Avatar
Pruk S.
08f968569f15f1f803466845f954e8b384fee6669aa589c85b860fd3ffe59a09
Bitcoiner, Researcher, Beer lover and Coffee addict

หมายถึงแนวคิดแบบผัวเดียวเมียเดียวด้วยรึเปล่าครับ

จะมีผญ. ซักกี่เปอร์เซนต์ที่ชอบผช. ที่เป็น bitcoiner 🤣

Ref. https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02gS349qoUcyzQs9zEXvSESQcLjKtrHUuLGfWveHTde1wD5i4cwGs56ikzjzKfAB79l&id=100064944663917&mibextid=Nif5oz

#m=image%2Fjpeg&dim=1040x1040&blurhash=U%24L%3A%2BhoMxao2%7EWs%3AofW%3DITt7RjWWWBbbRjj%3F&x=1b606fc252d61dd026ab17f86de2361e55f101311caa9a52e82b58bb9bd981fe

Replying to Avatar Noonim

เมื่อวานวันเกิดพี่นิว nostr:npub1wzlj8qxwzwfls9fez23ne90rjey6kxkaqz7nltfajqx5kmp7w2tqfkkad0

มาอวยพรวันเกิดให้พี่นิวกันค่ะทุกคน🥳🎂🎉

สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะพี่นิว หยอกๆๆ😆🙏

#siamstr #Siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=900x981&blurhash=%7BNG8WV%3D%7BXTX8kCt7W.I%3A%3FwS%24NHjYs%3AR%2BS2WX%252s%3AR*NbsmxZS2kCE1RkofbIWWocWBflNHIpa%23s%3BWBWBs-R*s%3ARjjYn%25Rks%3AoJoen%25s.RjM%7CjZNHSNfjxGs%3AWAadjYofays.s%3AayR*WAxZoLfkof&x=72b37ac8277e9b47845248e3c62cfe5b11e3031340db75caf91cf7488aba2379

Happy Birthday คร้าบบบ😁

ไปกดที่ไอคอนรูปสายฟ้าของโน้ตใครก็ได้ ค้างไว้นะครับ

Replying to Avatar chontit

เรื่องสยองสองบรรทัด!! 😰

"Could not afford 1317086sat using all 0 available utxos: 1318583sat short"

========================

วันนี้มี Lessons Learned เกี่ยวกับ LN Node มาเล่าให้ฟังครับ 🫠

========================

เรื่องราวมันก็เกิดจากค่าฟีที่มันเริ่มลดลงนี่แหละ ทำให้ผมอยากจะลองเปิด Lightning Channel กับ Nicehash ไว้ stack sat ในอนาคตสักหน่อย (คิดจะทำมานานแล้วแต่ยังไม่กล้า เพราะกลัวปัญหาที่คาดเดาไม่ได้จะตามมา)

ถ้าใครจำได้ว่า 3-4 วันก่อนผมพึ่งโน๊ตว่า "Blocktime จะนานขึ้นเสมอเมื่อมี Tx ของเรา" นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ครับ 5555

หลังจากบล็อกนั้นได้คอนเฟิร์มเรียบร้อย ผมก็ดำเนินการเชื่อมต่อ Core Lightning (บน StartOS) กับ Peer ของ Nicehash ทันที ... และก็เชื่อมต่อได้ปกติ (Connected) เลยทำการเปิด Channel ต่อเลย

ครั้งแรกลองเปิดด้วย Ride The Lightning => เปิดไม่ได้แหะ มันบอกว่าไม่สามารถเลือก UTXO ได้ ก็เลยไม่ทันได้คิดอะไร

ครั้งที่ 2 ลองเปิดผ่าน Core Lightning Interface ตรง ๆ ซึ่งมันก็เปิดได้เฉย ... ขึ้น Openning Channel แล้วผมก็รอ Channel ID

หลังจากปล่อยเวลาผ่านจนหมดวัน..กลับมาดูสถานะ Channel อีกทีตอนเย็นของวันนั้น มันก็ยังขึ้นว่า Pending Openning Channel อยู่เช่นเดิม

“แปลก ๆ แหะ … ที่เคยลองเล่น LN Node เปิดหากันเองมันก็ไม่นานนะ แต่นี่มันผ่านมา 6-7 ชั่วโมงแล้วก็ไม่เห็นได้ Channel ID เลย จะเช็คกับ Nicehash ก็ไม่รู้จะเช็คยังไง” …ผมคิดในใจ จากนั้นก็ลอง Restart StartOS

แต่พอหลังจาก Restart StartOS เท่านั้นแหละ ... กลับมาดูสถานะของ LN Channel อีกที

อ้าวเวรละ ... สถานะหาย!! เหมือนระบบไม่ได้เปิด Channel 55555

”เอ๊ะ .. รึมันเปิดแล้ว แต่มันจะเช็คยังไงได้วะ” ,, Channel ID ก็ไม่มี ไปดูใน Tx ID ก็ไม่มีธุรกรรมเปิด Channel

.

“เดี๋ยวลองเปิดใหม่อีกทีดีกว่า“ … อ้าว ทำไมระบบมันฟ้องว่าไม่มี UTXO ที่ใช้งานได้ ,, ทั้ง ๆ ที่ Core Lightning ก็ขึ้นว่ามีบิตคอยน์ On-Chain อยู่ 🤔

”งั้นลองโอนออกดีกว่า เดี๋ยวค่อยเริ่มทำใหม่..“ 🥹

"Could not afford 1317086sat using all 0 available utxos: 1318583sat short"

“ชิบหาย!!! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย…”

ลองดูหมดทุกหนทางที่พอจะทำได้ไม่ว่าจะเป็นใช้ Ride The Lightning, รีสตาร์ต OS ใหม่, ลบ RTL แล้วลงใหม่เผื่อว่าจะหาย แต่…ไม่สามารถโอนบิตคอยน์ได้เลย 😢

จำความรู้สึกตอนนั้นได้เลยว่า “เหงื่อโง่เริ่มออก” 5555

.

เมื่อสิ้นหนทางการแก้ไขปัญหาจากความรู้ที่มีเท่าหางอึ่ง…ก็หลังไมค์ไปหาพี่ตี๋คนเก่งของเรา… nostr:npub1z8huw7etk7l5a2k5u8n99vsz2uvtjtrusnz05e7j7ptgfcpqnyfsvpq70x

chontit : “พี่ตี๋สวัสดีครับบ, ผมงานเข้านิดหน่อยครับพี่ เกี่ยวกับ C-Lightning ค้าบ 555”

teemie : “ไปทำอะไรเข้า”

chontit : “จะเปิด Channel กับ nicehash ครับ พอ open channel บน Core Lightning แล้วมันไม่เปิด, ตอนนี้ติด UTXO Already Reserved ครับพี่“

จากนั้นพี่ตี๋ก็ให้ใช้ CLI เข้าประตูหลังบ้าน StartOS ถึงรู้ว่า…

"address": "bc1q8l…. ff6k",

"status": "confirmed",

"blockheight": 824703,

"reserved": true,

"reserved_to_block": 826727

สรุปว่า … CLN คงจะ Lock UTXO ของเราไว้ชั่วคราว เผื่อฝั่งตรงข้ามเค้า Sign Tx เพื่อเปิดช่อง เราจะได้ไม่โดนเคส Double Spending หรือ Channel Penalty ซึ่งค่ามาตรฐานคงจะล็อกไว้ 2016 บล็อกหรือ 2 สัปดาห์

.

นับถึงวันนี้พึ่งผ่านไป 3 วัน หรือบล็อกไฮท์ 825,144 แต่ผมสามารถโอนบิตคอยน์ออกจาก Core Lightning ได้แล้ววว เย้ 🎉

เหตุผลที่ผมทำได้โดยไม่ต้องรอถึง Block Height 826,727 ก็เพราะว่า

1. ผมมีไฟล์สำรองของ StartOS ซึ่งเป็นการสำรองก่อนที่จะเปิด Channel เพราะฉะนั้น UTXO state ที่อยู่ใน Core Lightning จะยังไม่โดนล็อก (ถ้าใครเจอปัญหาลักษณะคล้ายกัน แต่ Channel Opened ไปแล้ว “อย่าทำ” วิธีของผมเด็ดขาด ไม่งั้นจะรู้ซึ้งถึงคำว่า “Channel Penalty” 🥶

2. ผมไปถาม Nicehash Support แล้วได้คำตอบว่า “Nicehash ไม่เปิด LN Channel กับ LN Node behind TOR”

พอมั่นใจว่าช่องไม่เปิดแน่ ๆ แบบนี้แล้ว.. ผมจึงได้คัดลอกไฟล์ VM ของ StartOS มาอีก 1 ชุด (ขนาดไฟล์เกือบ ๆ 800 กิ๊ก) และรัน StartOS ขึ้นมาทดสอบสมมุติฐาน (หนึ่งในข้อดีของ Node VM ก็คือ เราสามารถคัดลอก/สำรอง Full Node ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลา sync IBD ใหม่)

และผลก็เป็นอย่างที่คาดไว้ครับ,,

StartOS ที่เรา Restore ไฟล์ Backup ของ Core Lightning ก่อนช่วงเวลาที่จะเกิดเรื่อง … มันสามารถโอนบิตคอยน์ออกจาก CLN ได้ตามปกติ 🎉🎉🎉

========================

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ โดยเสีย sat จากค่าโอนที่โอนไปโอนมาจำนวน 6,000+4,916 = 10,916 sat นั่นคือ

1. LN private Node ทำกันไม่ได้ง่าย ๆ นะ 5555

2. ผู้ให้บริการ เช่น nicehash ไม่เปิด Node ผ่าน TOR ต้องใช้ Clearnet (ซึ่งทำยากอยู่ เพราะเหมือนว่าค่า Default ของ Lightning Node จะให้วิ่งผ่าน TOR

3. ต่อให้ระบบทำออกมาดูง่ายแค่ไหน (GUI) แต่สุดท้ายเวลามีปัญหาก็ต้องพึ่งพา Command line อยู่ดี (ต้องมีความรู้พื้นฐาน Linux)

4. LN Private Node ยังไม่เหมาะกับการจับมือทำสำหรับมือใหม่

5. ถ้าเรามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น แล้วไปเข้าร่วมกับ Discord/Telegram ของ Support, จะมี Scram Add friends มาหาเราเสมอ ,, เช็คดีๆ แล้วค่อยคุย

และ 6. เวลาเราจะเล่นอะไรที่ไม่เคยทำควรต้องมี “Backup” ก่อนเริ่มทำทุกครั้ง เพราะ Private Key ของ CLN มันคือ Hot Wallet ที่อยู่บน StartOS, แต่ถ้าใช้ LND จะมี seed phrase 24 คำ ให้เราสามารถเข้าถึง Onchain Fund ได้

========================

สุดท้ายนี้เดี๋ยวผมขอไปเล่น LN node บน Testnet ก่อนดีกว่า 5555

เกือบเสียค่าเรียนรอบนี้เป็นล้านแซตชะแล้ว … เก็บมาตั้งหลายเดือน 😂

ปล. โน๊ตนี้ผมขอไม่เซ็นเซอร์จำนวน เพราะมันหมายถึงความตื่นเต้นตอนเหงื่อโง่ออกครับ 5555

GM #siamstr

ผมเคยเจอคล้าย ๆ กันเลยครับ หลายอย่างใน interface มันชอบไม่แสดงมาให้เห็น ไอ้เราก็ตกใจคิดว่าเงินเราหาย พอมาดูใน cli ค่อยโล่งอก

เจอคลิปละ เอาน้ำยาอะไรไม่รู้มากัดบัตรจนเหลือแต่ชิพข้างใน

https://youtu.be/JjmHPWcbZis?si=TiqFs6j8F8r4ucL_

Replying to Avatar Jingjo

500 Days of Summer คือตัวอย่างคลาสสิกเหนือกาลเวลาโคตร ๆ ถึงการทำความเข้าใจไดนามิกของ sexual marketplace ซึ่งผมไม่แปลกใจเลยที่สังคมภายใต้ 4th และ 5th wave feminism จะอวยตัวละครซัมเมอร์และแขวนป้ายให้ทอมว่าเป็นผู้ร้ายที่น่ารังเกียจ

https://youtu.be/FnIEsrFO0fc?si=ZuqB16AZ1TVczxDl

ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งคู่ต่างมีข้อบกพร่องที่เป็น red flags สำคัญที่พร้อมนำหายนะมาสู่ความสัมพันธ์ได้ไม่ช้าก็เร็ว

ซัมเมอร์นั้นค่อนข้างตรงกับผู้หญิงโดยทั่วไปในสังคมสมัยใหม่ คือนอกจากรูปร่างหน้าตามีแรงดึงดูดทางเพศแล้ว เธอแม่งโคตรน่าเบื่อ เธอไม่ได้มีเป้าหมายอะไรสลักสำคัญในชีวิต และเธอไม่ต้องการ serious relationship กับใคร แต่ก็ยังอยากมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดและมีเซ็กส์กับทอมอย่างสม่ำเสมอ (situationship + hookup culture through and through)

ในขณะที่ทอมนั้นฉายภาพชัดของผู้ชายที่โคตรบลูพิล ไร้มาตรฐานและจุดยืนที่ชัดเจนว่าต้องการอะไรในชีวิตคู่ เขาหลงกับรูปลักษณ์ภายนอกของซัมเมอร์ และพร้อมจะเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาใจเธอไม่หยุดหย่อน ทั้งที่คุณค่าเดียวที่เธอจะมีมอบให้เขาได้คือเซ็กส์ มิใช่ความรักหรือความเคารพ

จริง ๆ ประเด็นการศึกษาหนังเรื่องนี้เพื่อเรียนรู้การ set frames and standards สำหรับชีวิตคู่ถือว่าเป็นยัติที่ผมเองก็อยากเปิด #สภายาแดง EP ใหม่ แต่มันต้องรบกวนเวลาสมาชิกสภาฯ ไปดูหนังอีก ซึ่งโคตรเกรงใจตั้งแต่เรื่องบาร์บี้ละ (แต่หนังเรื่องนี้ดีกว่าบาร์บี้เยอะครับ ดูแล้วไม่อีหยังวะแน่นอน)

เอางี้ละกันครับ ขอถามไอเดียชาว #siamstr คร่าว ๆ ดีกว่าว่าสนใจประเด็นไหนของ redpill เผื่อจะได้เอาไปถกกับทีมงานดูครับ🫂

เกือบ 10 ปีแล้วนะที่ผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก

ฉากนึงที่จุกอกเลยคือตอนที่เทียบ expectation vs reality ตอนท้ายโคตรเจ็บปวด อยากฟังเรื่องนี้ในสภายาแดงมากเลยครับ

Replying to Avatar Richter

ตอกยากอยู่ครับพี่ nostr:npub1pruks45lzhclsq6xdpzlj48gkwz0aenxn2jcnjzmsc8a8ll9ngys9pnj2f

#m=image%2Fjpeg&dim=972x972&blurhash=UFFioqt7M%7Ext4Tt6DhM%7B00M%7B%25hofD*Rk_Nt7&x=58b98c4984b62d8caa007b9a50c5648c51dff39335081efa1255bf6e60897111

เดี๋ยวนะ มันมีคำนี้ใน seed words ด้วยเหรอ😂

Replying to Avatar U

วันก่อนมีคนถามเรื่องกาแฟกะทิ

ม่ะ! ลองเลย ปรับสูตรและวัตถุดิบเอาเองตามชอบนะ

ถ้าหาได้แนะนำใช้กะทิคั้นสดจะดีกว่ากะทิขวดหรือกล่องเพราะรสชาติมันสดใหม่กว่า

หวาน มันตามธรรมชาติ และ ที่สำคัญกลิ่นกะทิสดหอมกว่า

ถ้าอยากลองมีสูตรง่ายๆใช้เงินแก้ปัญหาทั้งหมดคือ

1.เข้า 7-11 ไปสั่งช็อตกาแฟอย่างเดียว 1-2 ช็อตแล้วแต่ชอบเข้มมากหรือน้อย

2.ไปกดน้ำแข็งเปล่าแบบแก้วมา 1 แก้ว

3.หยิบกะทิจากชั้น เลือกยี่ห้อ อร่อยดี หรือ อัมพวาก็ได้ (กลิ่นจะไม่เหม็นมาก)

4.ถ้าชอบหวานไปหยิบน้ำมะพร้าวมาเพิ่ม หรือ ไปขอน้ำตาลซองที่โซนกาแฟ

4.กลับไปที่โซนกาแฟ ให้พนักงานเทช็อตกาแฟใส่แก้วน้ำแข็ง แล้วเทกะทิตามลงไป (ชอบมันมากเทมาก ชอบมันน้อยเทน้อย) จอบอ.

กาแฟกะทิเหมาะสำหรับคนที่ชอบรสชาติหวานมันสไตล์เอสเย็น (ES-YEN)

#siamstr #coffeechain https://video.nostr.build/afe915bec2b041e91c88970febe570e4a2a90a7a9ba699cf77957118d96d8d8d.mp4

น่าสนจายยมากเลยครับ

ทำเป็น dirty coffee แต่เปลี่ยนจากนมเป็นกะทิ

Replying to Avatar 9shrek

สวัสดีทุกคนอีกครั้ง วันนี้จะเอามุมมองของอาจารย์มาเล่าอีกเช่นเคย

คือผมเรียนยานยนต์เนาะ หลายคนยังไม่ทราบ แต่ว่าๆๆผมยังเรียนไม่จบเน้อ

อะอันนี้ยาวมากเดี๋ยวทำ Outline ไว้ด้วยจะได้เลือกอ่านกันง่ายๆตามหัวข้อที่สนใจ

1.รถไฟฟ้า(EVs Car)กินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่ผมคิดได้

2.เห้ย! รถไฟฟ้า(EVs Car)มันมีมาก่อนเราเกิดอีก

3.ความต่างของรถไฟฟ้า(EVs Car)และรถสันดาปน้ำมันที่เด่นๆ

4.รถไฟฟ้าเสียพลังงานทิ้งมากกว่าที่คิด

1.รถไฟฟ้า(EVs Car)กินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ได้กี่เปอร์เซ็นต์

คือผมรู้จักกับอาจารย์สองท่านในคณะเนี่ยแหละ คนนึงคือบ้าเครื่องยนต์มากชอบออกแบบเครื่องยนต์ชอบดูกลไกการทำงานเครื่องยนต์ ล่าสุดอาจารย์ได้ทำเครื่องยนต์หรือไปออกแบบดาวเทียมอะไรซักอย่าง

ส่วนอีกคนทำโปรเจกท์เรื่องแบตเตอรี่รถไฟฟ้าและเรื่องพลังงานไฮโดรเจนอยู่

อาจารย์ท่านแรกตอนที่พวกเรากำลังเรียนเรื่องชิ้นส่วนต่างๆและการทำงานของเครื่องยนต์ อาจารย์ถามว่า "นักศึกษาทุกคนครับ ผมมีคำถาม ตอนนี้ทุกคนคงได้เห็นได้ดูกันมาแล้วว่ารถอีวี(รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ล้วน ไม่ไฮบริด ไม่เติมน้ำมันไปปั่นไฟ มีแต่แบตเลยที่ให้พลังงาน) ว่าช่วงนี้บูมมาก เลยอยากจะถามว่าทุกคนคิดว่ารถอีวีจะสามารถกินส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ทั่วทั้งโลกได้กี่เปอร์เซ็นต์"

นายสุริสัก " 80 เปอร์เซ็นต์ครับ "

นางสาวปิยะทิด๊า " 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ "

นายสุทิวุฒระไตรเมสิขาองครฉัตรินธร " 20 ครับ "

อาจารย์ถามต่อว่า " มีใครคิดว่าน้อยกว่า 20 มั้ย "

ผมที่พึ่งอ่านข่าวเรื่องลิเธียมจะหมดโลกมา " *ยกมือ " ( ผมก็ตอบไม่ได้ว่ามันกี่เปอร์แต่คืออ่านข่าวมาแค่คร่าวๆ ของ bbc )

อาจารย์ถามว่า "ทำไมคิดแบบนั้น"

ผมก็ตอบตามตรงว่า "ผมอ่านข่าวมาเขาบอกว่าลิเธียมกำลังจะหมดโลกครับ"

อาจารย์บอกว่า "ใช่" และอธิบายต่อว่า "ถูกอย่างเพื่อนว่า ลิเธียมจะหมดโลก การคาดการณ์ของทางฝั่งเมกา เขาตีพิมพ์เป็นตัวเลขคร่าวๆว่าลิเธียมเนี่ย เมื่อเราเอามาผลิตแบตเตอรี่ทั้งหมดจนหมดโลกเราจะทำรถอีวีได้แค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของตลาดรถยนต์"

หลังจากวันนั้นมันทำให้ผมมีความคิดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น คือ คนทั่วไปเราไม่รู้หรอกว่ามันจะกินส่วนแบ่งค์ในตลาดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่คนที่เป็นคนทำขึ้นมาเขาอาจจะรู้อยู่แล้ว ทำไมเลือกที่จะไม่บอกเหมือนฟองสบู่ที่รอวันแตก ผมคิดว่าตอนนี้มันแค่เพิ่งเริ่ม ยุคของรถไฟฟ้ามันจะบูมจนคนเกือบทั้งโลกคิดแล้วว่ามาเปลี่ยนโลกแน่มาแน่ น้ำมันแกจะไปไหนก็ไปไป๊ ทำให้น้ำมันร่วงเหมือนกับที่โควิดที่คนคิด่ามันจบแล้วไม่ได้ใช้ละน้ำมัน ผมเลยมองว่าวิกฤตที่ส่งผลเสียต่อน้ำมันแบบชั่วคราวอาจเกิดขึ้นได้อีกเร็วๆนี้(ที่เกี่ยวกับอีวี)

2.เห้ย รถไฟฟ้า(EVs Car)มันมีมาก่อนเราเกิดอีก

ต่อมาเป็นอาจารย์ที่ทำเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์ เราจะมีบทนึงที่ได้เรียนเรื่องการส่งกำลังของแบตเตอรี่ พวกผมที่เป็นผู้เรียนจะได้ทำการทดลองว่าแบตเท่านี้ จ่ายไฟเท่านี้ ได้ทอร์คได้กำลังได้รอบเท่าไหร่ แล้วกระแส ความดันไฟฟ้า ในแบตเตอรี่ลดลงมั้ย (มันเป็นอะไรที่โคตรยากเพราะห้องแล็บนั้นมันเป็นแบบ diy เราไม่ได้มีไดโน่มาวัดความเร็วรถ หรือวัดทอร์ค สิ่งที่ทำก็คือเราจะใช้แรงเบรกของเบรกมาคิดเป็นทอร์คอีกที)(ไดโน่คือไอเครื่องที่มันจะให้เราเอารถไปไว้ด้านบนแล้วเร่งสุดๆ จะมีความเร็วออกมาให้เลย แบบพวกร้านแต่งรถที่โมรถให้เร็วขึ้น หรือพวกที่เขามีแข่งที่ต้องเทสรถไรงี้ ซึ่งของพวกผมมันมีตัวแปรภายนอกเยอะมากทำให้ไม่ได้ค่าจริง %error สูงอยู่นะหลังการทดลอง)

แต่ทำไมเราต้องทดลองแล้วมันเกี่ยวอะไรกับรถอีวี ก่อนอื่นเลยรถที่นำมาทดสอบเป็นรถอีวี แต่ผมจะบอกตอนท้ายว่าการทดลองเนี่ยได้อะไร ขอเล่าที่จารสอนก่อน

เปิดมาด้วยประวัติของรถอีวี ผมจะเล่าแบบรวบรัดนิดนึง

คศ.1828 นักประดิษฐ์ชาวฮังการีคิดค้นมอเตอร์ไฟฟ้า และสร้างโมเดลรถขนาดเล็กเพื่อเทสมอเตอร์

คศ.1834 ทีมของ Sibrandus Stratingh สร้างรถที่ใช้แบตเตอรี่แต่ยังชาร์จไม่ได้

คศ.1859 มีการคิดค้นแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด แบตที่ชาร์จซ้ำได้อันแรก

คศ.1880 Gustave Trouve คิดค้นรถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ขนาดเล็ก และชาร์จซ้ำได้

คศ.1884 Thomas Parker สร้างรถยนต์ไฟฟ้าแบบสี่ล้อคันแรกในอังกฤษ

คศ.1888 Andreas Flocken ออกแบบรถไฟฟ้าชื่อ Flocken Elektrowagen

*แต่ถึงอย่างนั้นรถไฟฟ้าก็ไม่เป็นที่นิยมเพราะแต่ก่อนวิ่งได้แค่4-8กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไม่ไกล

คศ.1915-1935 มีการค้นพบบ่อน้ำมันปิโตรเลียมทั่วโลก ช่วงเวลาเดียวกันที่ Hery Ford ผลิตรถยนต์ Ford Model T ออกมาปริมาณมาก ยุคแรกเริ่มของรถยนต์สันดาปแบบฮอตฮิต

*รถน้ำมันบูมมากเพราะมีการตัดถนนระหว่างเมืองที่มีเส้นทางยาวและไกล รถไฟฟ้าวิ่งไกลไม่ได้ แต่รถน้ำมันวิ่งได้แน่นอน เลยบูม

คศ.1970-1980 สหรัฐออกกฎหมายจูงใจ ชื่อ " Public Law 94-413 " หรืออีกชื่อ " Electric And Hybrid Vehicle Research ,Development And Demonstration Act " ให้มีการทำตลาดรถไฟฟ้าอีกครั้งหลังจากหายไปนาน เพราะว่าองค์กรส่งออกน้ำมันแห่งชาติอาหรับ(ไม่ใช่่โอเปก)ผูกขาดน้ำมัน so น้ำมันแพงนั่นแหละ เลยอยากหาทางเลิกใช้

*อะหรือว่ารถไฟฟ้าเป็นแค่แนวคิดที่เอามาต่อต้านชาติอาหรับ เพื่อความแข็งแแกร่งของสหรัฐที่มากขึ้นเพื่อพยุงเงินและอำนาจของตัวเอง เลยเอาเรื่องลดโลกร้อนมาเล่น แบบที่ผมบอกในโน๊ตเทอโมไดนามิกที่เล่าไปก่อนหน้านี้ว่าโลกร้อนมันไม่มีจริงตั้งแต่แรกเพราะมันจะร้อนอยู่แล้ว

คศ.1990-2008 General Motors ทดสอบรถไฟฟ้า Electrovette ที่ใช้แบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮไดรด์แบบชาร์จซ้ำได้ และได้ทำการวางจำหน่ายปีต่อๆมาแต่สุดท้ายล้มละลายเพราะขายไม่ดี แต่ก็มีเทคโนโลยีเด็ดๆเยอะเหมือนกันจนหลายๆแบรนด์เอามาเป็นต้นแบบจนถึงปัจจุบัน เช่น HVAC heat pump ,สตาร์ทรถแบบไม่ใช้กุญแจ ,การขับเคลื่อนด้วยสายและการเบรกด้วยสาย(มันคือสายน้ำมันไฮโดรลิกนั่นเอง) และเทคโนโลยีสุดท้ายคือพวงมาลัยไฟฟ้าไฮโดรลิก

คศ.1995-1997 Toyota มีทีมพัฒนาชื่อว่า toyota prius concept พัฒนารถไฮบริด จนได้ปล่อยจำหน่าย (เครื่องยนต์แบบ Atkinson-Cycle ช่วยให้เผาไหม้สมบูรณ์ + กำลังรอบต้นของมอเตอร์ไฟฟ้า เกียร์ออโต้) ส่วนตัวพรีอุสปี2003ใช้แบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮไดรด์ ชาร์จซ้ำได้ทั้งสองรุ่นเน้อ

คศ.2011 ทั่วโลกมีกฎหมายสนับสนุนรถไฟฟ้าเป็นของตัวเองในแต่ละประเทศ

3.ความต่างของรถไฟฟ้า(EVs Car)และรถสันดาปน้ำมันที่เด่นๆ

ต่อมาจะพูดเรื่องความต่างเด่นๆของรถไฟฟ้าและรถสันดาปที่ใช้น้ำมัน

รถไฟฟ้าไม่เสียพลังงานในรูปของความร้อน(แต่เสียพลังงานในการส่งผ่านไฟฟ้ากว่าจะมาถึงรถ) รถสันดาปก็ตรงข้ามเลย

รถไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษ(ในแง่ของผลลัพ ที่มาพลังงานว่ากันอีกที) รถสันดาปก็ตรงข้ามเลย มีมลพิษ

รถไฟฟ้าเงียบกว่ารถสันดาป

รถไฟฟ้ากำลังรอบต้นสูงกว่าเยอะมากกกกกกกกกก(มีรูปประกอบ ที่เป็นกราฟ) และประหยัดพลังงานมากกว่าในรถไฮบริด(ข้อนี้เดี๋ยวถกอีกที)

จากรูปทุกคนจะเห็นว่ารถไฟฟ้ามีกำลังมากกว่ามากในรอบต้นและจะค่อยๆลดลงในรอบปลาย ส่วนรถสันดาปจะค่อยๆสูงขึ้นแล้วก็ต่ำลงอีกที การที่รอบปลายต่ำลงคือเขาออกแบบเครื่องยนต์มาให้มันแต่รักษาความเร็วปลาย กำลังเลยไม่ต้องสูงมากและเพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์ไม่ให้ระเบิดก่อน(คนที่ขับรถจะเห็นสีแดงๆตรงเกจวัดรอบ คือถ้าเกินนั้นมันระเบิด มันพัง ) ต่อมามาถกกันเรื่องรถไฟฟ้าไฮบริดมันประหยัดพลังงานมากกว่าในแง่ของกำลังและรอบปลาย คืองี้ ด้วยความที่รอบต้นมันสูงอยู่แล้ว(บางคนมีรถไฟฟ้าจะรู้สึกว่าเหยียบลงไปนิดเดียวมันดึงแล้ว อันนั้นคือปกติของรถไฟฟ้าเพราะว่ากำลังมันสูงตั้งแต่รอบต้น) พอรอบมันสูงทำให้รถไปถึงความไวที่ต้องการไว พอถึงรอบปลายมันก็จะตกเหมือนรถสันดาป รถไฮบริดโดยทั่วไปเราจะเริ่มใช้ไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยใช้น้ำมันเพื่อให้ได้รอบสูงไวๆเพราะกำลังมอเตอร์สูงกว่าและจะปรับมาใช้น้ำมันในรอบปลาย คือรอบต้นที่ใช้ไฟฟ้ามันกินพลังงานนิดเดียวก็ได้ความเร็วที่ต้องการละ ผิดกับรถน้ำมันที่ต้องเผามากขึ้นเรื่อยๆถึงจะได้กำลังที่มากพอที่จะได้รอบที่สูงขึ้น

ตรงนี้มีข้อสังเกต:แบรนด์รถไฟฟ้าจะออกมาบอกว่า1-100ได้กี่วิจริงๆคือมันก็เร่งได้เท่าๆกัน วัดกันแค่ที่ระดับเสี้ยววินาที ซึ่งไม่รู้สึกต่าง และคนเราก็ไม่ได้จะเอารถไปใช้แข่งกันทุกวัน แต่ละแบรนด์ 3-4วิคือเบสิคของรถไฟฟ้า มันเป็นแค่การตลาด แต่เราจะว้าวแหละเพราะมันดูสุดยอดมากเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน แต่ก่อนผมก็ว้าวเหมือนกัน

4.รถไฟฟ้าเสียพลังงานทิ้งมากกว่าที่คิด

โอเคหลังจากเล่าที่อาจารย์สอนในห้องไปแล้วได้เวลากลับมาที่การทดลองในห้องเรียน

สูตรหลักที่ใช้คือสูตรหาค่าประสิทธิภาพ คือ ค่าพลังงานที่เราใช้ได้ ส่วนด้วย ค่าพลังานที่ใส่มา(พลังงานที่มี) เลขออกมาเท่าไหร่ถ้าเราคูณ 100 มันจะได้ว่าเราเอาพลังงานที่มีมาใช้ได้จริงๆกี่เปอร์เซ็นต์ พอเราทำการทดลองปุ๊บๆปั๊บๆพวกผมได้ออกมาว่ารถไฟฟ้าที่นำมาทดลองเอาพลังงานไปใช้ได้จริงๆแค่ 19.02% โอ้วชิท โคตรน้อย เสียพลังงานฟรี 80% แต่ว่าๆๆๆๆค่าที่ได้คือค่าจากการที่มีปัจจัยและเครื่องทดสอบที่ diy กันขึ้นมา มันไม่ได้มีประสิทธิภาพขนาดนั้น ไดโน่ที่เอามาวัด มันเสียแรงทิ้งเยอะอยู่เหมือนกัน ค่าที่ควรจะเกิดขึ้นจะอยู่ที่ 70%-80% แต่ว่าๆๆๆๆ เราอาจจะคิดว่าเออ 20% ที่เสียไปมันก็พอจะคุ้มค่า ทะว่ามันไม่ได้เสียแค่ 20% เพราะกว่าจะมาถึงรถไฟฟ้าของเราเนี่ย มันหลายกระบวนการหลายขั้นตอนมากกกก ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ผลิตไฟฟ้า ส่งเข้าสายไฟ สายไฟจุกระแสมากๆแรงดันมากๆเกิดความร้อน พลังงานก็ระเหยไปตามความร้อน จากกฎเทอโมที่เคยบอกไป พลังงานมันไม่หายไปไหนมันแค่เปลี่ยนรูป จากพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อน และความร้อนก็ระเหยทิ้ง กว่าจะมาถึงต้องไปผ่านกระบวนการนั่นนี่เยอะแยะมากมายจนมาถึงรถไฟฟ้าตอนที่เราชาร์จ แล้วเราก็ต้องเสียเพิ่มอีก20%จากการนำมาใช้จริงบนรถ เพราะฉนั้นพลังงานที่เราเสียไปจริงๆตั้งแต่ต้นสายโรงงานผลิตไฟฟ้ามันน่าจะเยอะมากกว่า 20%

#nostr #siamstr #zap

ปัญหาหลักของรถไฟฟ้าเลยคือเรื่องของแบตเตอรี่ครับ ในปัจจุบันยังไม่เห็นค่อยเทคโนโลยีที่จะกักเก็บพลังงานในรูปแบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าไหร่

ส่วนตัวถ้าผมยังไม่เห็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ไปไกลกว่าลิเธียมผมก็ยังรู้สึกว่า EV ไม่น่าใช้เท่ารถสันดาป

ความจริงกำลังชัดขึ้น

Press release ของรัฐสภาสหรัฐจากกรรมการติดตามตรวจสอบและหาผู้รับผิดชอบ

Committee on oversight and accountability

คำให้การของ Anthony Fauci ต่อสภาคองเกรส สหรัฐ ในวันแรกของการสอบสวนเกี่ยวกับโควิด

แสดงให้เห็นความล้มเหลว ในด้านการบริหารขององค์กร NIAID

Fauci ให้ทุน การวิจัยทั้งในและนอกประเทศสหรัฐฯโดยอ้างว่าไม่ได้ตรวจสอบโครงการก่อน

นอกจากนั้น อ้างว่าเขาไม่รู้ หรือไม่ทราบว่ามีการ ตรวจสอบหรือ มีกระบวนการตรวจสอบ การดำเนินการดังกล่าวหลังจากที่ให้ทุนไปแล้วหรือไม่

และเขาพูดประมาณ 100 ครั้งว่า จำไม่ได้ เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลและการติดต่อที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่อง โควิด-19 ที่เป็นประเด็นในการสอบสวน

และ ปฏิเสธอย่างแข็งขัน ยืนยันคำให้การต่อรัฐสภาคราวที่แล้วว่า

เขาไม่ได้ให้ทุน Ralph Baric และ สถาบันวิจัยไวรัส อู่ฮั่น ในเรื่องการสร้างไวรัสใหม่โดยการตัดต่อพันธุกรรมที่เรียกว่า gain of function (gof)และกระบวนการที่ทำนั้น ไม่ใช่เป็น gof

(ราย ละเอียดคำให้การต่อสภาของเกรส ดังกล่าวมีบันทึกเป็นวิดีโอ)

แต่จากหลักฐานอีเมล ของ Fauci ในปี 2020 กลับยืนยันว่าเขา ทราบเรื่องการวิจัย gof ที่สถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น และความเชื่อมโยงกับการให้ทุนทั้งในและนอกประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้

การสอบสวนในวันที่สองจะมุ่งประเด็นเรื่องการปกปิดหลักฐานเกี่ยวกับการกำเนิดของโควิดที่มาจากห้อง lab และการสร้างบทความที่กล่าวหาว่าการหลุดจากห้อง lab เป็นทฤษฎีสมคบคิดโดยตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 และในเรื่องอื่นๆอีก

https://www.facebook.com/thiravat.h/posts/pfbid0fDbYH7FuR4S2RiyoAtjr8JhBZtHLxsrMYgDDP1FxNgUXeUZJxgdRqSbnSQ4TLejSl

#nortr

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstr

#siamstrOG

#bitcoin

#siamesebitcoiners

#covid

ความจริงมันมาช้า กว่าคนจะรู้ก็ฉีดไปหมดแล้ว ของขึ้นอีกแล้ว🔥🔥🔥