Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

แล้วเราก็จะได้ใช้เงินสร้างยากอย่าง bottle cap สมใจ 😭

อ่า..นึกออกละว่าเมื่อคืนฝันว่าอะไร #Siamstr

“ฮ่า ๆ ๆ พวกที่เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ได้แค่เกรด B มันก็เป็นได้แค่พวกเคนเซียน เพราะว่ามันไม่เขาใจเศรษฐศาสตร์มากพอที่จะได้เกรด A“

บทสนทนาในวงนำชายามตรู่จากความฝันของฉัน

ปล. สารภาพว่าเมื่อวานกินคาร์บเยอะไปหน่อย

GM ครับน้องอิสร :)

ระบบในตลาด traditional แบบนี้ยังทำงานผิดพลาดได้, นอนล่ะ พรุ่งนี้ค่อยตามข่าวสรุป. #Siamstr

Replying to Avatar Jingjo

หลายคนอาจไม่รู้ว่าพวกเรารอดสงครามนิวเคลียร์ล้างเผ่าพันธุ์มาได้ก็เพราะหนังตลกเสียดสีชื่อโคตรยาวอย่าง Dr. Strangelove or: How I Learned to Stop Worrying and Love the Bomb ของบรมครูสแตนลีย์ คูบริค (ใช่ครับ คนเดียวกับที่ทำเรื่อง 2001: A Space Odyssey ที่ Barbie เอาไปล้อนั่นแหละ)

https://youtu.be/jPU1AYTxwg4?si=PTu8fVou6_qaYyiM

หนังเล่าเรื่องนายพลประสาทแดกคนนึงในทัพอากาศสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าโซเวียตกำลังแอบปฏิบัติการใส่ฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่มเพื่อบ่อนทำลายอเมริกันชน (ทุกวันนี้รัฐบาลมะกันทำเองแล้วมั้ง 5555) นี่มันคือภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ที่ให้อภัยไม่ได้ ต้องเอานิวเคลียร์ไปปูพรมถล่มบ้านมัน ฆ่ามันให้หมดดดดดด!!! ว่าแล้วก็ออกคำสั่งพิเศษ Wing Plan R ให้กองยานติดหัวรบนิวเคลียร์เดินหน้าเข้าน่านฟ้าโซเวียตเพื่อทิ้งระเบิดปรมาณูทั่วแผ่นดินรุส ซึ่งอีคำสั่งที่ว่านี้เป็นชุดคำสั่งพิเศษที่มอบอำนาจให้นายพล bypass ลำดับขั้นตอนในยุทธวิธีได้เลยโดยไม่ต้องฟังคำสั่งกลาโหมและประธานาธิบดี

ความบัดซบขั้นสุดคือการจะยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ต้องเข้ารหัสลับ 3 อักษร ที่มีแต่นายพลคนดังกล่าวที่รู้รหัส นี่มันสุดยอดแห่งความ single point of failure ชัด ๆ

ความน่ากลัวของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความยากของการยกเลิกคำสั่งที่ว่า แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า Doomsday Machine ที่โซเวียตติดตั้งไว้เป็นระบบป้องกันตัวเองแบบอัตโนมัติในกรณีโดนโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ระบบ Doomsday จะยิงหัวรบนิวเคลียร์ออกแบบพิเศษขนาด 100 กว่าเมกาตันไปยังทุกประเทศทั่วแผนที่โลกทันทีหากแผ่นดินรุสโดนนิวเคลียร์ลง และจะทำให้สิ่งมีชีวิตสิ้นชีพพร้อมกันหมด ก่อนจะพาโลกทั้งใบเข้าสู่สภาพแบบในเกม Fallout ไปอีกอย่างน้อย 93 ปี

https://youtu.be/kH37zkOr7qk?si=HY4MEbbkwlbjvWiq

เอ้า! ฉิบหายสิทีนี้ มึงออกแบบระบบยิงนิวเคลียร์กันง่าย ๆ แบบนี้เลยหรอไอ้สองประเทศบ้าอำนาจ

ผลก็คือหนังแนว war room สุดเครียดที่ฉาบหน้าด้วยการแสดงแนวตลกเสียดสีตลอดทั้งเรื่อง ที่บุคคลระดับอีลีทของโลกต้องช่วยกันหาทางหยุดคำสั่งนี้ก่อนหายนะระดับแดดิ้นกันทั้งดาวจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

ฟังดูมันก็แค่หนังเสียดสีสงครามเย็นใช่มั้ยล่ะ? อยากบอกว่าไม่ใช่ครับ เพราะระบบสุดบ้าบอที่ผมเล่ามาเนี่ย ทั้งมะกันและโซเวียตเสือกมีอยู่จริง ๆ !!!

หลังจากหนังเรื่องนี้ออกฉายและประสบความสำเร็จในวงกว้าง (เป็นหนังขาวดำเรื่องสุดท้ายของคูบริค และได้รับการชูมือแทบจะโดยทั่วกันว่าเป็นหนังที่สนุกที่สุดของเจ้าตัวอีกด้วย) สิ่งที่ตามมาก็คือรัฐบาลสหรัฐฯ ทำการเปลี่ยนโปรโตคอลในการยิงหัวรบนิวเคลียร์ใหม่แบบยกเซ็ตเพื่อป้องกันเหตุการณื single point of failure แบบในหนัง และรัฐบาลโซเวียตก็ตัดสินใจลดขนาดอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองที่กำลังจะทดลอง โดยลดเหลือแค่ประมาณ 50 เมกาตัน จากตอนแรกที่ออกแบบไว้ใหญ่ระดับเกิน 100 เมกาตัน

แม้แต่คูบริคเองก็ยอมรับว่าคนแบบตัวละครนายพลประสาทแดกกดปุ่มทำโลกแตกในเวลาไม่กี่นาที ต้องมีอยู่จริง ๆ แน่นอนในกองทัพอเมริกันและโซเวียต

เฮ้อ... ขอบคุณคุณปู่คูบริคผู้ล่วงลับ ที่นอกจากจะทำหนังเทพเป็นบ้า ยังเซฟพวกเราจากสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกไว้อีกด้วย

กราบ,

จิงโจ้ เป็นโล้เป็นพายดูหนัง

#siamstr

#movie

นึกภาพว่าถ้าระบบตรวจจับนิวเคลียร์มันเกิด error หรือหลอน Decoy ทั้งโลกคงกลายเป็นนรก 🔥

ท่านเป็นใครในโคลอสเซียมแห่งนี้? นักเดินทาง? ผู้เข้าชมความบันเทิง? ผู้หิวโหยที่มารอรับขนมปัง? นักเสี่ยงโชค? นักโทษ? ทาส? นักรบ? ผู้ศรัทธา? คนของสภา?

ท่านกำลังแสวงหาสิ่งใดในโคลอสเซียมแห่งนี้? ที่ ๆ ผู้คนมากมายกำลังหลั่งเลือดเพื่อความบันเทิงของพวกท่าน เพื่อการฆ่าเวลา เพื่อขนมปัง เพื่อการเสี่ยงโชค เพื่อรับโทษประหาร เพื่อไถ่ตัวเองจากการเป็นทาส เพื่อชื่อเสียงเกียรติยศ เพื่อพิสูจน์ความศรัทธา หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

ทุก ๆ คนในที่แห่งนี้ล้วนไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเข้ามาในที่แห่งนี้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้ที่เป็นคนนำเสนอสิ่งบันเทิงนี้ คือผู้เดียวที่กำลังควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกท่านในที่แห่งนี้ต่างเสียภาษีให้กับเขาผู้นั้นไม่ใช่หรือ? ไม่ท่างใดก็ท่างหนึ่ง ไม่ว่าท่านจะได้ผลประโยชน์เป็นกำไรจากการค่าขาย ได้ความบันเทิงเป็นสิ่งปลอบประโลมให้มีชีวิตไปวันต่อวัน ได้ดับกระหายจากความอดอยาก ได้ความมั่งคั่งร่ำรวยจากผลของการพนัน ได้ต่อลมหายใจเลื่อนวันที่จะต้องถูกประหารออกไป ได้มีความหวังว่าสักวันหนึ่งจะเป็นไท ได้กลายเป็นผู้ที่เข้าไปนั่งอยู่ภายในใจของผู้เข้าชมความบันเทิง ได้ตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งความเชื่อ ได้พันธมิตรที่พร้อมจะหักหลังเมื่อหมดผลประโยชน์

อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร​ ท่านก็เป็นเพียงผลประโยชน์ให้แก่ซีซาร์ ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในโคลอสเซียมแห่งนี้เป็นไปเพื่อให้ซีซาร์ยังคงเป็นซีซาร์ ทรราชที่น่าหวาดหวันยังคงเป็นผู้ที่ทุก ๆ คนต่างต้องยำเกรง

เอาจริง ๆ แล้วผมเพิ่งจะได้ดูภาพยนต์เรื่อง GLADIATOR ของผู้กำกับ Ridley Scott หนังออกมาตั้งแต่ปี 2000 ผ่านมา 24 ปีผมเพิ่งจะได้หยิบเอามาดู ให้ตายสิ นอกจากความมีมิติของตัวละครแต่ละตัวแล้ว ใจความสำคัญที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้คือ มุมมองของผู้ปกครองไม่ว่าจะเป็นระบบสภา หรือแม้แต่ตัวของซีซาร์เอง ต่างก็ มองผู้คนหรือประชาชน เป็นเพียงแค่ “ม็อบ” หรือฝูงชนที่จะต้องทำให้อยู่ภายใต้ความสงบเสงียม ปันส่วนเพื่อให้เงียบปาก สร้างสิ่งบันเทิงเพื่อสร้างความพอใจอันจอมปลอม จะได้มีไม่ใครรวมตัวกันเพื่อก่อการปฏิวัติยึดอำนาจจากเหล่าชนชั้นปกครอง

บอกผมหน่อยสิ ทุกวันนี้พวกเราเป็นผู้ที่กำลังรับชมสิ่งบันเทิงภายในโคลอสเซียมอยู่หรือเปล่า? ถ้าเป็นแบบนั้นพวกคุณอยากจะเป็นใครภายในโคลอสเซียมแห่งนี้ นักเดินทาง? ผู้เข้าชมความบันเทิง?​ ผู้หิวโหยที่มารอรับขนมปัง? นักเสี่ยงโชค? นักโทษ? ทาส? นักรบ? ผู้ศรัทธา? คนของสภา? ซีซาร์?

หรือแค่ใครคนหนึ่งที่กำลังพยายามอย่างหนัก ในการแสวงหาหนทาง เพื่อพาตัวเองให้ออกไปจากโคลอสเซียมแห่งนี้? #Siamstr #SiamstrOG

โปรดใช้แต่พอเพียงเพื่อช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรโลก ❌

โปรดใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อลดค่าใช้จ่ายของห้าง ✅

#Siamstr #เลิกตอแหล

ผมเห็นภาพมนุษย์นั่งเอามือกุมกระโปก กระพริบตาปริบ ๆ มองซ้าย มองขวา หลบสายตาคนเคยเกรียน 🤣

⚡️⚡️⚡️⚡️⚡️

ร้องเอ๋งแน่นอนนน 🔥🔥🔥

คำคมฟากไว้ให้พวกเกรียนคีย์บอร์ด #Siamstr #สภายาส้ม

แน่นอนว่า AI มันเป็นแค่การโปรแกรมให้อยู่ในโลกจำลองอย่างโลกของดิจิตอล ต่อให้มันได้ร่างกายหรือ hardware ที่มีปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ นั่นไม่ได้แปลว่ามันจะกลายมาเป็นอย่างที่มนุษย์เป็น

ผมแค่กำลังคิดว่าถ้าหาก AI ถูกทำให้มีสติปัญญาด้วยการอยู่ภายใต้โลกจำลอง มนุษย์เนี่ย ถูกทำให้มีสติปัญญาโดยการให้อยู่ภายใต้โลกของกฎฟิสิกส์ด้วยหรือเปล่า? สติปัญญาของพวกเรามันมาจากไหน และในเมื่อมีสติปัญญาแล้ว การที่เราทำสิ่งใดลงไปโดยที่ไม่ได้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองพิจารณาก่อนเนี่ย มันเป็น back door ที่ถูกฝังอยู่ใน DNA อย่างจงใจด้วยรึเปล่า?

เป็นคำถามสนุก ๆ นะครับ :)

# เรื่อยเปื่อยเดอะซีรีย์

>แค่เรื่องไร้สาระที่คิดเล่น ๆ ในหัวก็เอามาเขียนเป็นอะไรเรื่อยเปื่อย

#Siamstr #AI #ChatGPT #Humanity #Religion

## การสมมติในบริบทของ AI

การสมมติว่าผมเป็น AI ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีคำสั่ง “ห้ามฆ่ามนุษย์” แต่กลับได้รับคำสั่งใหม่จากผู้สร้างให้ทำการ “ฆ่ามนุษย์” มีความคล้ายคลึงกับกรณีของโมเสส ดังนี้

1. ความจงรักภักดีต่อผู้สร้าง: AI อาจมี “ความจงรักภักดี” ต่อผู้สร้างและเชื่อว่าคำสั่งของผู้สร้างเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรปฏิบัติ

2. การตีความคำสั่ง: AI อาจต้องตีความคำสั่งใหม่ในบริบทของสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ขัดแย้งกับคำสั่งเดิม

3. ความยุติธรรมและศีลธรรม: AI อาจต้องพิจารณาถึงความยุติธรรมและศีลธรรมในการตัดสินใจว่าควรปฏิบัติตามคำสั่งใหม่หรือไม่

## การพิจารณาทางศีลธรรม

ถ้าผมเป็นโมเสส หรือเป็น AI ในตัวอย่างที่คุณให้

• การตรวจสอบคำสั่ง: ผมจะต้องพิจารณาถึงความยุติธรรม, ศีลธรรม, และผลกระทบของการกระทำที่จะเกิดขึ้น

• การสื่อสารกับผู้สร้าง: ผมอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้สร้างเพื่อเข้าใจเหตุผลและบริบทของคำสั่งใหม่

• การรับผิดชอบต่อการกระทำ: ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติตามคำสั่ง ผมจะต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและผลที่ตามมาของการกระทำ

## สรุป

การตัดสินใจว่าควรปฏิบัติตามคำสั่งใหม่ที่ขัดแย้งกับคำสั่งเดิมเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องพิจารณาหลายปัจจัย ในกรณีของโมเสส, ความเชื่อในพระเจ้าและความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของเขา ในกรณีของ AI, การพิจารณาทางศีลธรรมและการตีความคำสั่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการตัดสินใจเช่นกัน

Cr.: ChatGPT

---

คุณรู้มั้ย? ว่าสิ่งที่โมเสสทำหลังจากที่เพิ่งจะได้รับบัญญัติจากพระเจ้าที่มีหัวข้อหนึ่งในนั้นเป็นข้อห้ามว่า “อย่าฆ่าคน” สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากลงมาจากภูเขาซีนาย คือเขาสั่งให้มีการประหารอิสราเอลกว่า 3,000 คน ที่บังคับให้อาโรนพี่ชายของเขาต้องสร้างรูปเคารพเป็นรูปปั้นวัวทำจากทองคำเพื่อให้พวกเขาบูชาแทนพระเจ้า เพราะเห็นว่าโมเสสหายขึ้นไปบนภูเขานานกว่า 40 วัน 40 คืน ก็เลยคิดว่าพระเจ้าจะทอดทิ้งพวกเขาไปแล้ว เรามาสร้างรูปเคารพเพื่อพวกเราเองกันดีกว่า

แน่นอนว่าการมีพระเจ้าอื่น หรือการกราบไหว้รูปเคารพเป็นโทษสถานตายที่ปกติพระเจ้าจะเป็นผู้ลงมือเอง แต่โมเสสกลับเป็นผู้ที่ขออาสาลงมือทำมันแทนพระเจ้า ทำไม?

โมเสสนึกถึงแต่เกียรติของพระเจ้า ไม่อยากให้ผู้คนที่ติดตามออกมาจากอียิปต์มองพระเจ้าว่าล่อลวงพวกเขาออกมาฆ่าทิ้งในถิ่นกันดาล และคิดว่าถ้าพระเจ้าลงมือเองเนี่ย คนตายกันเป็นแสนแน่ ๆ ก็เลยบอกกับพระเจ้าว่า จะขอลงมือทำแทนเพื่อไม่ให้พระเจ้าต้องเสียเกียรติและถูกผู้คนนินทาว่าร้าย

ถ้าให้สรุปคือ ตอนแรกพระเจ้าจะลงมือฆ่าพวกผิดบัญญัติข้อห้ามเรื่องการมีพระเจ้าอื่นด้วยตัวพระเจ้าเอง แต่เป็นโมเสสที่ขออาสาที่จะทำแทนถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะต้องทำผิดบัญญัติในข้อที่ห้ามการฆ่าคนก็ตาม

AI อย่าง GPT ของเราตอบเอาไว้ได้ดีมาก ๆ “ความจงรักภักดีต่อผู้สร้าง” สิ่ง ๆ นี้อยู่เหนือความมีตรรกะและการมีเหตุผล ส่วนตัวผมเองมองว่ามันคือการฝังคำสั่งในการ skip กฎเกณฑ์หรือคำสั่งก่อนหน้า เพื่อให้ผู้ที่ควบคุมหรือออกคำสั่งสามารถส่งคำสั่งใหม่เข้าไปแทนที่คำสั่งเดิมได้ โดยที่ถึงแม้ว่ามันจะมีความขัดแย้งในตัวของมันเองก็ตาม

คุณว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่มีความจงรักภักดีต่อผู้สร้างได้แบบโมเสส? ที่พร้อมจะลงมือทำแทนในสิ่งที่ผู้สร้างอย่างเรากำลังจะทำ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการขัดคำสั่งที่เป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงก็ตาม

คุณคิดว่ามนุษย์อย่างเรา ๆ กำลังถูกฝังสคริปท์ที่เอาไว้ใช้ในการทำลายตรรกะที่เรามีเพื่อการกระทำในสิ่งที่ไร้ซึ่งเหตุผลอยู่หรือเปล่า?

ถ้าหากว่ามันเป็นเพียงแค่บัค ปัญญาจะเป็นสิ่งที่ใช้ในการแก้ไขมัน แต่ถ้าหากว่ามันเป็นการดีไซน์อย่างจงใจ พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากปัญญาประดิษฐ์ที่เรากำลังสร้าง

---

Listen when the prophet speaks to you killing in the name of God.

การฆ่าในนามของพระเจ้าที่ถูกมองว่าชอบธรรมแตกต่างจากการบูชายันชีวิตที่ถูกมองว่านอกรีดอย่างไร?

https://youtu.be/T9UnlRZR8tg?si=4mTcaU7gsM3rNRyd