0d
nobody
0dc9de9103dc8a807393315c70a5fa07236f667792804357edbc6d6cac3a0ce4
account deleted

เห็นคำว่าเวลต่ำแล้วนึกถึงครูตี๋อ่ะคำพูดคำจาแนวๆเดียวกัน55555ตอนอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ

ถ้าแฟนมาเห็นคิดว่าแฟนจะเคารพตามแบบที่ตัวเองคิดอยู่มั้ย เขาจะคิดว่าเป็นผู้หญิงคนที่13-14ของคุณอยู่หรือป่าว คือรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงแล้วอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่หรือยังไง อ่านแล้วรู้สึกว่าเบียวแปลกๆตอนอ่านนี่ทำหน้างงทุกบรรทัด บางทีความมั่นใจมันก็เป็นดาบสองคมนะ คิดว่าดีลผู้หญิง2นาทีจบห้องได้คิดว่าคุยง่ายๆคารมดีแล้วได้ แล้วไม่ได้ลองมองย้อนกลับบ้างหรอว่าเขาก็คิดว่าคุณดีลง่ายเหมือนกัน หรือรู้แล้วแต่อยากเขียนบันทึกไว้เข้าสมุดของความภูมิใจของตัวเอง แต่ไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้วก็ขอให้พบเจอความรักที่สมควรจะได้รับ แล้วไม่ต้องมาเสียเวลาเล่นเดทเกมส์งี้เง่านี้มันน่าขัน

ขอบคุณครับ

Replying to nobody

2023 เป็นปีทึ่ผมก้าวกระโดดในการพัฒนารูปร่างและหน้าตา เพื่อเล่น Date-Game

#siamstr

ผมเลิกกับแฟนตอนต้นตุลา2022 ( ตอนนั้นยัง Virgin - Incel - simp - bluepilled(ในแง่จีบสาว)) - niceguy ) ก็ได้โหลดทินเด้อมาเล่น และอยู่ในกลุ่มดีลมหาลัย

พอปลายเดือนตุลา ผมเดทกับสาว ที่ เอ่อ ไม่อยากพูดแรง แต่สภาพหน้าตาเขาน่าจะ Incel มาหลายปีแล้ว

--> bluepilled เม็ดที่ 1 ผมไม่มี Pre-Selection สังเกตว่า incel จับคู่กับ incel คือเวลต่ำกันทั้งคู่ ทั้งผม และ คนนั้น

แม่งเป็นการเดทที่ Bullshit สัสๆ555 นัดกันที่ห้าง 10:30 เขามาเลท 1 ชั่วโมง ผมก็ยังรอนะ

---> bluepilled เม็ดที่ 2 ผมไม่มีการเคารพในตัวเอง ปล่อยให้คนมาเลทแล้วยังจะรอ

สรุปคือจะเรียกว่าเดทไหม มันคือการเจอกัน เฉยๆอะ ตอนแรกจะนัดดูหนังละเหมือนเขาเห็นผมไม่ตรงปกหรือผมโชว์ความเวลต่ำไปให้เขาเห็น

เขาจึงทำสิ่งนี้ครับ

เขาบอกเพื่อนโทรมาตามงาน ขอตัวกลับก่อน ผมก็โอเค บายๆ

ผมก็เลยเดินเล่นต่อ บังเอิ๊ญญ ผมดันเปิดไลน์โอเพนแชทกลุ่มดีลมหาลัย มีคนเขียนประมาณว่า หาคนเดินเล่นห้างด้วยค่ะ ผมก็ เอะใจ ลองขอคอนแทคไป

เขาตอบกลับมา สรุปว่า เป็นคอนแทคของคนนั้นแหละ

หูว .... มองกลับไปหน้าชาอยู่นะ คือถ้าคนสวยทำงี้ผมไม่ติดเลย อันนี้โดน คน ไม่สวย เอ่อ คนประเภทไม่เป็นที่ต้องการในการจับคู่ ทำงี้ใส่ หน้าผมชามากกก

หัวผมวิ๊งเลย แฟนเก่าสวยกว่านี้เขายังไม่ทำแบบนี้กับเราเลย ไอ่นี่ไม่เห็นสวย ทำไมเขาทำแบบนี้วะ

ผมไม่โทษเขาหรอกที่เขาจะทำงี้ ผมมองย้อนดูตัวเอง เราคงเป็นผู้ชายที่เวลต่ำ คนถึงกล้าทำแบบนี้กับเราได้

ตั้งแต่นั้นผมสรรหาทุกอย่างที่จะทำตัวเองทั้งเก่ง ทั้งหล่อขึ้น ตั้งเป้าว่า bodycount ในชีวิตมหาลัยกูจะเอาให้หมดจนเป็นโรคเลย (ประชด)

ในด้าน Process จะให้ลงละเอียด มันจะยาวไป เอาว่าผมโตขึ่น และมีค่าในตลาดการจับคู่ใน ระดับนึง ผมซื้อไอเดีย SMV มาพัฒนาตัวเอง

จนกระทั่งเดือนธันวาปีที่แล้ว ผมก็ได้ fwb มา 1 คน จาก1 เป็น 2

เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จากทักษะที่แค่มาจากการเป็นคนคุย แล้วไปจบที่ sex

ก็เวลอัพไปถึงร้านเหล้าที่

สะกิดแล้วดีลจบภายใน2นาที

คนมาอ่านก็คงฮา แต่สำหรับผมที่เป็น incel มาก่อน ผมรู้สึกว่า มันคุ้ม เพราะหน้าตาที่หล่อขึ้น การเคารพตัวเองที่มากขึ้น มันทำให้คนอื่น คนรอบข้างเคารพเราเช่นกัน

ความมั่นใจผมเพิ่มขึ้นตาม bodycount ที่ได้ สิริรวม

6 เดือนได้มา 12 คน มีหักอกเขา มีอดกินบ้างก็ตามประสา

พอเดือน 7 ก็ได้แฟนเป็นตัวเป็นตน ซึ่งบอกเลยว่า โคตรงาม น่ารัก ไม่โว้ค ไม่ทวิตเตี้ยน เคารพผมมากกกกกกก

ตั้งแต่คบมาไม่มีงอน ไม่มีทะเลาะเลย

รางวัลจากการพิสูจน์คุณค่าของผู้ชาย สวยงามเสมอ

จากที่กระวนกระวาย อ่อนแออินเซล ตอนนี้ต้องบริหารเสน่ห์ดี ๆ เพราะยิ่งมีแฟนยิ่งฮอตแปกๆ 55555

Side Story ;;; ช่วงที่ bodycount อยู่ช่วง 7-8 คน--- SMV หน้าตาค่อนข้างพุ่ง ผมปัดทินเด้อไปเจอสาวคนแรก55555

ละเผอิญแมตซ์ เขาทักมาอยากรู้จักชวนคุย --- ผมเลยตอบไปว่า จำไม่ได้หรอที่ทิ้งเราไว้ที่ห้าง เขาตอบ ห้ะ ละผมก็ unmatched ไป 55555555

ละวันถัดมาดั๊นนนสวนกันที่มอ ผมก็ยิ้มให้ และมองต่ำ่ใสอันนี้แรงอยู่

จบและะ เรื่องราวสมัยโสด

ขอบคุณทุก Zap เด้อครับ🫡🫡

นั่นละครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พูดแบบแย่ๆเลยคือ สันดานเก่าสมัยโสดมันไม่ได้หายอะครับ มีหยอด มีแอ๊ค การวางตัวให้สาวมองแล้วสาวชอบ ( แบบธรรมชาติ คนมองไม่ออกว่ากำลังแอ๊ค555525255255)

ส่วนกับแฟน เราก็วางตัวให้เป็นที่พึ่งให้กับเขาได้อะครับ พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ ชิวๆ ผมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน55555 อย่างแฟนผมนี่ติดผมม้ากมาก จนรู้สึกว่าคนรักกันจริงมันไม่ต้องพยายามจนต้องลดคุณค่าตัวเองอะครับ มันจะส่งเสริมคุณค่ากัน ไรงี้

2023 เป็นปีทึ่ผมก้าวกระโดดในการพัฒนารูปร่างและหน้าตา เพื่อเล่น Date-Game

#siamstr

ผมเลิกกับแฟนตอนต้นตุลา2022 ( ตอนนั้นยัง Virgin - Incel - simp - bluepilled(ในแง่จีบสาว)) - niceguy ) ก็ได้โหลดทินเด้อมาเล่น และอยู่ในกลุ่มดีลมหาลัย

พอปลายเดือนตุลา ผมเดทกับสาว ที่ เอ่อ ไม่อยากพูดแรง แต่สภาพหน้าตาเขาน่าจะ Incel มาหลายปีแล้ว

--> bluepilled เม็ดที่ 1 ผมไม่มี Pre-Selection สังเกตว่า incel จับคู่กับ incel คือเวลต่ำกันทั้งคู่ ทั้งผม และ คนนั้น

แม่งเป็นการเดทที่ Bullshit สัสๆ555 นัดกันที่ห้าง 10:30 เขามาเลท 1 ชั่วโมง ผมก็ยังรอนะ

---> bluepilled เม็ดที่ 2 ผมไม่มีการเคารพในตัวเอง ปล่อยให้คนมาเลทแล้วยังจะรอ

สรุปคือจะเรียกว่าเดทไหม มันคือการเจอกัน เฉยๆอะ ตอนแรกจะนัดดูหนังละเหมือนเขาเห็นผมไม่ตรงปกหรือผมโชว์ความเวลต่ำไปให้เขาเห็น

เขาจึงทำสิ่งนี้ครับ

เขาบอกเพื่อนโทรมาตามงาน ขอตัวกลับก่อน ผมก็โอเค บายๆ

ผมก็เลยเดินเล่นต่อ บังเอิ๊ญญ ผมดันเปิดไลน์โอเพนแชทกลุ่มดีลมหาลัย มีคนเขียนประมาณว่า หาคนเดินเล่นห้างด้วยค่ะ ผมก็ เอะใจ ลองขอคอนแทคไป

เขาตอบกลับมา สรุปว่า เป็นคอนแทคของคนนั้นแหละ

หูว .... มองกลับไปหน้าชาอยู่นะ คือถ้าคนสวยทำงี้ผมไม่ติดเลย อันนี้โดน คน ไม่สวย เอ่อ คนประเภทไม่เป็นที่ต้องการในการจับคู่ ทำงี้ใส่ หน้าผมชามากกก

หัวผมวิ๊งเลย แฟนเก่าสวยกว่านี้เขายังไม่ทำแบบนี้กับเราเลย ไอ่นี่ไม่เห็นสวย ทำไมเขาทำแบบนี้วะ

ผมไม่โทษเขาหรอกที่เขาจะทำงี้ ผมมองย้อนดูตัวเอง เราคงเป็นผู้ชายที่เวลต่ำ คนถึงกล้าทำแบบนี้กับเราได้

ตั้งแต่นั้นผมสรรหาทุกอย่างที่จะทำตัวเองทั้งเก่ง ทั้งหล่อขึ้น ตั้งเป้าว่า bodycount ในชีวิตมหาลัยกูจะเอาให้หมดจนเป็นโรคเลย (ประชด)

ในด้าน Process จะให้ลงละเอียด มันจะยาวไป เอาว่าผมโตขึ่น และมีค่าในตลาดการจับคู่ใน ระดับนึง ผมซื้อไอเดีย SMV มาพัฒนาตัวเอง

จนกระทั่งเดือนธันวาปีที่แล้ว ผมก็ได้ fwb มา 1 คน จาก1 เป็น 2

เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จากทักษะที่แค่มาจากการเป็นคนคุย แล้วไปจบที่ sex

ก็เวลอัพไปถึงร้านเหล้าที่

สะกิดแล้วดีลจบภายใน2นาที

คนมาอ่านก็คงฮา แต่สำหรับผมที่เป็น incel มาก่อน ผมรู้สึกว่า มันคุ้ม เพราะหน้าตาที่หล่อขึ้น การเคารพตัวเองที่มากขึ้น มันทำให้คนอื่น คนรอบข้างเคารพเราเช่นกัน

ความมั่นใจผมเพิ่มขึ้นตาม bodycount ที่ได้ สิริรวม

6 เดือนได้มา 12 คน มีหักอกเขา มีอดกินบ้างก็ตามประสา

พอเดือน 7 ก็ได้แฟนเป็นตัวเป็นตน ซึ่งบอกเลยว่า โคตรงาม น่ารัก ไม่โว้ค ไม่ทวิตเตี้ยน เคารพผมมากกกกกกก

ตั้งแต่คบมาไม่มีงอน ไม่มีทะเลาะเลย

รางวัลจากการพิสูจน์คุณค่าของผู้ชาย สวยงามเสมอ

จากที่กระวนกระวาย อ่อนแออินเซล ตอนนี้ต้องบริหารเสน่ห์ดี ๆ เพราะยิ่งมีแฟนยิ่งฮอตแปกๆ 55555

Side Story ;;; ช่วงที่ bodycount อยู่ช่วง 7-8 คน--- SMV หน้าตาค่อนข้างพุ่ง ผมปัดทินเด้อไปเจอสาวคนแรก55555

ละเผอิญแมตซ์ เขาทักมาอยากรู้จักชวนคุย --- ผมเลยตอบไปว่า จำไม่ได้หรอที่ทิ้งเราไว้ที่ห้าง เขาตอบ ห้ะ ละผมก็ unmatched ไป 55555555

ละวันถัดมาดั๊นนนสวนกันที่มอ ผมก็ยิ้มให้ และมองต่ำ่ใสอันนี้แรงอยู่

จบและะ เรื่องราวสมัยโสด

งานหรืออะไรที่ต้องใช้เวลาทำให้เสร็จ แค่เห็นก็ขี้เกียจละ แต่ทำทำไปมันก็เสร็จเพราะก็บอกอยู่ว่าเป็นงานที่ใช้เวลา😂😂😂 ชีวิตมันก็ซิมเปิ้ลงี้แหละ

#siamstr

It's not over

until I win

Replying to nobody

Dark Souls เกมนี้สอนอะไรกับเรา

#siamnstr

แว้บแรกในความคิดคงนึกถึงการเอาชนะความยากของเกม การพยายามสู้บอส นั่นนี่

ก็ถูก แต่เรื่องที่จะพูดคือ จิตใจ ในการพยายาม

ถ้าผิดแย้งได้นะ ผมจำได้คร่าว ๆ

คือในเกม Souls เนี่ยครับ โลกมันถูกเซทประมาณว่าเกิดสงคราม มีเผ่าพันธ์ต่าง ๆ โลกอยู่ในความมืดมิด แต่ทีนี้ลาสบอสในเกมได้เอาตัวเองไปเผาไฟ เพื่อให้โลกสว่างต่อไป

เรามีหน้าที่ในการฝ่าฟันความยากในเกม เพื่อไฟท์กับบอส พอชนะ เราเลือกได้ว่า เราจะเผาตัวเองต่อเพื่อยืดอายุอารยธรรม หรือ จะดับไฟ จบบ่วงกรรม สุญนิยมแม่งไปเล้ย

เข้าประเด็นหลัก ทีนี้ครับ สิ่งมีชีวิตในเกม souls จะมี 3 สภาวะ

ปกติ ---> Undead ---> Hollow

ถ้าเราเล่นตัวปกติตาย เราจะเกิดใหม่เป็น Undead สภาพจะดูไม่จืดเท่าไหร่ HP น้อยกว่าเดิมด้วย ถ้าอยากกลับไปเป็นคนปกติที่หน้าหล่อและ HP สูง จะต้องใช้ไอเทม

และแน่นอนด้วยความที่เกมมันยาก เราก็วนเวียนในสภาพ Undead เสียส่วนใหญ่

คำถามคือ แล้วเราจะเป็น Hollow ตอนไหน ?

จากที่ผมจำได้ Hollow คือสภาพพวกมอนที่เข้ามาโจมตีเรา บ้างก็เป็นบอส เป็น NPC ให้คุยก็มี แต่จุดร่วมของ Hollow คือ ไม่มีสติสะตังครับ

พวกเขาเคยเป็นคนปกติเหมือนกับเรา เคยลุกจากความล้มเหลวด้วยสภาพ Undead เหมือนกับเรา

แต่ด้วยความสำเร็จนั้น มันเอื้อมถึงยากเหลือเกิน ไม่รู้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ มองไม่เห็นปลายทางที่เขาจะไปเป็นผู้กล้า 1 เดียวที่ไปโค่นบอสเสียที

ความล้มเหลวจากการตายซ้ำซาก จากเจตนารมณ์ที่จะไปจุดไฟให้โลกสดใส แต่ไฟในจิตใจที่จะจุดให้เขาพยายามต่อไป มันดับไปแล้ว เลยกลายเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเดินได้ แต่ไร้ซึ่งหัวใจ ล่องลอยตามแมพ

น่าหดหู่เนาะ

เราก็เลยมองกลับมาที่ชีวิตจริงเราบ้าง ทุกวันนี้ เวลาเราเจอความล้มเหลว

เราเลือกที่จะลุกใหม่ในร่าง Undead ไปพยายามต่อ ค่อยๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อ หรือเราละทิ้งมันไป เป็น Hollow โดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า

ความสำเร็จมันไม่ง่าย มนุษย์ทุกคนมีความจนและความล้มเหลวเป็นพื้นฐาน

แต่เมื่อสำเร็จ มันจะเป็น Proof of work ของเราเอง และความพิเศษคือ มันจะอยู่กับเราตลอดไป

#siamstr เพ้อนิดหน่อยครับ nostr:note1ezdkezkqygeeue4dakv2u2nsd7vch8ae9wzenl6cg4zd3j4n7rvqm38n5h

Dark Souls เกมนี้สอนอะไรกับเรา

#siamnstr

แว้บแรกในความคิดคงนึกถึงการเอาชนะความยากของเกม การพยายามสู้บอส นั่นนี่

ก็ถูก แต่เรื่องที่จะพูดคือ จิตใจ ในการพยายาม

ถ้าผิดแย้งได้นะ ผมจำได้คร่าว ๆ

คือในเกม Souls เนี่ยครับ โลกมันถูกเซทประมาณว่าเกิดสงคราม มีเผ่าพันธ์ต่าง ๆ โลกอยู่ในความมืดมิด แต่ทีนี้ลาสบอสในเกมได้เอาตัวเองไปเผาไฟ เพื่อให้โลกสว่างต่อไป

เรามีหน้าที่ในการฝ่าฟันความยากในเกม เพื่อไฟท์กับบอส พอชนะ เราเลือกได้ว่า เราจะเผาตัวเองต่อเพื่อยืดอายุอารยธรรม หรือ จะดับไฟ จบบ่วงกรรม สุญนิยมแม่งไปเล้ย

เข้าประเด็นหลัก ทีนี้ครับ สิ่งมีชีวิตในเกม souls จะมี 3 สภาวะ

ปกติ ---> Undead ---> Hollow

ถ้าเราเล่นตัวปกติตาย เราจะเกิดใหม่เป็น Undead สภาพจะดูไม่จืดเท่าไหร่ HP น้อยกว่าเดิมด้วย ถ้าอยากกลับไปเป็นคนปกติที่หน้าหล่อและ HP สูง จะต้องใช้ไอเทม

และแน่นอนด้วยความที่เกมมันยาก เราก็วนเวียนในสภาพ Undead เสียส่วนใหญ่

คำถามคือ แล้วเราจะเป็น Hollow ตอนไหน ?

จากที่ผมจำได้ Hollow คือสภาพพวกมอนที่เข้ามาโจมตีเรา บ้างก็เป็นบอส เป็น NPC ให้คุยก็มี แต่จุดร่วมของ Hollow คือ ไม่มีสติสะตังครับ

พวกเขาเคยเป็นคนปกติเหมือนกับเรา เคยลุกจากความล้มเหลวด้วยสภาพ Undead เหมือนกับเรา

แต่ด้วยความสำเร็จนั้น มันเอื้อมถึงยากเหลือเกิน ไม่รู้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ มองไม่เห็นปลายทางที่เขาจะไปเป็นผู้กล้า 1 เดียวที่ไปโค่นบอสเสียที

ความล้มเหลวจากการตายซ้ำซาก จากเจตนารมณ์ที่จะไปจุดไฟให้โลกสดใส แต่ไฟในจิตใจที่จะจุดให้เขาพยายามต่อไป มันดับไปแล้ว เลยกลายเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเดินได้ แต่ไร้ซึ่งหัวใจ ล่องลอยตามแมพ

น่าหดหู่เนาะ

เราก็เลยมองกลับมาที่ชีวิตจริงเราบ้าง ทุกวันนี้ เวลาเราเจอความล้มเหลว

เราเลือกที่จะลุกใหม่ในร่าง Undead ไปพยายามต่อ ค่อยๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อ หรือเราละทิ้งมันไป เป็น Hollow โดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า

ความสำเร็จมันไม่ง่าย มนุษย์ทุกคนมีความจนและความล้มเหลวเป็นพื้นฐาน

แต่เมื่อสำเร็จ มันจะเป็น Proof of work ของเราเอง และความพิเศษคือ มันจะอยู่กับเราตลอดไป

คะแนนวิชาบล็อคนี้ออกแล้ว ก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ มองไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันจะมีสักบล็อคไหมที่เราทำสำเร็จตามที่ตั้งใจ

บล็อคที่แล้ว แล้วแล้ว แล้วอีก ผมตัดสินใจลุกขึ้นสู้ต่อ เพราะผมเห็นภาพตัวเองในอนาคต นึกขอบคุณตัวผมในอดีตที่เลือกจะสู้ต่อ

ตอนนี้ภาพนั้นมันลาง ๆ แล้ว

Replying to Avatar Naphat09

ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้

วันที่โดนหมอด่าแบบแรงๆ

วันนี้พาแม่ไปหาหมอครับ และแน่นอนชาวเราที่ติดตามวิทยาการของโลก fiat เราย่อมมีมุมมองและคำถามไม่เหมือนคนส่วนใหญ่หรือคนที่สมาทาน AHA american health associates

1 คำถามของผมดูเหมือนทริกเกอร์อะไรบางอย่างในตัวเขา เขามองจ้องหน้าผมเกิน 10วิ และเป็นสายตาที่หากมองด้วยตาแบบนี้ในสถานการณ์อื่น เขาอาจโดนยิงได้

คำถามของผมนั้นเรียบง่ายมาก “ในเมื่อตับสร้างไขมัน เราต้องกินยาลดไขมัน(statin)มั้ย”

นอกจากสายนั้นทุกสิ่งที่เขาพูด คือคำดูถูกมากมายเท่าที่จะนึกออก “ความรู้หางอึ่ง ความรู้เท่าจิ๋ม โง่ มึงกำลังฆ่าแม่มึงทางอ้อม อย่างมึงจะมีปัญญาเป็นหมอได้มั้ย ตอน ม ปลายมึงทำอะไรอยู่ทำไมไม่สอบหมอล่ะ” และอีกสารพัด

พร้อมกับบรรยายความสามารถมากมายของเขา ประสบการณ์มากมาย เหตุผลที่มาเป็นหมอ ความยากลำบากของการเป็นผู้เชี่ยวชาญ อ่านเปเปอร์วันนึงเป็นร้อยๆหน้า ครอบครัวของเขา

ท้าทายให้ผมไปสอบหมอแล้วมาเป็นศาตราจารย์เพื่อมาสอนเขา และความวิเศษวิโสของจรรยาบรรณแพทย์อันสูงส่งที่เขามีให้กับคนไข้(ซึ่งเขาเคลมว่ามากกว่าความรักที่ผมมีให้แม่)

ระหว่างที่ฟังไปเรื่อยๆผมกลับไม่รู้สึกโกรธขนาดนั้น กลับกันผมกลับแอบสงสาร ตอนเขาพูดถึงครอบครัวว่าเมียเขาพูดว่าเขาเป็นพ่อที่ดี แต่อาจไม่ใช่สามีที่ดี พูดว่าเขารักลูกมากแค่ไหน

ตอนนั้นในหัวแอบคิดลึกๆว่าทำไม ประโยคสั้นๆของญาติคนไข้โง่ๆที่มีความรู้แค่หางอึ่งหรือจิ๋มมดตามที่เขาพูด ถึงได้ไปทริคเกอร์เขาได้ขนาดนี้

แอบคิดว่าความรู้วิชาแพทย์อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ในชีวิตแล้วก็เป็นได้

มีหลายช่วงหลายจังหวะอยากจะตอบกลับ แต่คิดว่าเขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะรับฟังอะไรได้ง่ายนัก

บางจังหวะเขาพูดว่าเขารักษาแม่ผมมา 5 ปีทำไมเขาจะไม่รู้ว่าควรอะไร

ในช่วงนั้นผมแอบอยากตอบกลับ แม่ผมค่าน้ำตาลดีขึ้น ค่าไตดีขึ้น หลังจากผมเอาความรู้จากหมอเอกมาปรับใช้คุมพฤติกรรมแม่ แล้ว 5ปี ที่ผ่านมายาของหมอทำให้แม่ผมดีขึ้นมั้ย

อีกจังหวะตอนที่เขาท้าผมว่าลองไปถามหมอทุกคนในประเทศนี้ดู ว่าถ้า LDL สูงยังไงก็ต้องกิน statin แล้วผมเอาความรู้ที่ไหนมาบอกเขา เอาแต่อ่านจาก google เขาเป็นหมอศิริราช เขาจบแพทย์จุฬามา

สิ่งอยากตอบคือ ไอ้ที่ผมเอามาพูดก็มาจาก หมอในโรงพยาบาล นั่นแหละ ไม่ได้คิดเองพูดเอง และหมอหัวใจที่ดูแลแม่ ผมก็เคยพูดแบบนี้กับเขาแล้ว และเขาก็อธิบายได้อย่างใช้เหตุผล แถมยังแอบพูดกับผมเองเลยว่า เขายอมรับว่ามันมีบริษัทยาซื้อตัวหมอจริงๆ และมีการล็อบบี้เปเปอร์เขาข้างยาบางตัว แต่เขาจำเป็นต้องทำเพราะมันเป็นมาตฐานโรงพยาบาล

มันน่าเสียใจอยู่นะ ที่เขาคิดว่าผมรักแม่ผมน้อยกว่าเขา แต่ผมก็แอบเข้าใจว่าจรรยาบรรณแพทย์ของเขากำลังถูกท้าทายเขาจึงต้องปกป้องมัน

และเข้าใจโรงพยาบาลด้วยว่าถ้าลูกค้าหายโรคหมด หรือตายหมด โรงพยาบาลนี้คงไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นหรือติดอันดับ forbes นั้นจึงเป็นเหตุให้ในโรงพยาบาลมีร้านค้าขนมfiatๆ อยู่ภายในอาคารตั้ง2ร้าน นอกอาคาร 1 ร้าน และร้านอาหารของโรงพยาบาลก็มีแต่เมนู NDC(โรงเรื้อรัง) อีกตังหาก

สุดท้ายแล้วเหตุผลที่ทำให้ผมต้องพูดประนั้นออกไป ก็เพราะว่าค่าตับของแม่ผมสูงกว่าปกติ 3 เท่า หมอหัวใจ(ไม่ใช่คนที่ด่าผม) จึงสั่งงด statin ไป 2 อาทิตย์ และระหว่างนั้นก็ได้ตามหาสาเหตุอื่นๆคู่กันไป เช่น ไวรัสตับอักเสพประเภทต่างๆ

จนปัจจุบัน ค่าตับแม่ผมดีขึ้น 1 เท่าตัว และไม่เจอสาเหตุอื่นใด หมอทางเดินอาหารจึงสรุปว่าเป็นเพราะ statin จึงควรหยุดยาสักระยะหนึ่ง

#siamstr

ขอก้อป text แชร์ลง ig ได้มั้ยครับ แขร์ลิ้งแล้วมันไม่ขึ้นอะไรเลย

โคตรเกลียด

" อย่าเอาเราไปเทียบกับใคร เราแค่เป็นตัวเองและมีความสุขฉบับตัวเองก็พอ "

นี่แม่งคือสุดยอดคำพูดในการยัดคนกลับเข้าไปใน matrix โคตร ๆ อะ มันเป็นการยอมรับความจริงว่ามึงมันห่วยแตกแล้ว lead ไปสู่การหาคำสวยหรูมาปลอบใจชีวิตห่วย ๆ ตัวเองอะ เป็นการหาข้ออ้างให้ความล้มเหลวมันยังอยู่ในชีวิตชัด ๆ ไม่! ไม่เว้ย ถ้าคุณอิจฉาแล้วเริ่มเปรียบเทียบ คุณต้อง"ซื่อสัตย์"กับตัวเองว่าลึกๆเราแม่งก็อยากได้แบบเขาคนนั้นบ้าง จากนั้นก็ drive ให้มันเป็นจริง ให้ Proof of work มันแสดงออกมาสักวัน

#siamonstr

คุณตั๋งลองเอาไปอ่านครับ ผมบอกเลย ขำไป7วัน7คืน

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02orFzGcECnN7snmu2T2HAvXd2LxgnFvNjQDdutguUKnW9nHokPjNTdPEGmZv2GNCMl&id=100057168442514&mibextid=qC1gEa nostr:note1uzn6nfn0hppffcalz0s2vm5j7n0te5uxvqq2kgq4ma5l0fcyh6vqup2e32

พอผมตัดสินใจเข้า hard mode

จริงจังกับชีวิตขึ้นมา อะไรที่เคยจริงจังเราก็ไม่ได้จริงจังกับมันแล้ว

อย่างเช่น เล่นเกม , การเถียงเพื่อเอาชนะกับคนอื่น

ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่ผมชอบ judge คนอื่นน่ะสิครับ

เพราะผมรู้ตัวดีว่าชีวิตผมตอนนี้แม่งยัง wealth ไม่ดีพอทั้งเงินและความรู้

พอเห็นคนที่มี status ใกล้เคียงกัน แต่แม่งเอาเวลาไปลงกับเรื่องไร้สาระ เอาไปลงกับโดปามีนสำเร็จรูป บอกตรง ๆ ผมโคตรขัดใจอะ แบบเห้ยชีวิตมันยังไปต่อและทำให้ดีได้กว่านี้เยอะ ทำไมต้องมานั่งเสียเวลากับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์วะ บรรพบุรุษผมแม่งไม่ได้รอดชีวิตจากการล่าสัตว์และผ่านการเป็นแรงงานมาหลาย gen เพื่อให้ลูกหลานในศตวรรษที่ 22 บั่นทอน wealth แน่ ๆ

มาถึงตรงนี้ทำให้ผมมองย้อนไปตอนเด็กแล้วเข้าใจพ่อขึ้นมาทันที ว่าทำไมพ่อไม่ให้เล่นเกมแบบเด็ดขาด ( ต้องแอบเล่น555556 )

แต่บางเรื่องที่ไม่ได้จริงจังเท่าแต่ก่อน แต่ก็ยังเก็บไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวก็มี เช่น ความรู้การเมือง , econ , libertarian , bitcoin ... เพราะเป็นประโยชน์ต่อชีวิต

จากที่บอกข้างต้นว่าพอชีวิตเปลี่ยนไปจนชอบ judge พวกที่เอ้อระเหยในชีวิต กลับมีพวกที่ผมเกลียดเข้าไส้มากกว่าประเภทที่กล่าวมาอีก คือ "ฝ่ายตรงข้าม" เช่นพวกเคนส์ , นักศึกษาฝ่ายซ้ายที่ก่อตั้งชมรมในมหาลัย

ผมจะไม่บอกว่าพวกนี้มีวิวัฒนาการทางความคิดไปในทิศทางไหน (พวกเราน่าจะรู้กันอยู่ ) ล่าสุดคือเขียนบทความว่า รถเป็นฟาสซิส เออ เอาเหอะ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เขาจะ express มาให้สังคมเห็น มันก็คงจะมีค่าแค่นั้นจริง ๆ

happy birth day

งานทำบุญคณะครับ ตอนนั้นนึกถึงหนังสือ The deepest well เกี่ยวกับความเครียด ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก วิธีที่โคตรง่ายในการลดความเครียด (เป็นการลด distraction --> เพิ่มโฟกัสโดยปริยาย) มันก็คือกระตุ้นระบบประสาทคู่ตรงข้าม! คือพาราซิมพาเทติก ! ผมก็นั่งฟังพระสวดไป กำหนดลมหายใจไป ความเครียดต่างๆสั่งสมมาก็ค่อย ๆ เบาลง เบาลง หัวใจมันก็ไม่เต้นแรงเพื่อรองรับความเครียด ค่อยๆ กลับมาปกติ รับรู้แค่ลมหายใจเข้า ออก เข้า... ออก.. ถ้า( ภาษาพระเขาจะบอกว่า เป็นจิตรู้ จิตคิด )กลายว่าวันนี้โฟกัสดีไปทั้งวันตลอดการเรียน lec บ่าย เขาถึงว่าการกำหนดลมหายใจ / การ meditation มันกำจัดความเครียดและสร้าง peace กับตัวเอง nostr:note1k9qlcze3edrwh9wnxvdjg8s55unwnfgrud6ts8a3kdm3cuela6dqdqafnr

วันนี้โฟกัสดีแฮะ