Profile: bdcdd365...

ไปเจอช่องนี้มาครับ ชอบมากเลยอยากแชร์

https://youtu.be/JSLITDVTh9M?si=uE9tVAczn3voAj-D

อันนี้ Growth Mindset #siamstr

https://youtu.be/pEj8OLwfF4M?si=lFafUZeQUfII_as5

Replying to Avatar Somnuke

ราคาบ้านมันอยู่ในจุดที่คนส่วนใหญ่เกินจะเอื้อมถึงแล้ว

ทุกวันนี้มันไปกันใหญ่แล้ว การจะมีบ้านหลังน้อยๆ ซักหลังกลายเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ สำหรับคนวัย 30-40 ปี แบบผม ที่ควรจะมีบ้านเล็กๆ สักหลัง มีลูกอย่างน้อย 1 คน

แต่กลับไม่มีอะไรเลย...เข้าวัยกลางคนแล้วส่วนใหญ่ยังสร้างเนื้อสร้างตัวกันไม่ได้ จะเก็บเงินซื้อสดก็ไม่มีวันไล่ราคาบ้านทัน จะกู้ซื้อก็ต้องกัดฟันอยู่แบบอัตคัทขัดสนไปจนเกษียณ

ส่วนคนที่เก่งกว่าค่าเฉลี่ยของประชากร ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีรายได้สูงซึ่งมีสัดส่วนน้อยมาก ก็จะกว้านไล่ซื้อที่ดินมาถือครองให้มากที่สุด ซื้อแล้วก็ไม่ได้อยู่อาศัย บางคนแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ ทำไปทำไมกัน?

ใครหลายคนคงคิดว่ามันคือเรื่องปกติ เดี๋ยวนี้ราคาที่ดินมันก็แพงแบบนี้แหละ เพราะความเจริญมันเข้าถึง มูลค่ามันเลยเพิ่ม

แต่จริงๆ แล้วมันโคตรผิดปกติ ทุกคนกำลังซื้อมันในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงไปหลายเท่า เพราะมันกำลังถูกใช้งาน "ผิดประเภท" มันมีความต้องการแฝงจำนวนมหาศาลที่แอบซ่อนอยู่

ตอนนี้แทบไม่เหลือโอกาสให้เราซื้อของถูกหรือในราคาที่เหมาะสม เหมือนคนรุ่น Baby Boomers หรือ GenX เคยมี เพราะมันถูก "แย่ง" ซื้อจนผลักราคาไปไกล แม้ในพื้นที่ทุรกันดารมันก็ยังมีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น

คงมีแค่ไม่ถึง 1% ของประชากรที่สามารถซื้อบ้านหรือที่ดินได้โดยไม่เป็นหนี้ ผู้คนทั่วไปทำงานทั้งชีวิตแต่สามารถซื้อที่ดินได้แค่แปลงเดียว และจะซื้อได้ด้วยการกู้เท่านั้น ซึ่งต้องผ่อนไปจนเกษียณ ได้เป็นเจ้าของบ้านจริงๆ แค่ไม่กี่ปีก็ตายห่าน

และมันยากขึ้นทุกวันๆ หลายคนก็ขยันทำมาหากิน ดิ้นรนทุกวิธีทางแล้วแต่มันไม่พอ เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้คนทำงานทั้งชีวิต ทั้งที่หน้าที่การงานรวมถึงรายได้ก็โอเค แต่ไม่มีปัญญาซื้อบ้านได้สักหลัง

ที่ดินมันแพงมหาโหดเพราะ demand ที่ควรจะมาจากแค่ 1 ความต้องการ มันกลับมาจากความต้องการถึง 3 ส่วน

1. เพื่อใช้ประโยชน์ เช่น อยู่อาศัย ทำธุรกิจ ทำเกษตร ทำนู่นนี่

2. เพื่อรักษามูลค่า (store of value) แทนเงินที่มันเสื่อมค่าตามกาลเวลา

3. เพื่อเก็งกำไร

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตั้งต้นมาจากสาเหตุเดียว คือ เพราะเรามี "เงินมันเxี้ย" มันไม่สามารถเก็บรักษามูลค่าได้ ผู้คนจึงต้องหาอย่างอื่นมาเก็บรักษาความมั่งคั่งแทนเงิน ซึ่งอันดับ 1 หวยมันไปตกอยู่ที่ "ที่ดิน"

มันเก็บรักษามูลค่ามั่นคงที่สุด เสี่ยงน้อยที่สุด คงทนข้ามผ่านกาลเวลาและส่งต่อให้คนรุ่นหลังในครอบครัวได้ ถ้าไม่เกิดสงคราม หรือรัฐบาลเพี้ยนไล่ยึดที่ดินประชาชน ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

ข้อ 2 กับ 3 นี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้มันแพง คนร่ำรวยทุกคนไม่ได้ซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือใช้งาน

นึกๆ ไป คนในยุคหินอาจจะมีชีวิตที่ดีกว่าเรา ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย บ้านก็ไปจองที่ว่างๆ ในถ้ำเอา เดือนๆ นึงทำงานไม่กี่วันพอ ไปล่าวัวแพะแกะกวางมาซักตัว แล้วตากแห้ง กินทั้งครอบครัวได้เป็นอาทิตย์ หมดแล้วก็ค่อยออกไปล่าใหม่ ไม่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ฝ่ารถติดออกไปทำงานแทบทุกวัน ไม่เหลือเวลาให้ครอบครัว เพื่อแค่มีกินไปวันๆ และรู้ตัวอีกทีว่าสิ้นเดือนมันไม่พอแดก

เมื่อวันนึงโลกเรากลับมามี "เงินที่ดี" อีกครั้ง

demand ในส่วน store of value และ เก็งกำไร ก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะผู้คนไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินทำหน้าที่เก็บรักษามูลค่าแทน "เงิน" ที่เสื่อมค่าลงทุกวัน

คนก็จะตัดสินใจซื้อเพื่อแค่อาศัยกันมากขึ้น ราคาที่ดินมันก็จะสมเหตุสมผลมากขึ้น ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่คนแย่งซื้อกันเป็นบ้าเป็นบอ คนทั่วไปที่ต้องการแค่อยู่อาศัยก็ไม่มีกำลังพอจะไปแย่งด้วย

เรากำลังถูกบังคับให้ใช้ "เงินเฟียต" ที่ไม่มีคุณสมบัติดีพอที่จะเป็นเงิน มันคือตัวการที่นำพาความล่มสลายมาสู่อารยธรรมมนุษย์ในแทบทุกส่วน และที่ดินเป็นแค่เพียงตัวอย่างเดียว

Fix the money fix the world

#Siamstr

สมัยทวดผมที่ดินยังยกให้เพื่อนหรือคนรู้กันปกติเลยครับ เนื่องจากบางครั้งจองที่ได้แล้วก็จริงแต่ไม่สามารถไปดูแล ถางป่า ปลูกต้นไม้ ได้บ่อยๆ หรือหากเดินทางลำบากก็ยกให้คนอื่นไปฟรีๆ เลย

แวะมาอวดสักหน่อย

A : จับครั้งแรกแล้วมือสั่นเลยครับ

B : หนังสือขลังหรอ?

A : ป่าวทั้งหนักทั้งหนาเลย

ป.ล. เล่นเองตบเอง 🤣

#Siamstr

ว่าด้วยเรื่องเบิกเนตร (Level 1) สมัยม.ปลาย เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยเจอหรือเห็นเหตุการณ์แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในโรงเรียนต่างๆ ในช่วงไม่กี่ปีก่อน ผมก็เคยเป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มนั้น ที่เชื่อว่าต้องมีรัฐบาลที่ดีที่คอยดูแลช่วยเหลือประชาชน คนไม่ดีไม่ควรเข้ามาเป็นรัฐบาล

มาคิดดูความคิดผมในสมัยนั้นมันคงจะเป็นความชื่นชอบเผด็จการที่เป็นคนดี (ในความคิดผมนะ อิอิ) นะ ทำไมผมถึงคิดว่าผมเป็นแบบนั้นนะหรอ เพราะ สมัยก่อนผมเคยชื่นชอบตัวละครใน Death Note อย่าง ยางามิ ไลท์ และค่อนข้างเห็นด้วยกับการกระทำของไอหมอนี่มากที่ใช้พลังอำนาจที่ตนได้รับมาอย่างสมุดมรณะ Death Note ในการพิพากษา คนเลวไปให้หมดจากโลก หรือ อย่างใน HxH ผมก็ชื่นชอบการกระทำของเมลเอม หรือราชามด เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งมีชีวิตที่แกร่งอันดับต้นๆ ของโลก แถมมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลก โดยจะทำให้ความไม่สมเหตุสมผลหายไป (รู้สึกจะหมายถึงความเหลื่อมล้ำ) และจะใช้พลังปกป้องคนที่ควรมีชีวิต แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับไม้ตายของ ประธาน เนเทโล่ ซึ่งผมในตอนนั้นไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเนเทโล่เลย แถมประธานแกก็ยังพูดทิ้งท้ายไว้ว่า "อย่าดูถูกมนุษย์" ผมอ่านแล้วแบบอะไรว่ะ

https://youtu.be/NK5ayU-aL5Y?si=7z5sIQ6sJ6jcFyKc

จนกระทั่งได้เบิกเนตร (Level 2) จากการศึกษา Bitcoin และ เศรษฐศาสตร์ออสเตรียน ถึงได้รู้ว่ามันไม่ควรที่จะมีเผด็จการเลยไม่ว่าเผด็จการนั้นจะเป็นคนดีหรือไม่ก็ตาม ทุกอย่างมันควรถูกตัดสินด้วยธรรมชาติอย่างกลไกตลาดเสรี และไม่ควรมีใครเข้าไปยุ่งกับมันเพราะมันจะจัดการตัวมันเอง และมันทำให้คำพูดของประธาน เนเทโล่ มี Impact ต่อขึ้นผมเป็นอย่างมาก จากที่ไม่ชอบกลายเป็นโคตรชอบเลย อย่างคำว่า "อย่าดูถูกมนุษย์"

ป.ล.นั่งย้อนความทรงจำเล่นๆ แต่ก็ได้ข้อคิดว่า ในอดีตฉันเคยดูถูกมนุษย์สินะ

GN ครับ #Siamstr

ตอนแรกก็ว่าจะไม่เล่นล่ะ เพราะผมเคยส่งคลิปป้ายยาเพื่อนหลายคลิปมากเลย 55555

ต้องบอกก่อนว่า สมัยก่อนในหัวผมมีทั้งขวาทั้งซ้าย แต่เอียงไปทางขวาอย่างทุนนิยมมากกว่า ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเลือกยืนฝั่งไหนดี เวลาที่ส่งคลิปให้เพื่อนที่เป็นฝั่งซ้าย แล้วเขาแสดงความคิดเห็นมา ซึ่งผมก็ไม่กล้าที่จะแสดงความเห็นของตัวเองกลับไป เพราะกลัวความขัดแย้งและไม่อยากทะเลาะกันกับเพื่อน

จนกระทั่งได้ดูคลิปนี้ ในช่วงนาทีที่ 27:20-32:20 มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกไป เริ่มกล้าที่จะแสดงจุดยืนว่าตัวเองจะอยู่ฝั่งไหนและตอบโต้แบบไม่กลัวความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ถึงหลังจากนั้นจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริงๆ เพราะอุดมการณ์ของผม คือ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว มนุษย์ควรที่จะฝ่าฟันอุปสรรคและก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นความเท่าเทียมก็ไม่มีจริง ส่วนเขามองว่าทุกคนควรมีต้นทุนในการเริ่มต้นชีวิตจากการช่วยเหลือของรัฐอย่างเท่าเทียม ถ้าคนเราไม่มีทุนเริ่มต้นเลยจะทำอะไรได้ ก็วนอยู่ใน Loop เดิมๆ ความเหลื่อมล้ำควรที่จะหายไปและผมก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนไปสักพักใหญ่เลย

สุดท้ายก็กลับมาคุยกันแลกเปลี่ยนกันถึงจะเปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้ 100 % แต่ความคิดความเข้าใจของเขาก็เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะเลยครับ ปัจจุบันก็ยังส่งคลิปให้เพื่อนอยู่เรื่อยๆ นะครับ แต่ผมขยาย Scale ขึ้นจากที่เป็นในแชทกับเพื่อนไม่กี่คนเป็นตัดคลิปบางช่วงมาลงใน IG story แบบ Close Friends เลย ถึงหลายๆ คนจะชอบปัดทิ้งก็เถอะ 55555 หวังว่าสักวันจะสำเร็จ #Thailandzapathon #Siamstr

https://youtu.be/b1KoZC9SIlk?si=KAbJ5WkiL7Je4b-4

GN ผมนั่งดูคลิปนี้วนมา 3 ติดแล้ว เหมือนโดนสะกดจิตเลย 55555 #siamstr

https://www.youtube.com/live/_wGENReV6NQ?si=Jnp-vAcWmp879TfK

เคยเป็นเหมือนกันครับ สมัยประถมนี่หนักเลย ที่บ้านพาเข้าวัดทำบุญ พอฟังพระเทศน์บ่อยๆ ละรู้สึกปลงและเบื่อหน่ายกับชีวิตมากครับ ช่วงนั้นใช้ชีวิตไปวันๆ แบบไม่ทำอะไรเลย แต่จุดเปลี่ยนคงเป็นตอนนั้นเพื่อนชวนดูอนิเมะ แต่ผมก็ดูสนุกๆ ไม่ได้อะไร จนกระทั่งได้ดูแนวโชเน็นอย่าง นารูโตะ หลังจากนั้นก็เริ่มกลายเป็นคนที่มีไฟในการใช้ชีวิตเลยครับ 😆

GM เขียนแปะไว้เรียกสติตัวเองสักหน่อย

“ God is dead ! ”

- Friedrich Nietzsche

#Siamstr

Replying to Avatar HereTong

ยาสีฟันเลือกจากสมุนไพรก็ได้ครับ ถ้ายังอยากใช้อยู่ แต่พลิกดูฉลากก่อน แต่เอาจริงๆแล้ว ใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกก็ได้ครับ ที่้เป็นสกัดเย็น

เราเรียกว่า oil pulling ใช้น้ำมันสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ (ช้อนโต๊ะที่อเมริกันใช้ตวงเบเกอรี่) กลั้วในช่องปากให้ทั่วทุกซี่ฟัน อาจจะสัก 10-20 นาที เชคฟิลลิ่งเอาครับ ว่าน้ำมันหนืดๆผสมกับน้ำลายเราจนได้ฟิล เจือจางเบาๆแล้ว ก็บ้วนออกได้

เราอาจรู้สึกแปลกใจว่าทำไมน้ำมันทำแบบนี่ได้ นั่นเพราะน่ำมันมะพร้าวเป็นกรดไขมันสายกลางชนิดนึงนั่นเองครับ

เอาจริงๆ oil pulling ทำความสะอาดช่องปากได้ทั่วถึงกว่าการแปรงฟันอีก เพราะการแปรงฟันทำความสะอาดได้ราวๆ 10% เท่านั้นเอง เขาจึงมีการขายน้ำยาบ้วนปาก ซึ่งนั่นคือระเบิด emc ดีๆนี่เองครับ ที่บอมบ์ทุกเชื้อในปาก ดีเลวไปหมดเกลี้ยง การใช้น้ำมันวกัดเย็นธรรมชาติจะไม่รุนแรงขนาดนั้นและตัวดีๆบางตัวก็ยังหลงเหลือได้และทำประโยชน์ให้ช่องปากต่อไป

วงการแพทย์ยอมรับ oil pulling อยู่แล้วเพียงแค่ FIAT ยังพยายามหาคำขู่ออกมาใส่ไฟ เพราะตลาดน้ำยาบ้วนปาก+ยาสีฟัน มันมูลค่าสูงมาก นั่นเองครับ

#siamstr

เอ๊ะ เม้นนี้ เอาไปเป็น note ได้เลยนะเนี่ย 5555555566

ขอบคุณครับ อ่านจบผมนี่รีบไป เอาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่แม่ให้ไว้ทาหน้า มาลองบ้วนเลย และผมก็ยังไม่แปรงฟันตอนเช้าพอดี 55555

เพิ่งสังเกตว่าเรื่องนี้มีคนชื่อคุ้นๆ 🤣

ชื่อเรื่อง : Classroom of the Elite Season 3

#Siamstr #Siamanimestr #Thanimestr

ยี่ห้อนี้ทนจริงครับ ถ้ารักษาดีๆ เนื้อผ้าค่อนข้างนุ่มใส่สบาย แต่สมัยผมเรียนผมชอบใส่เหยียบส้นมันเลยขาดเป็นรูไวกว่าปกติ(เพิ่มรูระบายอากาศไปในตัว555) ดอกยางค่อนจางไวถ้าเล่นกีฬาเยอะๆ ช่วงหลังที่บ้านเลยให้เปลี่ยนมาใช้นันยางแทน ซึ่งทนกว่ามากเหยียบส้นตั้งนานไม่มีรูเลย ดอกยางก็อยู่นานมากแทบไม่จางเลย แต่เรื่องความใส่สบายนี่สู้ Breaker ไม่ได้เลยครับ นันยางส่วนที่เป็นผ้านี่โคตรแข็งเลย

Replying to Avatar cb6fe1d1...

สวัสดีเพื่อนๆ #siamstr ผมเพิ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นมาครับ ใกล้ๆ แค่ศรีราชานี่เอง #Sriracha #Japanshrine #Thailand

เคยได้ยินมาซักพักแล้ว ว่าที่นี่มีคนญี่ปุ่นเข้ามาทำงานเยอะ จนรวมตัวกันเป็นคอมมูนิตี้ขึ้นมา มีศาลเจ้ามาตั้ง และมีงานเทศกาลแห่เกี้ยวเทพเจ้า มีนักบวชจากญี่ปุ่นมาทำพิธีให้ถึงที่ด้วย ครั้งนี้เลยอยากมาชมด้วยตัวเอง

องค์เทพประจำศาลเจ้าศรีราชานั้นมี 2 องค์ครับ องค์แรกนี่ผมมั่นใจว่าหลายคนได้เจอท่านทุกเช้า อะมาเทราสึ หรือเทพแห่งดวงอาทิตย์นั่นเอง อีกองค์คือ อุกะโนะมิทามะ เทพแห่งเกษตรกรรม (ที่ปัจจุบันเป็นเทพแห่งการค้าขายด้วย คิดว่าเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป)

เคนได้ยินคนไทยบางส่วนเรียกที่นี่ว่าเป็น little Japan แต่ผมกลับรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นที่นี่เขาค่อนข้างปรับตัว และอยู่ร่วมกับคนที่นี่แบบกลมกลืนจนเหมือนเป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็พอสื่อสารภาษาไทยได้ (มากบ้าง น้อยบ้าง)

แล้วถ้าเพื่อนๆ ได้มาเห็นส่วนของศาลเจ้าหลักของที่นี่จะยิ่งเข้าใจ เพราะเขาใช้เนื้อที่แค่ 1 ตึกแถวเท่านั้น กลมกลืนกับบ้านเรือนร้านค้าแถบนั้นอย่างไม่เคอะเขิน

ก่อนจะมาร่วมขบวนแห่ตรงนี้ ผมก็ลองเดินเล่นรอบๆ พบว่าตามตรอกซอกซอยก็มีร้านเล็ก (ที่เหล่าอินฟลูต่างๆ ชอบเรียกว่าร้านลับ) อยู่กันเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะร้านคาเฟ่ที่มีหลายรูปแบบมากๆ บางร้านมีคราฟเบียร์ด้วย ได้ทั้งเช้ายันค่ำ

ใครชอบฟีลแบบเที่ยวเมืองเล็ก ไม่วุ่นวาย ลองมานี่ซักคืนก็เหมาะครับ ส่วนผมขอตัวไปบูชาเทพดวงอาทิตย์ (อาบแดดเช้านั่นแหละ) ต่อล่ะครับ GM ทุกท่าน

I've heard for a while that many Japanese people come here to work and form a community. They even have a shrine and festivals related to their deities. I wanted to see it for myself this time.

The shrine in Sri Racha has two main deities. The first one is Amaterasu, the goddess of the sun. The other is Ukanomitama, the deity of agriculture (currently associated with commerce, perhaps due to changing times).

Some Thais refer to this place as 'Little Japan,' but I feel that the Japanese here have adapted and integrated with the locals so well that it feels like a cohesive community. Most can communicate in Thai to some extent.

If you get to see the main shrine here, you'll understand. It occupies only one row of buildings, blending seamlessly with the local residences and shops.

Before joining the procession, I explored the alleys and found many small hidden shops, especially various types of cafes, some even serving beer in the morning and evening.

If you enjoy the feel of a small, calm town, you might want to try spending a night here.

https://video.nostr.build/3e9d5cd306c90a289e7f303f122bedddf925d22726592530ff9a4ad32fb7014d.mp4

ผมพึ่งจะรู้ว่ามีแบบนี้ด้วยเนี่ยแหละ 5555

GM ครับพี่ ฟิตตั้งแต่เช้าเลย 🏀