Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

โอซาก้าตอนนี้เร็วกว่าไทยอยู่ 2 ชม. เป็นเวลา 8:03 น. ตัวเลขที่แตกต่างกันนี้ใช้อธิบายระบบของคืนและวัน ความจริงคือที่นี่แค่ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วกว่าไทย นั่นไม่ได้แปลว่าผมกำลังอยู่ในอนาคตของพวกคุณ

บล็อคยังคงดำเนินไป 833,800

GM from OSAKA #Siamstr

## บิตคอยน์กับศาสนาอับราฮัม (คริสต์)

**เหมือนจะมีคนเคยเขียนของพุทธไปแล้ว ผมเลยลองเขียนของศาสนาอื่นดูบ้าง**

คิดเล่น ๆ ว่าถ้าศาสนาของอับราฮัม สำหรับคนที่จะเข้ามารับและนับถือศาสนานี้จะต้องเป็นคนที่ทำพันธสัญญากับพระเจ้าของอับราฮัม จะต้องเข้ารับการสุหนัต และจะต้องเป็นคนที่เข้ามาอยู่ร่วมกันภายในเต็นท์ของอับราฮัม หรือสืบเชื้อสายโดยตรงทางสายเลือดเท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนของพระเจ้า

ศาสนาคริสต์ ที่การมาของพระเยซูเจ้าคือการมาทำในสิ่งที่เขียนเอาไว้ตามพระคำภีร์ในพันธสัญญาเดิมให้เป็นจริง เพื่อช่วยไถ่ให้มนุษย์ที่ไม่ได้มีเชื้อสายของอับราฮัม และไม่ได้เป็นชนชาติของอิสราเอลให้รอดด้วยพระคุณของพระเยซูเจ้า

บิตคอยน์ก็เหมือนกับศาสนาของอับราฮัม และเทคโนโลยีเลเยอร์สองอย่างไลท์นิ่งก็เปรียบเหมือนกับศาสนาคริสต์

ครั้งหนึ่งพระเจ้าได้เลือกชนชาติที่พระองค์พอพระทัย พระองค์ไม่ต้องการผู้คนในจำนวนมาก แต่ขอให้เป็นผู้ที่ชอบธรรม ท่ามกลางอารยธรรมเมโสโปเตเมียที่ผู้คนต่างกราบไหว้รูปปั้นดินเผา บูชารูปเคารพต่าง ๆ และนับถือพระเจ้าหลายองค์

“พระยาห์เวห์” พระเจ้าเพียงผู้เดียวที่สะอิดสะเอียนกับการบูชาสิ่งที่ไร้ประโยชน์ของเหล่ามนุษย์ ได้เลือกสรรอับราฮัมผู้ที่ละทิ้งกิจการของครอบครัวที่เป็นช่างปั้นรูปเคารพและค้าขายรูปเคารพของเทพองค์อื่น ๆ พระองค์ได้นำพาให้เขาได้เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา (คานาอัน) เรื่องราวก่อนการสร้างชนชาติอิสราเอล และพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของ อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ พระพรของพระองค์ทรงดำรงอยู่กับเชื้อสายของอับราฮัม ตลอดจนถึง ดาวิด โซโลมอน และบรรดาลูกหลานชนชาติของอิสราเอลทั้งหลาย

ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ทางรอดและพระพรเป็นของวงศ์วานของอับราฮัมเท่านั้น

สิ่งหนึ่งคิดว่าเหมือนกันกับบิตคอยน์ก็เพราะว่า ในช่วงแรกเริ่มที่บิตคอยน์ได้ถือกำเนิดขึ้น ผู้คนที่เข้ามาให้การยอมรับบิตคอยน์นั้นมีจำนวนไม่มาก ท่ามกลางผู้คนทั้งหลายบนโลกที่กำลังบูชาค่าเงินสกุลต่าง ๆ ที่มีอยู่หลายสกุล ราวกับว่าเงินตราเหล่านั้นเป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้ มนุษย์ทุก ๆ คนต่างถวายบูชาแก่เงินตราทั้งหลาย ด้วยแรงกายและวันเวลา แลกไปกับเงินตราจอมปลอมที่ไม่เคยให้ประโยชน์แท้จริงใด ๆ กับผู้ที่ให้การยอมรับมัน

บิตคอยน์เป็นเงินเพียงสกุลเดียวที่ทุก ๆ กระบวนการเป็นไปตามกฎแห่งธรรมชาติ ตรรกะทางคณิตศาสตร์ การเข้ารหัสทางคอมพิวเตอร์ หน่วยวัดที่แน่นอน และจะไม่มีผู้ใดที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ที่ถูกออกแบบเอาไว้แล้วได้ เปรียบเสมือนพระพรที่พระเจ้ามอบให้กับมนุษย์เพื่อเป็นทางรอด ผ่านทางซาโตชิ

ในทางศาสนาแล้วคำว่ารอด หมายถึงการรอดจากความบาปและการลงทัณฑ์

ในทางการเงินแล้วคำว่ารอด หมายถึงการรอดจากวิกฤติการเงินและการล่มสลายของอารยธรรม

ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะเลือกสรรชนชาติอิสราเอล แต่ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ พวกเขาที่เป็นผู้ถูกเลือกต่างทรยศต่อพระเจ้าของพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทุก ๆ ครั้งที่พวกเขาอยู่ดีมีสุข พวกเขาก็จะเริ่มหลงลืมพระเจ้าของพวก เหมือน ๆ กันกับพวกที่ถือบิตคอยน์เอาไว้ และขายมันออกไปในทุกครั้งที่มันราคาขึ้นจากจุดที่เข้าซื้อเพื่อผลของกำไร พวกเราต่างรู้กันอยู่แล้วว่าบิตคอยน์มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นเงิน ไม่ใช่สินทรัพย์สำหรับการเก็งกำไร แต่ไม่มีใครสักคนที่ใช้มันเป็นเงิน

เมื่อเป็นแบบนั้นทุก ๆ ครั้งที่พวกเขาทรยศต่อพระเจ้า พระเจ้าก็จะลงโทษพวกเขา ด้วยการขับไล่ให้พวกเขาต้องตกไปเป็นทาสของชนชาติอื่น อียิปต์ บาบิโลน โรมัน และหลังจากนั้นในทุก ๆ ครั้งพระเจ้าจะให้อภัยพวกเขา และไถ่พวกเขาให้เป็นไท ให้พวกเขาได้กลับคืนสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา เหมือน ๆ กันกับที่ราคาของบิตคอยน์จะถล่มทลายจากแรงเทขายเมื่อจบวัฏจักร ที่จะมีผู้คนมากมายจะต้องทุกข์ทรมานจากผลของการขาดทุน และทุก ๆ ครั้งมันจะกลับขึ้นมา และให้รางวัลเป็นความมั่งคั่งให้กับผู้ที่ยังคงถือครองมันตลอดมา

กลุ่มผู้ใช้งานบิตคอยน์จริง ๆ นั้นมีจำนวนที่ไม่เยอะ ไม่ต่างกับผู้ที่นับถือศาสนาอับราฮัมที่รับเฉพาะผู้ที่เป็นเชื้อสาย และเป็นไปไม่ได้เลยที่ระบบของบิตคอยน์เองจะขยายฐานผู้ที่จะใช้งานมันได้ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น จากความซับซ้อนในการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับมัน ให้พวกเขาได้ค้นพบทางรอดจากระบบการเงินที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และในทางรอดจากพระเจ้าของอับราฮัมที่เดิมทีนั้นมีอยู่เฉพาะคนกลุ่มเดียว จึงเป็นไปได้ยากที่จะแพร่กระจายไปสู่คนทั้งโลก

การมาของพระเยซูเจ้า เป็นไปตามคำทำนายถึงพระผู้ไถ่ที่ถูกเขียนไว้ในพระคำภีร์เดิม หลังจากที่พระองค์มีพระชนม์ชีพได้สามสิบปี พระองค์ก็เริ่มออกเผยแผ่หลักธรรมของพระองค์ และย้ำเตือนกับชาวอิสราเอลทั้งหลายถึงพันธสัญญาและสอนเกี่ยวกับบัญญัติต่าง ๆ ”เรามาเพื่อตามหาแกะหลง ของวงศ์วานแห่งอิสราเอล“ การทรงงานของพระองค์เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพ เป็นการตามหาอิสราเอลที่ยังคงเป็นผู้ที่ชอบธรรม และเปลี่ยนผู้ที่มีจิตใจที่ไม่ชอบธรรมให้พวกเขาได้กลับตัวกลับใจใหม่

ตามคำทำนาย ในช่วงเวลาก่อนการถูกตรึงกางเขน จะเป็นเวลาของการนับจำนวนประชากรอิสราเอลว่ามีผู้ใดที่ยังคงรักษาพันธสัญญาของพระเจ้าเอาไว้ได้บ้าง ซึ่งถ้าหากไม่ครบจำนวน หลังจากที่พระเยซูเจ้าถูกตรึงกางเขนแล้ว จะเป็นการเปิดโอกาสให้ชนชาติอื่น ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่อิสราเอลจะสามารถเข้ามารับความรอดได้จากพระคุณของพระเยซูเจ้า “เจ้าจะเข้ามา ผ่านทางการทาบกิ่ง” อิสราเอลที่เป็นต้นมะกอกแห่งทางรอด เป็นเชื้อสายที่พระเจ้าได้เลือกสรร แต่กิ่งก้านของต้นที่ไม่ได้ให้ดอกผลที่ดีย่อมถูกหักออก เปิดโอกาสให้กิ่งของมะกอกป่าสามารถมาทาบกิ่งกับลำต้นได้

หลังจากที่พระองค์ถูกตรึง และได้สละชีวิตของการเป็นบุตรมนุษย์เพื่อการไถ่บาป สิ่งนี้จึงกลายเป็นเวลาของชาวต่างชาติ ที่จะสามารถได้รับทางรอดโดยผ่านทางพระคุณของพระเยซูเจ้า จากการเข้ามาทาบกิ่งและเป็นหนึ่งในวงศ์วานของอับราฮัมทางฝ่ายวิญญาณ เพียงการรับเชื่อในพระคุณของพระคริสต์

บิตคอยน์เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง การที่จะขยายฐานผู้ใช้งานจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งที่ง่ายต่อการใช้งาน และเลเยอร์ที่สองอย่างไลท์นิ่งก็ตอบโจทย์

หลังจากการมาของไลท์นิ่ง ระบบที่เป็นเพย์เมนต์ซิสเท็ม การช่วยให้สามารถนำบิตคอยน์มาใช้ในการซื้อขายสินค้าประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น จะขยายฐานผู้ใช้งานบิตคอยน์ให้เพิ่มมากขึ้นได้

ในเวลานี้ถึงแม้ว่าไลท์นิ่งจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เหมือนกับว่าเป็นช่วงเวลาที่พระคริสต์ยังคงไม่ถูกตรึง นี่จึงยังคงเป็นเวลาของเหล่าแกะหลง ผู้ที่ยังคงมัวเมาไปกับผลของกำไร จากการเข้ามาถึงครองเพียงเพื่อการหวังผลของการเก็งกำไรให้กลับใจมองบิตคอยน์ในมุมมองใหม่ เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาวที่จะเป็นทางรอดของตนเองในโลกของการเงิน ว่ามันจะเป็นเงินที่จะถูกใช้ในภายภาคหน้า

การถือครองบิตคอยน์เอาไว้ ก็เหมือนกับการรักษาบัญญัติของพระเจ้า รางวัลที่จะได้รับยิ่ง

ใหญ่เกินกว่าสิ่งดีสิ่งใดในโลกนี้จะให้ได้ เมื่อเราคือผู้ที่อยู่ในวงศ์วานแห่งความรอดแล้ว ก็จงอย่าเป็นกิ่งที่จะดูหักทิ้งเพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาที่หลังได้เอากิ่งของเขาเข้ามาทาบกับลำต้นแทนตัวเราเลย

ในวันที่ไลท์นิ่งเสร็จสมบูรณ์ ในวันที่ไม่เหลือบิตคอยน์ที่มีจำนวนเพียงพอให้ซื้อขายกันได้ในกระดานเทรดอีกต่อไป ในวันที่บิตคอยน์กลายเป็นเพียงแค่เงินในระบบเพียงหนึ่งเดียว คุณอยากจะเป็นกิ่งที่ติดอยู่กับลำต้น หรือจะเป็นกิ่งที่ถูกหักทิ้งขว้างออกไปภายนอก

ในวันที่บิตคอยน์เป็นเงินที่ทั้งโลกยอมรับ ในวันที่มูลค่าของมันไม่เหลือตัวแปรที่จะทำให้เรามองเห็นถึงความผันผวน นั่นจะเป็นเวลาของรางวัลแห่งชีวิตในโลกของการเงินที่จะให้รางวัลตอบแทนกับผู้ที่มีความมั่นคงภายในจิตใจ ในการรักษาบิตคอยน์ที่พวกเขามีมาจากยุคของการเริ่มต้น

ในวันที่ผู้คนจะออกไปทำงานเพื่อให้มีบิตคอยน์มาใช้จ่ายในชีวิต ผู้ที่เก็บรักษาบิตคอยน์เอาไว้จะสุขสบาย และเขาจะเป็นนายของผู้ที่ไม่มีมัน

ขอสันติสุขจงมีแด่ทาน

ชาโลม

#Siamstr #SiamstrOG

Replying to Avatar Stellar ✨🪐

GM ทุกท่านชาวไทยด้วยนะครับ ขอให้เป็นวันที่ดีกันถ้วนหน้า

หลังๆมานี้คิดอยู่เรื่องหนึ่งวนไปมานั่นคือ เรื่อง "ความพอ" มันเป็นเรื่องที่ subjective มาก และ แตกต่างไปในแต่ละคน ความโลภ

ความอยากได้ ความปลงมันต่างกัน

ยิ่งราคาขึ้นเรายิ่งกลับมาคิดกับตัวเองว่า Bitcoin ที่มีมันพอหรือยังไวะ

เท่าไหร่มันถึงจะพอ เท่าไหร่เราถึงจะโอเคกับมัน ความโลภต่างๆเข้ามาวุ่นวายจนหาความพอไม่เจอสักที

จนสุดท้ายคิดไปมามันก็จบที่ว่าเอาจริงเท่าที่มีอยู่มันก็พอแล้วนะ อาจจะถึงขั้นเหลือกินเหลือใช้เลยก็ว่าได้

ถ้าอนาคตมัน outperform พวก currency ต่างๆไปจนถึงขั้น adoption ได้ ที่มีอยู่มันก็คงจะพอแล้วจริงๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเก็บเพิ่มไปเรื่อยๆอยู่ดี

ลองนึกสภาพถ้าข้าวของระดับราคา 1-20 sats เหมือนกับ USD ตอนนี้ หรืออาจะมีราคาน้อยกว่านั้น การที่เรามี 1,000,000 sats หรือ 100,000,000 sats สำหรับเพื่อนๆคิดว่าพอแล้วหรือยัง

อยากลองฟังความคิดเห็นทุกคนครับ ✨

#siamstr

ผมชอบคิดแบบนี้นะครับว่า

10 ล้าน Sats (0.1 BTC) น้อยไปมั้ยถ้าหากว่าอาหารจะตกมื้อละ 1,000 Sats (คิดในมูลค่าปัจจุบันตกมื้อละ 22 บาท หรือ 6 เซนต์)

ยิ่งถ้าบิตคอยน์มันราคาขึ้น ขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าอาหาร 1 มื้อมันเหลือแค่ 100 Sats ล่ะ? 10 ล้าน Sats (0.1 BTC) มันยังคงน้อยไปอยู่อีกมั้ยสำหรับการมีชีวิตรอด :)

แต่ถ้าเป้าหมายมองไปถึงการมีคฤหาสน์ มีรถซุปเปอร์คาร์ มีเมียสัก 10 คน อันนี้ต่อให้มีบิตคอยน์เท่าไหร่ก็ไม่พอหรอกครับ 555

อ้าว... เจอเพื่อน 555 ของผมโดนไป 1,264 บาท

ยังจำกลิ่นคาวเลือดของวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2021 ได้อยู่เลย :) มันเป็นวันที่ทุก ๆ คน panic selling ช่องคริปโตยูทูปทุก ๆ ช่องต่างออกมาไลฟ์สดเฉพาะกิจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราคาที่รูดภายในวันเดียว -30% กูรูทั้งหลายต่างบอกกันว่ามันอาจจะไม่กลับขึ้นไปอีก มันจบแล้วสำหรับ bull run ในครั้งนี้

มันเป็น black swan แรกในชีวิตของการเริ่มลงทุน หลังจากที่เริ่มต้นเข้าซื้อมันในทุก ๆ ราคาจนไปหยุดการซื้อที่ 59.3K ในเดือนเมษายน 2021 จำได้เลยว่าในวันพุธนั้นมันเป็นวันที่ตลาดนั้นเลือดสาด ในหัวคิดพลางว่าทำไม่ถึงไม่ขายออกไปในตอนที่มันยังกำไร ตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เงินที่ลงไปกับมัน มูลค่าค่อย ๆ หายไปอย่างสิ้นหวัง มันเป็นวันเดียวกันกับที่ภายใน กทม. นั้น ฝนได้ถล่มตกลงมาอย่างหนัก ต้องยืนรอให้ฝนหยุดตกหลังเลิกงานที่หน้าออฟฟิศที่มีท่าที่ว่าจะต้องลุยฝนเพื่อไปขึ้นรถ ตาพลางดูกราฟที่ดิ่งหัวปักลงดิน น้ำที่ท่วมขึ้นมาจนมิดฟุตพาทจากฝนที่ถล่มลงมา มันเป็นวันที่จะต้องโหนรถเมล์ด้วยตัวที่เปียกโชกกลับบ้าน มือข้างหนึ่งโหนราวจับ อีกข้างที่ถือมือถือ สายตาที่จ้องดูที่แอพ Trading View เพื่อดูในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาด แอร์ของรถเมล์บวกกับตัวที่เปียกโชกสั่นสะท้านกับความหนาวเย็นที่ภายในนั้นร้อนระอุ

”พ่อมึงไม่ใช่เจ้าของตลาด“ คำพูดของพี่นิคลอยเข้ามาในหัวเพื่อย้ำเตือนสติที่กำลังหลุดลอย ใช่.. ไม่มีใครที่เป็นเจ้าของตลาด แม้แต่กูรูหน้าไหนที่เคยอวดดีแจกกาวคนอื่น ๆ ไปทั่วในเวลานี้ก็คงนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่ต่างอะไรกับเด็กสามขวบที่พ่อแม่ไม่ยอมตามใจ ไม่มีใครที่จะหยุดการถล่มของราคาในครั้งนี้ได้ ในเมื่อเราเข้าซื้อมันไปแล้ว หนทางเดียวที่เราทำได้ในเวลานั้นคือความเชื่อมั่น ใช่.. การตัดสิ่นใจในการเข้าซื้อบิตคอยน์ของเราตามเป้าหมายแรกมันคือการถือระยะยาว ยาวที่หมายถึงตลอดไปจนกว่าที่จะได้เอามันมาใช้ในการเป็นเงิน ความทรงจำในครั้งแรกเริ่มของการตัดสินใจที่จะมีบิตคอยน์ค่อย ๆ กลับมาย้ำเตือนอีกครั้ง

ใช่.. เราไม่ได้ถือบิตคอยน์เพื่อที่จะทำกำไรเป็นเฟียต เราถือบิตคอยน์เพราะความจังไรของรัฐที่ฉ่อฉล ใช่.. เราอยากเอาเงินน้ำพักน้ำแรงที่ได้อาบเหงื่อต่างน้ำออกมาจากเงื้อมือของรัฐ ใช่.. เราต้องการที่จะเปลี่ยนชีวิตของเรา ในวันที่เราอับจนหนทางจากการที่เราเคยเสาะแสวงหาว่าสิ่งดีสิ่งใดที่จะทำให้เราไม่ต้องขายเวลาในชีวิตของตัวเราเองให้กับคนอื่นกินไปทั้งชีวิต ใช่.. บิตคอยน์จะไม่มีเพดาน ในเมื่อรัฐไม่อาจจะหยุดตัวเองจากการพิมพ์เงินออกมาได้ ใช่.. ในวันที่สังคมต่างก้มหน้า เราคือผู้ที่แสวงหาสิ่งที่จะไปได้ไกลกว่าขนบธรรมเนียมทางสังคมของการนิยมเพียงโลกของวัตถุ ในเมื่อเป้าหมายของเราตั้งแต่แรกมันไม่ใช่ผลของกำไร มันจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้เราจะต้องมาคอยเป็นห่วง

“บิตคอยน์จะทำในสิ่งที่มึงทำให้กับตัวเองไม่ได้”

ราคาเป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดของผู้คนที่กำลังมีความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกัน มันก็เป็นของมันไปแบบนั้น เราที่เป็นเพียงผู้หนึ่งซึ่งจะต้องปล่อยมันให้เป็นไป เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราจะสามารถทำได้ในเมื่อเรามีคำตอบให้กับตัวของเราเองแล้ว เราก็แค่ต้องนำพาอารมณ์ของเราให้ออกมายืนอยู่เหนือตลาดให้ได้

ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะมีคำตอบให้กับตัวเอง ในวันที่ใครหลาย ๆ คนต่างเสาะแสวงหาการการันตีจากผู้อื่น ข้าพเจ้าเพียงแค่ย้อนลำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น เพียงเพื่อเป็นประสบการณ์ที่อาจจะใช้ในการเตือนสติของใครหลาย ๆ คน ที่อาจจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์คาวเลือดของตลาดในสักวันหนึ่ง วันที่ทุก ๆ คนต่างคิดไปในทางเดียวกันว่าราคาของบิตคอยน์จะถึงที่หมายที่ได้วาดฝันกันเอาไว้ แต่มันกลับไม่เป็นไปตามนั้น

“พ่อมึงไม่ใช่เจ้าของตลาด” :)

#Siamstr #SiamstrOG

🤣

DCA นี่เป็นอะไรที่ได้ผลดีในระยะยาวมาก ๆ เลยครับ จากที่เข้าตอนเกือบ ๆ ATH ก่อนที่ราคาจะถล่ม แล้วพยายามเก็บมาเรื่อย ๆ ค่าเฉลี่ยมันจะค่อย ๆ ถูกกดลงมาเอง

แต่จะด้วยเทคนิคไหนก็ตาม เราต่างมีบิตคอยน์เป็นของตัวเองไปแล้วจะมากจะน้อยก็ตาม และนั้นคือประเด็น :)