นึกว่าหาเจอแล้ว ยังไม่เจออีกหรอครับ
ไข่จ๋า ได้ยินไหมว่าเสียงใคร...
โอ้ว ผมลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยครับพี่ตี๋ 🙏🏼
พอเห็นอันนี้แล้วลองไปหาดู เล่มของ Mastering Bitcoin เหมือนจะยังไม่มีนะครับ
แต่มีอันนี้ของ Blockchain Review แปลเอาไว้ครับ https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/mastering-bitcoin-transaltion/

มีแปลไทยเล่มนี้ด้วยแห๊ะ.. ว่าแต่ Mastering : Bitcoin มีแปลไทยมั้ยนะ? #Siamstr นาน ๆ ที่อัลกอฯคุณซัคจะมีประโยชน์เอาสิ่งดี ๆ มาแสดงให้เห็น
มันเป็นข้ออ้างของพวกที่ไม่ต้องการจะตื่นนะสิ การไม่มีนาฬิกาปลุกมันเลยเอาไว้ใช้อ้างกับตัวเองเพื่อที่จะหลับต่อไป
อ่อแล้วอย่าได้ไปเรียกให้เขาตื่นนะ เดี๋ยวเขาจะโกรธ
nostr:npub1p2c9e3c9r7y3cjwhv4f4g6s574r2xkvnvrkhp3lg3vudxl3mpu6s520r2c ขออนุญาตป้ายยา Minecraft อีกเสียงครับ สำหรับพี่ที่ชอบการประดิษฐ์ ชอบงานฝีมือ หรือพวกกลไกล logic ต่าง ๆ ผมแนะนำเลยครับ มันทำได้ตั้งแต่เล่นค่าเวลาในโหมดเอาตัวรอด (หาอาหาร ทำเครื่องมือ สร้างที่หลบภัย) และมีโหมด Sandbox ที่เราจะสร้างอะไรก็ได้ในเกมตามใจชอบครับ
ในเกมมันมีไอเทมบล็อกต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ตั้งแต่บล็อกไม้ธรรมดา ๆ ไปจนถึงกลไกลอย่างบล็อกลูกสูบที่จะทำงานตามการกำหนดสวิตช์ปิด-เปิด หรือแม้แต่สามารถสร้างวงจร logic (จำลองวงจรอิเล็กทรอนิกส์) อย่างการสร้างพวก logic gate ต่าง ๆ NOT-Gate, AND-Gate, OR-Gate, NAND-Gate, etc. ได้อีกด้วย
**อยากจะบอกว่ามีคนที่จำลองคอมพิวเตอร์ใส่ไว้ในเกม Minecraft จากการต่อบล็อกต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเกมด้วยนะครับ ;) ลองเสิร์ชหาใน Youtube มีเจ๋ง ๆ เพียบเลยครับ
อันนี้ของผมเองลองทำปืนใหญ่กลไกลบรรจุกระสุนแบบกึ่งออโต้ สนุกดีครับ ซื้อราคาเต็มยังคุ้มค่าเลย 👍🏻👍🏻👍🏻
ไม่เป็นไรนะครับ เอาจริง ๆ ตอนนี้ผมหันไปใช้ Nostrudel เป็นหลักเพราะแบบนี้เลย :)
เดี๋ยวนี้ไม่มีพัก เบรคเช้า เบรคบ่าย แล้วหรอครับเนี่ย โหดเกิ๊น 😨
สวัสดีครับ Hipknox ครับ (จะอ่านว่า ฮิป-น๊อก, ฮิปน็อกซ์, ฮิป-คน๊อก ก็แล้วแต่เลยครับ) มาใหม่เหมือนเพื่อน ๆ เลยครับ แต่ผมมาใหม่เมื่อปีที่แล้วฝากตัวฝากเนื้อไปย่างสเต็กด้วยนะครับ ขอแบบมีเดียมแรร์... 😋
ปกติแล้วชอบ notes อะไรเรื่อยเปื่อยครับ เรื่องทั่วไป สุขภาพ ศาสนา วิทยาศาสตร์ บิตคอยน์ เกม ดนตรี แล้วก็วนไปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ช่วงแล้วแต่อารมณ์ครับ
ยินดีที่ได้พบกันครับ :)
สุขสันต์วันเกิด สมปรารถนาดั่งหวั่ง ห่างไกลโรคภัย มีความสุขในทุก ๆ วันนะครับ ❤️
“อสังหาฯ เป็นแค่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่งให้กับคนกลุ่มน้อยที่ได้มาในราคาถูก ราคาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากเงินในระบบที่เพิ่มขึ้นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีดีมานด์เพราะคนทั้วไปซื้อสดไม่ได้ต้องกู้มาซื้อเท่านั้น
อสังหาฯ ไม่ได้ให้คุณค่าใดกับใคร เพราะว่าคนกลุ่มน้อยที่ได้มาในราคาถูกตอนนี้ exit ไม่ได้เพราะว่าตลาดไม่มี liquidity มากพอจะให้ exit พวกนี้ดูเหมือนว่ากำลังร่ำรวยจากราคาที่เพิ่มขึ้น แต่จริง ๆ แล้วรวยทิพย์เพราะว่ามีแต่ตัวเลขกำไรในพอร์ตจากราคาที่ขายไม่ออก เพราะไม่มีใครที่โง่อยากซื้อต่อ มีแต่คนที่กำเงินรอให้ตลาดมันพังจะได้ค่อยช้อนของถูก ๆ จากพวกที่เข้าไปก่อนแล้วชอบถือไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรกับมัน”
ให้เขียนแบบที่ ดร. เขียนให้กับบิตคอยน์ผมก็เขียนได้ครับ แต่ผมอยากทำแบบนั้นเพราะคนที่อ่านจะไม่ได้ประโยชน์อะไร
บิตคอยน์มันเป็นเงิน มันเกิดมาเพื่อที่จะเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน เพียงแค่ในตอนนี้มันยังอยู่ในเฟสของการเป็นสินทรัพย์ที่เก็งกำไรได้จากความผันผวนของมัน เนื่องจากในตอนนี้สิ่งที่มันกำลังทำคือการค่อย ๆ สูบมูลค่าจากสินทรัพย์ที่กำลังโกหกและหลอกสายตาของผู้คนว่ามีมูลค่าสูงมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วสินทรัพย์เหล่านั้นเพียงแค่ได้ผลประโยชน์จากเงินที่กำลังเสื่อมมูลค่าเพียงเท่านั้น
ในวันหนึ่งบิตคอยน์จะมีมูลค่าที่นิ่ง ไม่ผันผวน และไม่สามารถถือครองไว้เพื่อการเก็งกำไรได้อีก ในวันที่มนุษย์กว่า 20% ในโลกเริ่มนำมันมาตั้งเป็นหน่วยวัดมูลค่า เป็นคู่เทียบราคาของสินค้าต่าง ๆ คนที่ถือมันมาก่อนจะไม่เก็บมันไว้เฉย ๆ อีกต่อไป และจะนำมันออกมาใช้เพื่อชีวิตของพวกดั่งคำกล่าวที่ว่า “คนรวยที่ไม่ยอมใช้เงิน พวกเขาก็ไม่ต่างจากคนจน” บิตคอยน์ในวันหนึ่งมันจะทำหน้าที่ตามที่มันได้ถูกออกแบบไว้ และอสังหาฯ ก็จะถูกใช้งานในหน้าที่ของมันตามที่มันได้ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรก ใช้ตรงกับวัตถุประสงค์ของมัน ไม่ใช่ใช้เพื่อการนำมาถือครองไว้เฉย ๆ โดยไม่ทำประโยชน์อะไร เพียงเพื่อแค่ให้มีปริมาณเงินเฟียตเพิ่มมากขึ้นให้กับผู้ที่ถือครอง
ไม่มีอะไร.. ลอง role-play เป็นแบบ ดร. ที่ชอบโจมตีสิ่งที่อยู่ตรงข้ามดูบ้าง, ชอบพูดแต่ข้อเสีย ใส่ร้ายให้สับสน สอนคนอื่นทุกอย่างให้ระวัง แต่ว่าไม่เคยเลยที่จะชี้ให้เห็นทางออกหรือการแก้ไข
#Siamstr
ขอบคุณสำหรับแหล่งข้อมูลให้ไปศึกษาต่อนะครับ เยี่ยมเลย :)
ยากมากครับ เพราะว่าคำสอนในสมัยนั้นเป็นการบอกต่อ ๆ กันแบบปากต่อปาก เพิ่งจะเริ่มมีการบันทึกเป็นตัวอักษรก็ตอนที่มีการสังคายนาครั้งที่ 4 เข้าไปแล้ว โดยการเขียนในใบลาน (ที่ศรีลังกา) และกว่าจะมาเป็นภาษาไทยให้เราได้อ่าน ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ได้ว่าตัวของภาษาที่ถูกแปลมาว่าไม่ได้มีการบิดเบือนจากสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ตั้งแต่แรก และยิ่งยากขึ้นเพราะว่าในยุคนั้นมันไม่มีคนที่เขียนเรื่องราวที่อยู่ร่วมสมัยของพระพุทธเจ้าเอาไว้เลย แม้แต่หลักฐานทางโบราณคดียังหายากเลย
ถ้าเทียบกับศาสนาในกลุ่มอับราฮัม ยูดาห์ คริสต์ อิสลาม อันนี้ยังมีการจดบันทึกในมุมมองอื่น ๆ ของคนที่อยู่ร่วมสมัย เป็นชนชาติอื่น และมีบันทึกในหลากหลายภาษาที่เขียนเรื่องราวต่าง ๆ ไว้อย่างใกล้เคียงกัน มันยังสามารถเอามาเป็น reference ในการ verify ได้บ้างว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นจริง
ถ้าเราจะ verify ว่าบุดด้าพูดเอาไว้แบบนั้น แบบในพระไตรปิฏกจริงมั้ย ถ้าหากว่าหา reference ที่เขียนไว้ในยุคนั้นให้เทียบเคียงได้ก็คง verify ได้ หรือไม่ก็ต้องกลายไปเป็นบุดด้าด้วยตัวเอง ไม่ก็ไม่ต้องไป verify มันหรอก ถ้ามันมีประโยชน์จะเอามาใช้ในการทำบางอย่าง หรือว่ามันมีประโยชน์กับชีวิต เราก็แค่ verify ว่ามันให้ประโยชน์กับชีวิตของเราหรือไม่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ประมาณนั้นครับ :)
EP.54 นี้สุดจัด #Siamstr #SalmonPodcast #MythUniverse
https://youtu.be/fK7TMJ0Srpg?si=CD9jmmuYYUvGgB6X
น่าทึ่งมาก ๆ ที่คนในยุคนั้นหาคำตอบของสิ่งที่เล็กลงไปในระดับของอะตอม (ปรมาณู) จากการอธิบายเทียบกับสิ่งของต่าง ๆ ที่มีอยู่ในยุคสมัยนั้น
พระพุทธเจ้าอธิบายว่าในหูของเรามี “จักขุประสาท” หรือประสาทหูที่เราใช้รับรู้ถึงเสียงโดยที่ท่านบอกว่า “ตั้งอยู่ในประเทศที่มีสันฐานเป็นวงแหวน“ ซึ่งในสมัยปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า ”กระดูก้นหอย“ ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ พระพุทธเจ้ายังอธิบายต่อไปอีกว่า “ภายในมีขนแดงเส้นละเอียดอยู่ภายใน” ซึ่งในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “เซลล์ขน“ (Hair Cells) **ผมจะแปะอนิเมชั่นการทำงานของหูให้ข้างล่าง เห็นแล้วผมรู้สึกขนลุกจริง ๆ**
และถึงแม้ว่าในปัจจุบันวิทยาการของเราจะก้าวหน้าอย่างมาก กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนกำลังขยายสูงบอกกับเราว่าในร่างกายของเรามีสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่จริง ๆ และตรงตามที่มีเขียนไว้ในตำราทางศาสนา คำถามตัวโต ๆ เลยก็คือ พระพุทธเจ้าใช้วิธีไหนในการที่จะทำให้รู้ว่ามีสิ่งที่เล็ก ๆ เหล่านี้อยู่ โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างในปัจจุบัน 🤔
ในทางของพุทธแล้วมีแหล่งของการเกิดปัญญาอยู่ 3 แบบ คือ 1.สุตมยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการฟังการเล่าเรียน 2.จินตามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการคิดพิจารณา และ 3.ภาวนามยปัญญา “ปัญญาที่เกิดจากการสัมผัสทางจิตวิญญาณ” หรือ “การปฏิบัติจนรู้แจ้งเห็นจริง”
เป็นอะไรที่ Abstract มาก ๆ และมันก็คงจะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่ได้เข้าถึงมันแล้วเท่านั้น
ปล. ไม่ใช่ความต้องการในการเอาวิทยาศาสตร์มาโยงกับความเชื่อทางศาสนาเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ คนที่เชื่อแม้ไม่มีข้อพิสูจน์เขาจะเชื่อ ส่วนคนที่ไม่เชื่อต่อให้มีหลักฐานเชิงประจักษ์เขาก็จะไม่เชื่อ
คลิปการทำงานของระบบประสาทการรับเสียง :
**แก้ไข้เป็น “โสตประสาท”**
พระพุทธเจ้าอธิบายว่าในหูของเรามี “จักขุประสาท” หรือประสาทหู
จักขุประสาท คือ การรับรู้ทางการมองเห็น




