Profile: bdcdd365...

หลังจากวันหยุดปีใหม่ผ่านพ้นไป วันต่อมาผมก็ขับรถไปเรียนตามปกติ ปรากฏว่าตอนเข้าวงเวียนไปแล้ว มีรถบัสที่มาจากอีกทางทำท่าจะไม่หยุดจนเกือบชนกัน แต่ก็ไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นเนื่องจากผมชะลอรถทัน ผมคิดในใจว่า " เปิดเรียนวันแรกของปีก็ซวยแล้ว555 "

พออยู่ในช่วงระหว่างพักก็เอาหนังสือที่พกมาออกมาอ่านชื่อหนังสือว่า " THE RICHEST MAN IN BABYLON " และบทที่ผมกำลังจะอ่านต่อจากครั้งก่อนนั้นก็พูดถึงเรื่องโชคพอดี (โคตรบังเอิญ)

โดยมีเนื้อหาประมาณว่า ณ อาคารแห่งหนึ่งที่ชาวบาบิโลนชอบมาประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ นั้น ในวันนี้มีชายหนึ่งเสนอประเด็นเรื่องเรามีวิธีที่จะดึงดูดโชคได้หรือไม่ บางคนก็ตอบว่ามันแค่เรื่องบังเอิญ บางคนก็บอกว่าเทพธิดาบัลดาลให้ หัวหน้าในที่ประชุมก็ถามว่ามีใครเคยเจอทรัพย์สินโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามบ้าง ซึ่งในที่ประชุมก็มีแค่คนเดียวคือคนที่บังเอิญเก็บเงินที่หล่นได้ นอกจากนั้นก็ไม่มีเลย ต่อมาก็มีชายหนึ่งเสนอเรื่องการพนันขึ้นมาแต่ทุกคนก็สรุปได้ว่าสุดท้ายยังไงเจ้ามือก็ชนะเสมอ และคนที่ประสบความสำเร็จในบาบิโลนก็ไม่ได้เริ่มต้นความสำเร็จจากการพนัน

ถัดมาก็พูดถึงแวดวงการทำธุรกิจโดยมีพ่อค้าคนหนึ่งพูดถึงโอกาสหรือความสำเร็จที่เราเกือบจะได้แต่มันก็หลุดมือไป ซึ่งหลายๆ คนในที่ประชุมก็เคยเจอเหมือนกัน พ่อค้าก็เล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเคยเจอว่าสมัยวัยรุ่น พ่อของเขาแนะนำให้เขาลงทุนในโครงการซื้อที่ดินของคนที่พ่อเขารู้จัก ซึ่งเหมือนว่าพ่อของเขาจะประเมินความเสี่ยงไว้แล้วถึงมั่นใจขนาดนั้นและพ่อของพ่อค้าก็ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนตนสมัยวัยรุ่นที่ไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรเลยจนรู้ตัวอีกทีก็แก่แล้ว แต่พ่อค้าสมัยวัยรุ่นก็ลังเลเพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะและก็ได้นำเงินไปซื้อเสื้อพรีเมี่ยมตัวหนึ่งมา.......

และในภายหลังโครงการนั้นก็สร้างกำไรมหาศาลจนพ่อค้าต้องมาเสียใจภายหลังที่ปล่อยให้โชคลาภหลุดลอยไป และคนในที่ประชุมก็เรียกคนที่ไม่คว้าโอกาสและปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปว่า "คนผัดวันประกันพรุ่ง" ซึ่งปัจจุบันเหมือนว่าพ่อค้าคนนั้นจะประสบณ์ความสำเร็จและเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่งได้แล้วนั่นเอง และทุกคนในที่ประชุมก็สรุปกันได้ว่าเราสามารถดึงดูดโชคลาภได้ด้วยการยอมรับโอกาสที่เข้ามา

และอีกเรื่องที่พึ่งนึกได้จากการดูอนิเมะเรื่อง Zom 100 ~100 สิ่งที่อยากทำก่อนจะกลายเป็นซอมบี้~ตอนที่ 11 ที่นางเอกมีการพูดถึงทฤษฎีการมุ่งเน้นการรับรู้ ที่เอาไว้อธิบายเรื่องโชคแบบวิทยาศาสตร์ (ผมไม่รู้ว่ามันมีทฤษฎีนี้จริงป่าวนะยังไม่ได้ค้น555) ไว้ประมาณว่า ยิ่งเราคิดถึงตัวเราในวันข้างหน้าและคนรอบข้างรวมถึงสังคมในอนาคตมากขึ้นเท่าไร ในเวลาที่เรากำลังเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ เราก็ยิ่งมีโอกาสโชคดีมากขึ้นเท่านั้น

ผมมองว่าทฤษฎีมันน่าสนใจดีนะเหมือนกับการเพิ่มความน่าจะเป็น ถ้าให้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คงจะเป็นยิ่งเราซื้อหวยมากขึ้นเท่าไรเราก็มีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้นเท่านั้น แต่ทฤษฎีนี้จะเปลี่ยนจากหวยเป็นคนในสังคมที่อยู่รอบตัวเรารวมไปถึงตัวเราเองด้วยนั่นเอง

https://youtu.be/4Dskqa5Aokg?si=dP2_Ujx2ub13d3Ap

ทั้งหมดนี่ก็เป็นมุมมองเรื่องโชคที่ผมไปรู้มาและอยากนำมาแชร์ครับ

#Siamstr #Siamanimestr #Thanimestr

HNY คลิปโคตรคุณภาพเลยครับ ไว้จะเอาไปป้ายยาชาวบ้านนะครับ

ปล.พึ่งจะรู้ว่าพี่มีช่อง Youtube ด้วย กดติดตามเรียบร้อยครับ 😄

ค่าไฟพุ่ง !

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

พระเจ้ามีจริงหรือไม่ ?

จากมุมมองของ Friedrich Nietzsche ที่ปฏิเสธกฏหรือศีลธรรมของเหล่า Christian จากยุคศาสนนิยม สู่ ยุคปฏิวัติอุตสหกรรม กับการตอบคำถามที่ว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่ ?

และสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งที่ดูคล้ายกันคือเหล่า Atheist(อเทวนิยม) ผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ในพระเจ้า คนเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของลัทธิสุญกาศ หรือแนวคิด สุญนิยม (Nihilism)

ในด้านตัวของนิทเช่เองนิยามตัวเองว่าเป็นผู้ฝักใฝ่หรือสร้างตัวตนอีกแขนงหนึ่งขึ้นมาคือ อัตถิภาวะนิยม(Existentialism) ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับ สุญนิยม(Nihilism) โดยสิ้นเชิง

ดังนั้นคำว่าพระเจ้าตายแล้วและการมองเข้าไปในตัวของเค้าคือควายตาย ผู้หลั่งเลือดพระเจ้านั้นคือเรา ไม่ได้แสดงเจตจำนงแห่งชัยชนะของเหล่ามวลมนุษย์แต่อย่างใด

ในด้านกลับกันมุมมองที่ว่าเราได้ฆ่าพระเจ้าไม่ได้สิ้นสุดแค่นั้น

เพียงแต่ประโยคสั้นๆที่ว่า “God is dead,He Remains dead and we have killed him”

ถูกปู้ยี้ปู้ยำโดยลัทธิ Postmodernism(ลัทธิหลังโลกสมัยใหม่) ประโยคนี้ถูกใช้จากพวก Woke, LGBTQ+ หรือ กระทั่งพวกลัทธิไร้ศาสนาในปัจจุบัน

ซึ่งเป็นความเข้าใจและการตีความที่ผิด เหมือนกับการฟังพรรคก้าวไกลและเห็นความดีงามของพวกสังคมนิยม

นี่ถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจที่สุด ของเหล่าลัทธิที่หลงตัวเอง และ มองไม่เห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของความทุกข์ หรือ มองว่าชีวิตคือความสุข

“To live is to suffer; to survive is to find some meaning in the suffering.”

และเมื่อเราอ่านเนื้อในประโยคจริง ของ นิทเช่ถูกกล่าวไว้ดังนี้

“God is dead. God remains dead. And we have killed him. How shall we comfort ourselves, the murderers of all murderers? What was holiest and mightiest of all that the world has yet owned has bled to death under our knives: who will wipe this blood off us? What water is there for us to clean ourselves? What festivals of atonement, what sacred games shall we have to invent? Is not the greatness of this deed too great for us? Must we ourselves not become gods simply to appear worthy of it?”

“พระเจ้าได้ตายลงไปแล้ว พระเจ้ายังเป็นความตาย และ เราคือผู้ที่ฆ่าพวกเค้า พวกเรากล้าที่จะสุขสบายได้อย่างไร ฆาตรกรในหมู่เหล่าฆาตรกร สิ่งที่ดูศักดื์สิทธิ์และทรงพลังแห่งโลกาถูกปักโดยมีดของเหล่ามวลมนุษย์ ใครจะเช็ดคราบเลือดนั้น? น้ำวิเศษจากที่ไหนจะช่วยชำระล้างตัวเรา? เทศกาลใดจะช่วยให้เราไถ่โทษ สิ่งใดจะทำให้เรารอดพ้นเพื่อเป็นการอุทศแก่พระเจ้า? ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดของความเป็นตัวเราหรอกหรือ? ต้องเป็นเรา ตัวเราที่คู่ควรกับการเป็นผู้ที่เทียบเคียงและคู่ควรกับพระเจ้า“

นี่คือประโยคเต็มที่เราพึงระลึกมันไว้

#siamstr #siamstrOG

พระเจ้าเปรียบเสมือนความรู้สึกนึกคิดที่คอยควบคุมชีวิตเราอยู่ เมื่อเรามีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองก็เปรียบเสมือนเราได้ฆ่าพระเจ้าไปแล้ว

ดังนั้นแล้วเราจะใช้ชีวิตอย่างไรเมื่อไม่มีพระเจ้ามาคอยควบคุมแล้ว

เราจะรับผิดชอบต่อความรู้สึกนึกคิดของเราที่เกิดขึ้นมาแล้วได้อย่างไรเมื่อไม่มีอะไรมาคอยควบคุมเราแล้ว จึงต้องเป็นตัวเราเองที่แหละที่จะควบคุมและกำหนดชะตาชีวิตของเราเอง

ปล.อันนี้มาจากการตีความของผมเองที่ไม่รู้ว่าถูกต้องมั้ย หากผิดพลาดก็ขออภัยและช่วยแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ

#reflecting2023

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างมาอ่าน Nostr อีกละ ล่าสุดที่จำได้คงมาแค่คอมเมนต์ Note ลุงสมนึก ที่เหลือดองยาวๆ เลย 555

วันนี้ว่างมาเปิดดูเห็นเขาเขียนอะไรกันก็ไม่รู้เต็มไปหมด ไหนๆ ว่างแล้วก็มาเขียนไว้สักหน่อย

ช่วงต้นปีถึงกลางปีผมก็ไม่มีอะไรมากมีแค่ Stack Sats กับสิงอยู่ในกลุ่ม Siamese Bitcoiners แบบเงียบๆ จนกระทั่งเห็นคลิปในช่อง Right Shift เกี่ยวกับ Nostr ไอเราก็เห็นว่าแปลกดีเลยลองทำตาม เข้ามาแรกๆ ก็งงไปหมด แต่ก็ได้ชาว #Siamstr แนะนำหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้ก็ยังเข้าใจไม่หมดหรอก แต่ก็พอใช้เป็นและตั้งแต่นั้นมาชีวิตช่วงครึ่งปีหลังก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อได้อ่าน Note ยาวๆ ของแต่ละคน ผมกลายเป็นคนที่ชอบซื้อหนังสือมาอ่านจากที่เมื่อก่อนไม่คิดจะซื้อเลย คิดว่าฟัง Youtube เอาก็พอละ กลายเป็นคนที่แทบไม่เข้าร้านสะดวกซื้อเลยถ้าไม่จำเป็นจากเมื่อก่อนหิวทีไรก็ต้องเข้าไปหาไรกินเล่นประจำ กลายเป็นไอบ้าที่ชอบต้มไข่กินเกือบทุกวัน กลายเป็นคนที่แทบไม่แตะ Facebook เลย (นานๆ เข้าที) กลายเป็นคนที่ไม่อยากแตะนม UHT กับ พาสเจอไรซ์ เลยจากที่เมื่อก่อนดื่มประจำ ต้องขอบคุณคุณหมอ nostr:npub1kd95gzpy65t7cndx43nlxxtahj0s8kpdwr77kl6tw7gfht8mjensyh5l62

ผมดีใจที่ได้เข้ามาในนี้นะก่อนหน้านี้รู้สึกเหมือนแกะดำที่ทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้านเลย ผมเป็นคนที่ชอบเก็บเงินและมักมีคนรู้จักชอบถามว่าจะเก็บเงินไปทำไมนักหนา ทำไมไม่เอามาใช้ (ก็อยากเก็บไว้ใช้ทำสิ่งที่อยากใช้จริงๆ) ผมเป็นคนที่ดูแลสุขภาพและชอบออกกำลังกายก็มักจะมีคนรู้จักถามว่าทำไปทำไม (ก็อยากมีหุ่นกับสุขภาพดีอะ) ผมเป็นคนที่ชอบมองอะไรแบบไกลๆ จนรอบตัวบางคนบอกมึงฝันอยู่ป่าววะ (ก็น่าจะฝันจริง ๆ แต่เพราะฝันนั่นแหละถึงมาถึงตรงนี้) ผมคนที่ไม่ชอบไปร้านเหล้าหรือเที่ยวกลางคืนก็มักมีคนถามว่าทำไมไม่ไป(ก็กูไม่อยากไปอะสาสสส)

แต่หลังจากที่เข้ามาในนี้แล้วเหมือนเจอแกะดำจากหลายๆที่ หลายๆวัยมารวมตัวกัน ชอบทำอะไรคล้ายๆกัน บางคนมีประสบการณ์ มี POW หรือมุมมองดีๆ ก็เอามาแชร์แบ่งปันกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แทบหาไม่ได้จากสื่ออื่นๆ เลย (ค่าเฉลี่ยที่คนไทยอ่านหนังสือ 8 บรรทัดต้องเพิ่มขึ้นแน่ๆ) ดีใจที่ได้เจอกับทุกคนนะครับถึงจะไม่เคยเจอตัวเป็นๆ เลย ผมอยากอ่านโน๊ตของทุกคนให้หมดเลย แต่พออ่านไปละหยุดไปสักพักก็มาใหม่เรื่อยๆ เลย เอาเป็นว่าจะพยายามอ่านให้ได้มากที่สุดละกัน 555 ในปีหน้าและปีต่อๆ ไปก็อยากอ่านโน๊ตของทุกคนอีกนะครับ

ปีหน้าผมจะไม่ขอให้ตัวเองหรือทุกคนรวยขึ้นแบบเงินหล่นมาจากฟ้าอะไรทำนองนั้นหรอก แต่จะขอให้ทุกคนพัฒนาต่อยอด POW ของตัวเองต่อไปอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแล้วเอามา Stack sats ส่วนใครที่ยังไม่เจอสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่อยากทำก็ขอให้หาเจอนะครับ

Happy New Year 2024

อ่านโน๊ตรีวิวหนัง Barbie (ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดู) และเรื่องเกี่ยวกับ Existentialism ของคุณ nostr:npub15wteale5c3zruyjan4qrur60ptyc2maa85hm24l4dn3g0mgzjzgsxp7s62 และ คุณ nostr:npub1p0glyrz85nu86gevlhrsg9t3pg5uhrhq3sgwjmy8mzq0k09m30pq2jv9kv แล้วนึกถึงคลิปของพระรูปหนึ่งที่ผมเคยแอบไปไถ่ Reel ใน IG เล่นอยู่พักหนึ่งละเจอคลิปนั้น เกี่ยวกับคำถามที่ว่ามนุษย์เราเกิดมาทำไม ซึ่งท่านตอบไว้ดีมากๆ ผมจึงไปไล่ค้นจนเจอคลิปเต็มในที่สุด และทราบว่าท่านคือพระไพศาล วิสาโล ครับ

ปล.ตอนนี้ยังไม่ว่างดูแต่ขอแปะไว้ก่อนครับ 555

นี่คลิปเต็มครับ

https://youtu.be/D6fOmBW-eok?si=U7o9s2YtbiV-9B2i

GM and GN #nostr

.

เห็นแล้วนึกถึง nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 (ตอนยังไม่เมา 5555)

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstr

#siamstrOG

#bitcoin

#siamesebitcoiners

GM คับ

Replying to Avatar Jingjo

ตื่นมาวันนี้รู้ตัวเลยว่าสภาพจิตใจไม่ปกติแน่ ๆ ทั้งจากหนังที่ดูก่อนนอนค่อนข้างรบกวนอารมณ์ได้ข้ามคืน และเรื่องอื่น ๆ ที่วน ๆ ในสมอง

พอฟ้าสางเลยไปยืนรับลมหนาวและแดดเช้าหน้าบ้านเงียบ ๆ ปรับอารมณ์ ยืนได้แปบเดียวมีป้าแก่ ๆ แถวบ้านมาตะโกนเรียกแกมบังคับให้ "ช่วยซื้อ" ข้าวหมากที่แกทำมาขาย ผมก็บอกผมไม่กิน จะซื้อทำไม แกก็เสียงดังใส่ว่าช่วยซื้อหน่อยเหอะ ไอ้เราก็รำคาญเลยบอกเอามาห่อนึงละกัน จบ ๆ แค่สิบบาทชิตคอยน์ แลกความเงียบของยามเช้าอันล้ำค่ากลับมา (โยนให้ไก่กินเรียบร้อย)

สุดท้ายเลยต้องใช้ไม้ตายด้วยการไปเล่นกับไก่ เอ้อ อารมณ์ดีขึ้นทันทีจริง ๆ แต่ดีได้ไม่ทันไรก็มีญาติเดินมาแจ้งข่าวไม่ดีกับแม่ว่ามีหลานคนนึงในตระกูลเพิ่งฆ่าตัวตายไปสด ๆ ร้อน ๆ

พอรู้รายละเอียดแล้วเรามองด้วย redpill lens ยิ่งหดหู่ เพราะเด็กคนนี้คือ byproduct ของสังคมที่เสื่อมทรามบิดเบี้ยว จนสุดท้ายก็เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยวัยเพียง 20 กว่า ๆ แบบที่พ่อกับแม่ตัวเองยังไม่รับรู้ด้วยซ้ำ เพราะหายสาบสูญติดต่อไม่ได้ไปพักใหญ่แล้ว เหลือแค่คุณตาแก่งกเงิ่นอยู่อีกฟากนึงของจังหวัดที่กำลังรอคอยอย่างไม่รู้ตัวให้ข่าวร้ายนี้เดินทางไปถึง

This is quite tragic.

ป.ล. ต้องหาอะไรเติมไฟแล้ววันนี้ ไม่งั้น #TheFiatStandard บท 17 ไม่เสร็จตามแพลนแน่วันนี้

Anyway, GM, #siamstr plebs

GM ครับ ผมว่าน่าจะต้องมีภาคต่อของรัฐไก่ที่ชื่อว่า “ วิ่งเล่นในรัฐไก่ ” แล้วนะครับ55555

สุดท้ายนี้ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ

Replying to Avatar Notoshi⚡

Good morning 🌄

#Siamstr

วันนี้มีอะไรมาฝากด้วย

https://advancednostrsearch.vercel.app/

เอาไว้หาโน๊ตเก่า ๆ เราได้กำหนดวันที่หรือคำที่เราเคยโน๊ตได้

ลองใช้กันดู

#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1460&blurhash=_4SijZo%3FnobX%25Lxc%25L%25Z4p%25JV%5DRkt5Mz-r_19GR%25RjIVk7%5E%25D%2B%25LRkM%7Ct6Rk%3FI%25LIVtQaxM%7Boc%7Eqa%24D%25WCM%7Bj%5BoLI.M%7CbEWBaxt7WC00xsjdbFxaRkk8Rg8%7C%25KRQM%7Ct6Rl&x=fe0b1eafb6462e09b042d99f53d0b3456a4c4d44c4b4d142ff8f49f67c8890f2

GM ครับ

GM ครับ ผมเคยดูแต่ดูไม่จบไม่ทราบว่านินจาเขียวนี่พลังอะไรครับ เคยเห็นคลิปสั้นที่นินจาเขียวมันถามอาจารย์เกี่ยวกับพลังของมันละอาจารย์มันตอบว่า Green ซึ่งผมก็ยังงงอยู่เลย55555

Replying to Avatar chontit

GM #siamstr 🌅

ค่าฟีในช่วงนี้ .. มันทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาประมาณ 2 ปีก่อน ที่เด็กน้อยคนนึงกำลังปลาบปลื้มใจที่ได้รู้จักการเก็บบิตคอยน์จริง ๆ บน Cold Storage เป็นครั้งแรก ๆ 🧡😊

ประกอบกับตอนนั้นมีกระดานเทรดหนึ่งที่ทำตัวเหมือนว่าเป็นพ่อพระนิสัยดี .. ให้ถอนบิตคอยน์ Onchain "โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมแม้แต่ satoshi เดียว"

ผลที่ตามมาก็คือ ... เราจะ stack sat ครั้งละ 500 ครั้งละ 1000 บาท เราก็จะโอนตรงยาวจนเข้าไปอยู่ใน UTXO เรียบร้อย ใน Wallet เดิมของผมมันเลยประกอบด้วย UTXO ขนาดเล็ก ๆ เต็มเลย 5555 🤣

วิธีการที่ผมใช้ในตอนนั้นก็คือ ..

ซื้อ BNB/BUSD ที่ Satangpro -> โอนไป FTX ผ่าน BSC -> Convert BNB/BUSD เป็น BTC ที่ FTX -> โอน BTC จาก FTX เข้า Cold Wallet (ฟรีค่าธรรมเนียม)

=============

จนกระทั่งความรู้ได้ถูก Upgrade จากจารย์ต๊ำใน CDC Bitcoin talk ช่วงประมาณตอนที่ 51-56 ที่เป็นรายละเอียดการทำงานเชิงเทคนิคอลทั้งหมด

ผมจึงเริ่มเข้าใจว่า UTXO มันทำงานยังไง, ทำไมค่าธรรมเนียมการโอนโดยมี Input 1 UTXO กับการโอนโดยมี Input 5 UTXO มันถึงไม่เท่ากันวะ?

ณ วินาทีนั้นผมมองเห็นเลยว่า .. ถ้าในอนาคตค่าฟีมันแพงมาก ๆ UTXO หลักหมื่นแซตของเรา มันจะเอาออกมาใช้ไม่ได้ เพราะส่วนที่จ่ายค่าฟีมันไม่พอ 5555

แต่ตอนนั้นมันมองไม่เห็นภาพหรอก เพราะค่าฟี 1 sat/vB ก็ได้รับการยืนยันในเวลาไม่เกิน 2-3 Block (และเป็นแบบนั้นทั้งปีอยู่หลายปี)

และใครที่สังเกต CDC Bitcoin talk ในตอนปัจจุบัน .. อาจารย์จะพูดเสมอว่า "ค่าฟีออนเซนมันควรต้องแพง .. ไม่งั้นไมเนอร์อยู่ไม่ได้ และคนใช้งานบิตคอยน์ที่โอนจ่ายครั้งละน้อย ๆ ก็จะใช้งานบน Lightning Network กันแทน" ซึ่งสังเกตจากค่าฟีเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ 85,890 sats/tx (600-30,000 sats/vB) ซึ่งแพงมากกกกกกเลยยยยยยยย 🫠

ถือว่าโชคดีที่รู้ตัวเมื่อยังไม่สาย ผมเลยตัดสินใจรวมธุรกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นธุรกรรมใหญ่ในช่วงค่าฟียังต่ำ ๆ อยู่ (1.03 sat/vB) ซึ่งแน่นอนว่าจ่ายค่าฟีไปหลักพันแซตเหมือนกันนะ (พูดเหมือนเยอะ)

=============

หลาย ๆ คนที่เข้ามาใหม่ในช่วงนี้อาจจะเกิดความสงสัยว่า "ทำไมไม่ใช้ Lightning" ในการ stack sat นะ ?

คือ .. เมื่อ 2 ปีก่อนนั้น คนที่จะใช้ LN ได้ก็เห็นจะมีแต่พี่เดชา พี่ตี๋ พี่ก่อน หรือต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถขั้นสู๊งงงงง..สูง และต้องมี LN Node ของตัวเองด้วย 🥹

แม้กระทั่ง LN Wallet แบบ Custodial (เช่น WOS, Alby) ยังหาผู้ให้บริการยากเลย ไม่ต้องพูดถึงแบบ Non-Custodial Wallet ที่เราเก็บคีย์เอง 5555

=============

สรุปว่า โน๊ตนี้ให้ประโยชน์อะไรกับผู้อ่านวะ .. อ่านเองยังงงเองเลย 5555

จุดประสงค์เดียวก็คืออยากบอกว่า "อย่าให้ขนาดของ UTXO ใน wallet ของเรามันเล็กเกินไป .. ไม่งั้นจะกลุ้มใจตอนได้ใช้งานบิตคอยน์" แค่นั้นครับ 🧡🙏

GM ครับ