Avatar
Mint TK
0a56ac4dca1809165d4aff791092fb5120dcbdf9e5f7b769b42ee7942d6c95b5
I don’t follow the crowd. I watch it, learn from it, and take my own path.🧡🩵🤍💙

ความสุกของเนื้อที่ฉันเลือกคือ Medium Rare แต่ความสุขของฉัน แน่นอนมันคือ WELL DONE!!!

TGIF without alcohol.

#Siamstr #Beef

วันนี้มีโอกาสนั่งคุยกับเจ้านายในห้อง คุยเรื่องมิจฉาชีพ คอร์รัปชั่นยันแชร์ลูกโซ่ ชอบประโยคของเจ้านายที่ว่า "พอเราทำงานยุ่งมากเราจะไม่มีเวลาสนใจพวกสิ่งหลอกล่ออย่างนี้เลย ทำงานตามปกติของเราดีกว่ารวยแบบฉาบฉวย แล้วกลายเป็นคนคิดเยอะว่ามันจะเป็นไปได้หรอ จะเอาจากไหนมาจ่ายเราขนาดนั้น"

อืมม นั่นสิ พอเรา focus กับงานที่ทำอยู่ เราก็ไม่ค่อยไขว้เขว้กับ noise ที่มารบกวนเท่าไหร่เลย มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น ถึงเวลาก็พักผ่อนตามที่เราต้องการ ชีวิตมันก็ง่ายขึ้นเยอะ

#Siamstr #Work

มีคนบอกว่าทำนาแบบธรรมชาติ

ก็จะได้ผลผลิตแค่แบบธรรมชาติๆนั่นแหละ

มนุษย์เราพัฒนาเทคโนโลยีพัฒนาเครื่องจักร

เทคนิควิธีการปุ๋ยยาต่างๆก็เพื่อผลผลิตที่เยอะขึ้น

เราไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี

ไม่ได้ปฏิเสธเครื่องจักร

หรือเทคนิคต่างๆอันจะเพิ่มผลผลิต

เกษตรกรรมธรรมชาตินั้น

มิได้หมายความว่าเกษตรกรรมที่ปล่อยปะละเลยปล่อยตามมีตามเกิดตามธรรมชาติ

แต่เกษตรกรรมธรรมชาตินั้นคือเกษตรกรรมที่

ไม่ทำอะไรที่ขัดหรือฝืนต่อธรรมชาติ

นาธรรมชาตินั้นจำนวนข้าวอาจจะไม่ได้เยอะสูงสุด แต่มันได้ความง่ายความสบายได้ความสมดุลของระบบนิเวศในแปลงนาและดีต่อสิ่งแวดล้อม

*เราทำนาโดยไม่ได้ไถพรวนดิน

เมื่อไม่ไถพรวนดินก็ทำนาได้เช่นกัน

แล้วจะไถให้ลำบากไปทำไม

เมื่อไม่ไถพรวนดินโครงสร้างของดินจะดีขึ้นเรื่อยๆ จุลินทรีย์ต่างๆที่อยู่ในดินจะไม่ถูกทำลาย หน้าดินจะนุ่มและฟูขึ้นเรื่อยๆ

*นาเราไม่ได้ใส่ปุ๋ย ทั้งปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยเคมี แม้ไม่ได้ใส่ปุ๋ยก็ได้ผลผลิตแล้วจะใส่ให้ลำบากให้สิ้นเปลืองทำไม

แน่นอนข้าวต้องกินธาตุอาหารจึงจะเติบโตแตกกอและออกรวงให้ผลผลิต แล้วธาตุอาหารในแปลงนาที่จะเป็นอาหารของต้นข้าวมาจากทางไหนได้บ้างหากเราไม่ใส่ปุ๋ยเลย ลองค้นหาคำตอบกันดูครับ

ทำนาแบบธรรมชาติแม้จะได้ผลผลิตข้าว

แค่แบบธรรมชาติๆแต่เราได้มากกว่าข้าว

เราได้ความสมดุลของธรรมชาติได้ระบบนิเวศแปลงนา ได้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นได้ทั้งสุขภาพที่ดีไม่เสี่ยงกับยาฆ่าหญ้ายาฆ่าแมลง

แค่พืชผักรอบๆแปลงนา

ก็มูลค่ามากกว่าข้าวในแปลงนาแล้ว

นาไม่ควรเป็นแค่ที่ปลูกข้าว

ต่อให้ได้ข้าวไร่ละ 2 ตัน

มันก็ได้แค่ข้าวนั่นแหละ

#นาไม่ไถ

#ปักดำนาด้วยกล้าต้นเดียวแบบSRI

#เลี้ยงปลาในนาข้าว

#หัวคันนาทองคำ

#นาธรรมชาติ

#เกษตรกรรมธรรมชาติ

#ข้าวมะลิดำหนองคาย

#siamstr

เคยทำกิจกรรมดำนา CSR ของบริษัท นี่ขนาดเราแค่ดำแถวเดียวพอเป็นพิธียังเหนื่อยเลย 😅

Day off morning. Reading Leading The Starbucks Way even though I’m drinking instant coffee. The taste of coffee is really good in this mug, indeed. Have a nice last weekend, everyone.

#Siamstr #Coffee #Bookstr #Book #Reading #Weekend #DayOff #Leisure

We are family!

#Siamstr #Catstr #Cat

We are family!

#Siamstr #Catstr #Cat

มอง~ ฉันสาวฉันสวยหมาจึงได้มอง~

หากฉันไม่สวยหมาจะไม่มอง หากฉันไม่แจ่มหมาจะไม่จ้อง หมาจะไม่มองให้หัวใจวาย

#Saimstr #dogstr #dog

จากข่าวอาหารเสริมที่ดังอยู่ตอนนี้ เลยไปนั่งไถดูคลิปดาราที่โปรโมต สะดุดอยู่ตัวนึงที่เค้าว่าเป็นผงชงกับน้ำ 2 ซองเทียบเท่ากับอาหาร 1 มื้อที่ครบ 5 หมู่ มีโปรตีนจากพืช 6 ชนิด ที่สำคัญมีโปรตีนจากมันฝรั่ง!!!

ก็เลยเสิร์ชต่อไปทั้งแหล่งไทยและอินเตอร์ เออ หลาย ๆ แหล่งเค้าว่างั้นจริงด้วย plant based protein

ตายละ ดิฉันเข้าใจผิดมาตลอดที่คิดว่ามันฝรั่งคือคาร์โบไฮเดรตและน้ำล้วน ๆ ไม่มีโปรตีน เบิกเนตรเลยค่ะ

#Siamstr

นั่งดู CTRL ใน Netflix หนังดีเลยค่ะคุณ มีหนังอย่างนี้มันก็ดีนะ คนทั่วไปจะได้ตระหนักรู้ว่าเจ้าของ platform ดัง ๆ เค้าเอาข้อมูลเราไปทำอะไรได้บ้าง

#Siamstr #Netflix #Beer #Weekend

Have a nice weekend everyone😚

#weekend #siamstr

นึกถึงตอนดูโดราเอม่อนเลย เอาของวิเศษ (นวัตกรรม/เทคโนโลยี) มาสังเคราะห์เป็นอาหาร

#Siamstr

Today's earnings.

#Siamstr #Fountain #Podcast #Sats #Stacksats

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่า 🙏🏻

ใครพอจะถ่ายรูปป้ายราคาเป็นหน่วย sats ของร้าน Toffee Cake Chon Buri และร้านอื่น ๆ ในงาน #TBC2024 ไว้บ้างมั้ยคะ พอดีว่าจะจดไว้เป็นที่ระลึกในไดอารี่ เอาไว้มานั่งย้อนดู แล้ววันจบงานดันลืมค่ะ 😂เพิ่งมานึกได้เมื่อคืนนี้ นั่งไถดูใน Wallet of Satoshi ได้พอประมาณ แต่อยากรีเช็คว่าหน่วยบาทมันตรงกับในวันงานรึเปล่า

ใครมี ขอรับบริจาคนะค้าา ขอบคุณค่า

#Siamstr #Asksiamstr #Asknostr

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr หนังสือ THE RACE OF CIVILIZATIONS อารยะแข่งขันของเฮียวิทย์ สิทธิเวคิน เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องสไตล์เฮียวิทย์จริงๆ มีแผนที่ประกอบทำให้เรารู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดตรงไหนของโลก แถมยังมีประวัติศาสต์คู่ขนานอีกว่า ช่วงนั้นประเทศไทยเป็นช่วงสมัยไหน(ผมชอบตรงนี้ล่ะ🙂)หรือตรงกับเหตุการณ์สำคัญๆอะไรที่เกิดพร้อมกัน เล่มนี้มันเหมือนเป็นสารบัญประวัติศาสตร์👍🏻 ที่มากระตุกต่อมอยากรู้อยากเห็น ทำให้อยากไปหาข้อมูลอ่านต่อกันเลยทีเดียว😁 ส่วนตัวผมนี้อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมของคือ วัชกู ดา กามาล่องเรือไปถึงอินเดีย ส่วนคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสจะตามหาอินเดียบ้างแต่ไปเจอทวีปอเมริกาแทน และอีกเรื่องคือทำไมปั้นปลายของจีนถึงยกเลิกระบอบฮ่องเต้😁 ขอสรุปเนื้อหาคร่าวๆ ดังนี้

1. GUTENBERG PRESS ถ้าโลกนี้ไม่มีหนังสือ: เราสามารถบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ลงในหนังสือได้ก็เพราะสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า “แท่นพิมพ์พลิกโลก” ของโยฮันเนส กูเตนแบร์ก นี่ล่ะครับ

2. THE AGE OF DISCOVERY ออกเดินทางเพื่อรู้จักโลกตัวเอง: บทนี้กล่าวถึงการสำรวจโลก ชาติที่สำรวจโลกเป็นชาติแรกๆ คือ จักรวรรดิ์สมัยต้าหมิงของจีน ก่อนยุค The age of Discovery ของยุโรปเสียอีก ความก้าวหน้านี้ทำให้เรารู้ว่า โลกกลมอย่างสมบูรณ์, แผนที่สมจริงมากขึ้น, เวลาแต่ละซีกโลกไม่เหมือนกัน, รู้วิธีแบ่งพื้นที่โลกเป็นสี่เหลี่ยมและเกิดแรงผลักดันให้คนรุ่นหลังสำรวจโลกอย่างไม่รู้จบ

3. SCIENTIFIC REVOLUTION ยุคแห่งการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์: บทนี้กล่าวถึงยุคที่ตื่นรู้ทางปัญญาเกิดนักวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น กาลิเลโอ กาลิเลอี, ไอแซก นิวตัน, อริสโตเติล บทนี้ทำให้เรารู้ว่า โลกเราไม่ใช่ศูนย์กลาง แต่โลกเราหมุนรอบดวงอาทิตย์

4. AGE OF ENLIGHTENMENT ยุคเรืองปัญญา: บทนี้กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญๆของ กษัตริย์ การเมืองการปกครองและการแผ่ขยายอาณานิคม ของมหาอำนาจ เช่น อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อเมริกา ฯลฯ และมีภาพหนึ่งชื่อว่า “เดอะแบก” มันบ่งบอกว่า ภาพนี้เขียนตั้งแต่ปี 1798 มาถึงตอนนี้ก็ 226 ปี ทุกอย่างในโลกมีการเปลี่ยนแปลง แต่มนุษย์เรานี่แหละที่ไม่เคยเปลี่ยน!!

5. INDUSTRIAL REVOLUTION การปฏิวัติอุตสาหกรรม: บทนี้กล่าวถึงวิวัฒนาการอุตสาหกรรมในโลกนี้ตั้งแต่ปี 1750-1909 โดยอธิบายในมิติ 3 ด้าน คือ ด้านสิ่งแวดล้อม, โครงสร้างสังคมและภูมิรัฐศาสตร์

6. THE FALL OF THE EMPIRE จีนถดถอย ญี่ปุ่นทะเยอทะยาน: บทนี้เน้นกล่าวถึงประเทศจีนและญี่ปุ่น จีนเป็นผู้แพ้สงครามและถูกผู้ชนะให้ทำสนธิสัญญาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบฉบับแล้วฉบับเล่า ส่วนญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจที่ตัวเล็กที่สุดในโลกสามารถเอาชนะรัสเซียได้ปี 1905 แต่อำนาจย่อมหมดลง ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นโดนนิวเคลียร์ 2 ลูก คือ Little boy กับ Fat man ไป จนสุดท้ายจักรพรรดิฮิโรฮิโตะประกาศยอมแพ้ในวันที่ 15 ส.ค. 1945

7. THE GREATEST LOSS OF OTTOMAN จากเกรียงไกรสู่ล่มสลาย: บทนี้ได้กล่าวถึงจักรวรรดิมีครอบอำนาจมายาวนานถึง 600 ปี คือ จักรวรรดิออตโตมันซึ่งกินพื้นที่บางส่วนของ 3 ทวีป คือ เอเชีย,ยุโรปและแอฟริกา แต่จักรวรรดิออตโตมันพัฒนาความก้าวหน้าในวิทยาการใหม่ๆช้ากว่าทางยุโรป และโดนเล่ห์เหลี่ยทางการเมืองของมหาอำนาจอย่างอังกฤษและฝรั่งเศสจนจักรวรรดิจะล่มสลาย แต่มีบิดาแห่งเติร์ก นามว่า มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ต่อสู้เพื่ออิสรภาพขับไล่ชาติยุโรปตะวันตกที่ฉวยโอกาส และกำเนิดรัฐแห่งชาวเติร์กก็คือ ประเทศตุรกี ในปัจจุบัน

8. NEW WORLD ORDER ระเบียบโลกใหม่: การจัดระเบียบโลกใหม่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีสิ่งสำคัญที่อุบัติขึ้น คือ การปลดปล่อยประเทศอาณานิคม(Decolonization), สงครามเย็น, องค์การสหประชาชาติ, องค์กรทางการเงินระหว่างประเทศและการจัดการสกุลเงินระหว่างประเทศ, สงคราวนิวเคลียร์, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, กิจการอวกาศ, อุตสาหกรรมยานยนต์และระบบสวัสดิการแห่งรัฐ

ผมขอสรุปสั้นๆเท่านี้ เนื้อหาในเล่มยังมีอีกเยอะ อ่านสนุก ลองไปหาอ่านกันดู อุดหนุนเฮียวิทย์ครับ🙂....เราจะใช้ชีวิตในปัจุบันได้ดี ต้องวางแผน วางเป้าหมายไปในอนาคต แต่อย่าลืมที่จะเรียนรู้จากอดีต(ประวัติศาสตร์) เพื่อเอามาเป็นประสบการณ์ชีวิตหรือไม่ให้เดินทางผิดซ้ำ ผมว่าเอาปรับมาใช้ในชีวิตเราได้เลยนะครับ😁….ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️

ป้ายยามาแบบนี้ เราก็ไม่รอดน่ะสิ

หลังจากดู No More Bet ในวันนั้น ยังคงติดหนึบกับการเสพอะไรแบบนี้

https://youtu.be/s7g7L2YpxoM?si=ppWQDUbEKV25VMA6

#Siamstr