เวลาอ่านอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ มันจะมีแยกว่าการกระทำบางอย่าง เช่น การกินน้ำ เนื้อ โซเดียม บลาๆๆ สำหรับคนทั่วไปมีลิมิตเท่านี้ สำหรับคนออกกำลังกายจะมีลิมิตเท่านี้ (ซึ่งสูงกว่าในหลายๆด้าน)
เห็นทุกทีก็งงทุกที ละทำไมคนทั่วไปไม่ออกกำลังกายวะ มึงเกิดมาเป็นคนมึงไม่ออกกำลังกายได้ด้วยอ่อ
fasting ไม่ได้ยาก แน่นอนมันจะมีจุดหิว นั่นคือจุดพีคของฮอร์โมนความหิวทำงาน ( เพราะเราเคยชอนกับพฤติกรรม breakfast มาตั้งแต่เกิด )
พอ "ช่างแม่ง" แล้ว "โฟกัส" กับงาน ดื่มน้ำ 1 อึก รู้ตัวอีกที ก็ได้เวลากินข้าวตามที่ตั้งเป้าไว้.... 😌😌
nostr:npub1ju8la595yg7h90qm8lm95hvqajgdgu2c6f9mf8uwwe7lurrxarcsycsv5w ขอบคุณอ้ายหลายๆสำหรับ Zap เด้อ
เวลาผมเขียนไดอารี่ ผมจะเขียนไว้สี่แกนครับ แกนฝั่งขวาคือความสุข ฝั่งซ้ายคือความทุกข์
ก็เขียนไป แต่ด้านขวาผมจะแบ่งแต่ละเรื่องเลยว่ารู้สึกยังไงตามสีไฮไลท์
ในขณะที่ด้านซ้าย ก็มีเขียนลงไป แต่ผมไม่ไฮไลท์ เพราะอะไร ?
เรื่องนี่สอนผมว่าเราแม่งเอาเวลา ความคิด หัวของเราเนี่ย ไปเลือกมองสิ่งสำคัญ (ไฮไลท์) สิ่งดีๆที่เกิดขึ่นได้แทนที่จะมองเรื่องทุกข์ๆ ให้วันดีๆนั้นเสียไปเปล่าๆ
🤟🏼🫶🏻🫶🏻💕💕
อีก 1 Activity ที่ผมเพิ่งค้นพบว่าเป็นการให้เวลากับตัวเองที่ดีที่สุด เป็นกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่คนเราไม่ค่อยทำกันคือ การเขียนไดอารี่
ทำแล้วรู้สึกนิ่งขึ้น เราได้ recall เรื่องที่เราผ่านมา การซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองที่ได้พบเจอสิ่งต่างๆในแต่ละวัน
การ stretch ก็ฝึก strength ได้เช่นกัน
แต่ต้องทำมากกว่า 30 นาทีเลย
1 ในบทความเว็บ mises ที่ผมแนะนำเป็นอย่างมากคืออันนี้ครับ มีเรียงเป็นไทม์ไลน์เลยว่าแต่ละรัฐบาลที่ออกกฎหมายมา intervene เกี่ยวกับการแพทย์มันส่งผลต่อ cost อย่างไรบ้าง
https://mises.org/wire/how-government-regulations-made-healthcare-so-expensive
ฝากด้วยเด้อคับ
อ่าน Key of success ของ Napoleon Hill
ทีนี้มีวรรคนึง ประมาณว่า
"ถ้าท่านมีความตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อค่าแรงขั้นต่ำที่มากขึ้น นั่นหมายว่า ทั้งที่มึงมีปัญญาที่จะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ได้ แต่เสือกกดคุณค่าของตัวเองให้เป็นแค่ลูกจ้างคอยเรียกร้องเศษตังที่เพิ่มขึ้นจากอีลิทใน Matrix มึงแม่งกระจอกว่ะ"
คำไม่ได้แรงขนาดนั้นครับ แต่ผมจับใจความได้เช่นนี้ 




