดงภาษากายให้กลมกลืนกับบรรยากาศการสนทนา เลือกจังหวะที่เหมาะสม (ซึ่งก็เฟลหลายรอบ) และต้องทำมันทั้งๆ ที่มีแอลกอฮอล์ไหลเวียนในเลือดด้วย!!

และผมเชื่อเอาเองว่า ทั้งหมดนี้โหดหินไปหน่อยหากจะให้ใครคนเดียวรับผิดชอบมัน นั่นคือสาเหตุที่ผมเลือก สภายาม่วง ในการสัมภาษณ์พี่ชิต เพื่อที่เราจะช่วยกันรุมและสลับกันหายใจเป็นระยะๆ นั่นเอง

ผมก็หวังว่าในโทนภาษาที่ค่อนข้างหยาบกร้านนั้น (ผมจงใจเลือกใช้ภาษาที่เป็นตัวเองเพื่อขับเคลื่อนบรรยากาศให้ออกมาแบบนั้น) เนื้อหาที่ออกมาจะให้ประโยชน์กับผู้ฟังทุกคนเป็นอย่างดี ใครที่สามารถเก็บรายละเอียดทั้งหมดและตกผลึกมันได้ในรอบเดียว นับว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งเลยล่ะ

ผมเชื่อเลยว่า รายการใหม่ที่เสร่อขอดีลกับพี่ชิตไว้กลางรายการ ซึ่งพี่ชิตจะไผตกตะกอนสุดยอดผลงานของ อ.เซฟฟาดีน เพื่อส่งต่อให้พวกเราในแบบย่อยง่ายนั้น ต้องเป็นอะไรที่กลายเป็นตำนานอย่างแน่นอน

ทั้งหมด 18 อีพี อย่างเก่งก็ได้เดือนละครั้ง และคงจะเป็นดีเจต้า กับจิงโจ้ ที่จะเป็นพิธีกรหลัก อาจจะมีผม ซุป อาร์ม อิสร สลับหน้ากันมาแจม รวมไปถึง อ.พิริยะ ที่อาจมาร่วมแลกเปลี่ยนเนื้อหากันได้เช่นกัน

โปรดติดตามอย่างจงหนัก เจอกันแน่ครับ #siamstr

nostr:nevent1qqsyv4sendj8kde483neptyusmfq5pte7gaf7n2xacma0vycluxj98cpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzp9m7k58qcxt8wmaj02gzwrkygkdhszkz0c57krgaxd2msxwvjw8nqvzqqqqqqy6yjpug

รอชมเลยครับ

Replying to Avatar Panai Lawasut

หลายๆครั้งพี่ฟังพี่ชิต ผมมักจะได้คำตอบในสิ่งที่ผมไม่รู้ตัวว่ากำลังหาอยู่

อย่างในตอนที่สมาทานแนวคิดบิทคอยใหม่ๆ เรารู้สึกสบายใจแปลกๆ เรารู้สึกมีความหวังแบบบอกไม่ถูก เรารู้สึกกล้าลงมือทำในเรื่องที่หลายๆคนมองว่าเสี่ยง

ทุกๆครั้งที่มีคนถาม เราบอกออกมาไม่ได้ว่าไอ้ความรู้สึกรวมๆนี่มันคืออะไร อะไรทำให้เรามีความรู้สึกแบบนั้น อะไรทำให้เรา take action แบบนั้น ผมทำได้แต่อธิบายปรัชญาของบิทคอยที่พูดยังไงก็ไม่หมด และสุดท้ายก็ไม่มีคนฟัง

มันเป็นแบบนั้นมาตลอด จนได้ฟังรายการ alt tab ep.ของพี่ชิต เมื่อปีที่แล้ว

พี่ชิตบอกว่า “บิทคอยทำให้พี่ชิตรู้สึก secure”

ประโยคสั้นๆแค่นี้แหละ มันเหมือนพาผมไปพบกับโมเมนต์บรรลุธรรม มันอธิบายที่มาที่ไปของความรู้สึกในใจได้ อธิบายเหตุผลของหลายๆสิ่งที่เรา take action ได้

และมันยังเป็นหลักยึดของสิ่งที่เราจะทำต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย

ไลฟ์ยาม่วงวันก่อนก็เช่นกัน มันพาผมไปโมเมนต์แบบนั้นอีกแล้ว…

ผมคงมิอาจจะไปขยายความสิ่งชิตพูดในไลฟ์ แต่หลายๆ quote ของพี่ชิตวันนั้นมันพาความคิดผมดำดิ่งไปในหลายมิติมากๆ ผมอยากจะขอเล่าความคิดที่มันฟุ้งอยู่ในหัว ที่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียบเรียงมันออกมาได้หรือไม่ และผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่ามันตรงกับสิ่งที่พี่ชิตพยามอธิบายพวกเรามั้ย

“คนส่วนใหญ่มักแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เรากำลังพูดถึงมันอยู่ในเลเยอร์ไหน”

แค่วลีนี้จากโพสใน FB ของพี่ชิตก็พาสติผมหลุดออกจากไลฟ์ไปแล้ว มันได้คำตอบทันทีว่าทุกๆเรื่องที่เราถกเถียงกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ความสัมพันธ์ ทำไมมันถึงไม่มีวันแก้จบ

ก็เพราะทุกๆเรื่องมันไม่ได้อยู่บนเลเยอร์ foundation งั้นสินะ และเราก็รู้กันดีอยู่แล้วถ้าค่อยๆแกะไอ้ปัญหาต่างๆที่อยู่บนเลเยอร์ที่ซ้อนทับกันลงไปเลยเรื่อยๆ จนเจอ foundation ของ โดเมนนี้ เราจะเจอว่าเงินคือพื้นฐานของปัญหาทั้งหมด

เรื่องนี้ช่วยอธิบายความของคำว่า “fix the money fix the world” ได้เลย

จริงๆ bitcoiner เราเข้าใจเรื่องนี่กันดีอยู่แล้ว แต่ความเข้าใจเรื่อง foundation และเลเยอร์ต่างๆที่ built on ที่พี่ชิตเล่าให้ฟังนี้ มันช่วยจัดเรียง mind map ให้เรา มันทำให้เราต้องคอยมองย้อนกลับไปในทุกๆ action ของเรา ว่ามันอยู่บนเลเยอร์ foundation มั้ย

แต่ผมเองยังคิดต่อไปอีกว่า จริงๆถ้าแกะเลเยอร์ของเงินลงไปอีก ก็คงจะพบว่า”เงิน”ก็เป็นเลเยอร์ที่ build on “foundation ความเป็นมนุษย์”

วินาทีนั้นโมเมนต์บรรลุธรรมผมมาอีกแล้ว

มนุษย์ขับเคลื่อนด้วยกิเลสเป็นหลัก ทุกๆการกระทำ และทุกๆความต้องการของเรา มีแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งสิ้น

ถ้าจะ build เลเยอร์อะไรขึ้นมาต่อจาก foundation ความเป็นมนุษย์อันนี้

“เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง rely on กิเลสของมนุษย์”

สิ่งนี้ตอบคำถามว่า

ทำไมเศรษฐศาสตร์แบบออสเตรียนถึงเป็นคำตอบของระบบเศรษฐกิจ ทำไมถึงมีมือที่มองไม่เห็น ทำไม game theory ถึงได้ผลอยู่วันยันค่ำ

และ”ทำไมซาโตชิถึงคิดบิทคอยน์ขึ้นมาจากอัลกอริทึมที่เรียกว่ามนุษย์”

ในระดับบุคคลตัวเล็กๆอย่างเราปรัชญาเรื่องนี้ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน มันทำให้ถามตัวเองว่างานที่เราทำอยู่ ธุรกิจของเรามัน rely on อะไร ใช่กิเลสของมนุษย์มั้ย ถ้าจะพูดให้มันสวยๆหน่อยคงต้องพูดว่า สิ่งที่เราทำอยู่มันสร้างคุณค่าให้กับคนอื่นมั้ย

ในไลฟ์พี่ชิตพูดถึง “พวกเราต้องเตรียมตัวสำหรับการ change” เพราะหลายๆสิ่งตอนนี้ ถูกสร้างขึ้นบนเลเยอร์ของเงินที่ไม่มั่นคง

วันที่มันเปลี่ยน เราต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

การมีบิทคอยน์ก็เรื่องนึง แต่การที่เราจะใช้ชีวิตต่อไปได้ การที่กิจการของเราจะดำรงอยู่ได้ หรือแม้แต่ POW ของเราที่ส่งต่อไปให้ลูกหลานจะถูกสานต่อไปได้ มันจำเป็นต้องกลับมาพิจารณา ว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นมันอยู่บนเลเยอร์รากฐานของความเป็นมนุษย์มั้ย สิ่งที่เราทำมันจะมีคุณค่าจนคนยังจะต้องการอยู่มั้ยในวันที่โลกเปลี่ยน

ถ้าสิ่งที่คุณทำอยู่มันยังแค่ rely on เลเยอร์ของเงินเท่านั้น คุณจำเป็นต้องพิจารณาอย่างหนักแล้ว ถ้าสิ่งที่คุณทำยังเป็นการเล่นแร่แปลธาตุบนสินค้าการเงินทุกรูปแบบ หรือพวกงานฉาบฉวยทุกประเภท ผมเชียร์ให้คุณคิดให้หนักในเรื่องนี้ว่ามันจะมีคุณค่าสำหรับคนอื่นจริงๆมั้ยในวันที่โลกเปลี่ยน

ในขณะที่ความคิดในหัวผมกำลังฟุ้งกระจาย พี่ชิตพูดในไลฟ์ว่า

“เราไม่สามารถ build on บนสิ่งที่ entropy ไม่ต่ำได้”

พระเจ้า..!! เหมือนมีใครจับก้อนความคิดที่กระจัดกระเจิงของผมมามัดรวมเป็นก้อนเดียว ความรู้ความเข้าใจผมถูกจับมาเรียงร้อยให้สอดคล้องกันไปหมดด้วยประโยคนี้

ผมถึงกับต้องหยุดคลิปไว้ก่อนแล้วมานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง

- Entropy ของระบบปิดมีแนวโน้มที่จะคงที่ หรือเพิ่มขึ้นเท่านั้น..

- เราไม่สามารถลด entropy ลงได้ ถ้าไม่มีการใส่พลังงานลงไป จะทำให้ entropy ลดลงตัองใส่ work ลงไปเท่านั้น

- เราจะทำให้สิ่งที่เราสร้างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มสร้างบน entropy ที่ต่ำที่สุด

- ต้องหาทางลด entropy ให้มากที่สุด ก่อนจะ build สิ่งใดๆ

- คำจำกัดความของ entropy คือ “มาตรวัดความไม่รู้ของผู้สังเกตการณ”

- POW ทำให้เกิดงานและความรู้

- POW ทำให้ความรู้ตกผลึก มันจะมีอะไร entropy ต่ำเท่าสะสารที่ตกผลึกแล้ว

- ความรู้คือพลังงาน

(ขออภัย ผมเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นประโยคสวยๆไม่ได้จริงๆ)

สิ่งนี้ตอบคำถามว่าทำไมเราจำเป็นต้องสร้าง POW ให้ถึงขั้นต่ำก่อนถึงจะเริ่ม build สิ่งใดๆขึ้นต่อไปได้

แล้วเราจำเป็นต้อง คิดให้หนักด้วยว่า POW ของเรา buil on foundation ไหน

ความคิดผมยังพาไปอีกว่า มนุษย์นั้นใช่เลเยอร์ foundation หรือยัง

ซึ่งจริงๆมนความคิดผม มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็เป็นเพียงเครื่องมือในการดำรงอยู่ของบรรดาเครือข่ายไมซีเลียมเท่านั้นนี่นา

พอความคิดผมมาถึงจุดนี้ ก็เริ่มรู้สึกตัวได้ว่า เรานี่ชักจะฟุ้งซ่านไปกันใหญ่แล้วนะ

ว่าแล้วผมก็เปิดฟังไลฟ์ยาม่วงพี่ชิตต่อไป

#siamstr

////////////////

ปล. เฉพาะ topic แรกในไลฟ์ ผมเองก็ไม่สามารถ เล่าสิ่งที่เกิดในหัวได้ทั้งหมดแล้ว นี่ยังไม่ได้รวมถึงเรื่องธรรมมะที่หัวข้อนี้ก็พาผมไปตกผลึกด้วย

ปล.2 ใครมาอ่านทีหลังหลายๆเดือน อาจไม่รู้ว่าเรากำลังคุยเรื่องไลฟ์อะไรกัน ขอฝากลิ้งค์ไว้ ขอบคุณ เซิร์ฟเวอร์จารย์อาร์ม

Nostrudel: https://w3.do/h2LirWPe

Wherostr: https://w3.do/giOJjuOb

ปล.3 ลิ้งค์ Witcast เรื่อง Entropy อันนี้เปิดโลกและสนุกมาก

https://www.youtube.com/live/CleSpBe5jqk?si=F6bF8yVIx3vEH90t

ขอบคุณพี่ป้ำมากครับ

โน้ตนี่ช่วยตีความเรื่อง Entropy ให้กระจ่าง

เรียบง่ายและชัดเจนดีครับ

Replying to Avatar Tendou

อ้าย nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk เปิดมาขนาดนี้ เทนโด้จะรอช้าอยู่ใยเล่า

หลายคนคงจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจมาตลอด เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของคนรุ่น GenZ ที่ “ดูเหมือน” จะทรงพลัง ทรงอิทธิพลกับสังคม ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องการเมือง ไลฟ์สไตน์ มุมมองของชีวิต

แต่ทำไม GenZ กลับดูเป็นรุ่นที่ “อ่อนแอ” ไม่สมกับฐานะของคนรุ่นต่อไปเอาซะเลย

มันเกิดความผิดเพี้ยนอะไร?

แล้วเราจะหาทางออกได้ยังไง?

ติดตามได้ใน #สภายาแดง วันที่ 21 ธันวาคมนี้ แล้วเจอกันครับ ชาว #Siamstr

https://youtu.be/n6qOcAWyWAI?si=6ABC-j82jHRm_uLP

GenY ปลายๆ หลายคนก็เป็นครับ