Avatar
Chonlada
12e3b7cea4dabfefa35908317519dc7d3136559bf399d21610e3b6f3c2ae8688

วิ่ง เดิน วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง เดิน วิ่ง วิ่ง เดิน วิ่ง เดิน วิ่ง เดิน เดิน เดิน วิ่ง เดิน วิ่ง😅

สรุปจบ 5k, ที่ 53.44 kms

#siamstr

ตัวเองชอบเข้า primal แต่วันนี้นึกลองเข้า damus ดู ผลคือ หลายคอมเม้นที่เราไม่เห็นใน primal แต่ใน damus เห็น 🤔 อืมมม เม้นเป็นอาทิตย์แล้ว จะตอบกลับยังไงดี (คำนี้หน้าคุณอาร์มลอยมา 555) ,, primal จ๋าาา

Replying to Avatar tukjedsadatik

## ความภาคภูมิใจในตัวเอง

เมื่อคืนนี้ผมรู้สึกตกใจกับคำพูดๆนึงที่แฟนผมพูดกับผม ในขณะที่ผมกำลังนั่งประกอบฝากระติกน้ำของลูกอยู่บนโซฟาชั้นล่างของบ้าน

"ทำไม่ได้อ่ะ" ผมพูดออกมาหลังจากเริ่มประกอบฝากระติกน้ำได้ไม่นาน

"ตุ๊กยังไม่ได้ทำอะไรเลยแต่ตุ๊กพูดทำไม่ได้ก่อนแล้ว" แฟนผมพูดสวนขึ้นมา(จริงๆคือด่าแหละ) แต่ทำให้ผมรู้สึกฉงนมาซักพักนึง

_ใช่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย_

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในบางที หลายๆครั้งผมมักจะพลาดโอกาสจากคำพูดของตัวผมอีกคนนึงในจิตใจผม ทำให้ผมรู้สึกทำนู่นนี่นั่นไม่ได้ คนที่ผมแพ้คือตัวผมเอง

_พอมาย้อนระลึกมันมีเรื่องนึงที่ผมภูมิใจในตัวเองมากๆ_

ข่วงเรียนมหาลัยผมจำได้มันจะมีวิชานึงของคณะนิเทศศาสตร์ ที่มันเป็นเกี่ยวกับตัวเลข(เรียกว่าวิชาสแตรทมั้ยนะ ชื่อรหัสST อะไรซักอย่าง)ใช่ตัวเลขมันคือยาขมของผม ผมสอบตกได้Fโดยไม่ลังเล

ช่วงปีหนึ่งเกรดผมเหี้ยมาก รวมๆแล้วเกรด0กว่าๆ ผมมีชีวิตอยู่แบบเอื่อยๆ แต่พอใกล้ตายแล้วรู้สึกเหมือนศพกระตุก ในที่สุดผมก็ผ่านช่วงที่จะโดนซิ่วตอนปี1มาได้

ทีนี้มันมีวิชาเจ้ากรรมคือไอ้วิชาสแตรทนี่แหละ ที่ผมยังไม่ได้แก้F

สุดท้ายปัญหามันมีไว้แก้ไข ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมกลับมาเรียนวิชาสแตรท นี้อีกครั้งโดยมีเป้าหมายแค่ให้มันผ่าน

ช่วงนั้นผมตั้งใจอ่านหนังสือทำแบบฝึกหัดมาก

จนมีอยู่วันนึงช่วงสอบกลางภาคอาจารย์ประกาศคะแนนสอบว่าผมได้คะแนนเกือบเต็ม วินาทีนั้นสายตาของผู้คนที่มองผมเปลี่ยนไปทันที

(กูก็ตกใจตัวเองเหมือนกัน😂)...ผมคิดในใจ

ช่วงนั้นมีคนมาให้ผมสอนเยอะมาก แต่ผมสอนไม่ถูก สอนคนอื่นไม่เป็นด้วย(ใจผมยังคิดว่าฟลุ๊กด้วยซ้ำ)

สุดท้ายผมจบวิชานี้ด้วยคะแนน B+

ไอสัส มาหว่ะ

เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง(แต่เป็นความพยายามและผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจากการหนีตายนะ)

สุดท้ายผมเชื่อว่าคนเราจะรวยจนจะมั่งมี ความภาคภูมิใจในตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ

หากเราเติบใหญ่จากภายในที่มองเห็นคุณค่าของผู้อื่นและมองเห็นคุณค่าตัวเอง โดยไม่ทะนงตน

เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่งร้องไห้บนวัตถุอะไรซักอย่างที่คนอุปโลกให้มันมีคุณค่าขึ้นมา

...วันนี้ขอลองเปลี่ยนแนว...

T.tukjedsadatik

#ภาคภูมิใจอย่างบ้าคลั่ง

#siamstr

พี่ตุ๊กร่าง 2

อันนี้ก็พูดถูกเลยค่ะ

เป็นทาสนี่มันเหนื่อยจังเลยนะคับ

Replying to Avatar pango

"How the heart attack" (before sudden death)

หมอป๊อป DietDoctor Thailand

ณ วันที่ 30.06.67

# Introduction #

: หัวใจ (จากความรู้เดิม)

คือ จุดศูนย์กลางของระบบไหลเวียนเลือด

มีหน้าที่ทำให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย โดยอาศัยพลังงานในการดำรงชีวิต (ATP) จากการสร้างของ mitochondria จากทั้งในและนอก mito (ใน -ใช้ O2 via ETC / นอก -ไม่ใช้ O2 (glucose only))

ETC = Electron transport chain

Fact น่าขบคิด

: ทำไมยายุคปัจจุบัน (ยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ) แก้ปัญหาหัวใจวายเรื้อรังไม่ได้

: capillary หรือ หลอดเลือดแดงฝอย มีพื้นที่เกือบ 1 สนามฟุตบอล แค่แรงบีบตัวของหัวใจ ไม่สามารถทำให้เลือดเดินทางไปทั่วร่างกายและกลับมาที่หัวใจอีกครั้งได้

: Aorta และ Vena cava มีความเร็วการไหลเวียนเลือดเท่ากัน (จริงๆ ความเร็วต้องชะลอตัวลงหลังไหลผ่านที่ต่างๆ ของร่างกาย)

# เนื้อหา #

คำถาม 2 ข้อ

- เลือดไหลเวียนได้จากอะไร

- หน้าที่จริงๆ ของหัวใจ คือ อะไร

1. เลือดไหลเวียน ได้จาก ?

ทบทวน EZ zone (Exclusion zone)

EZ zone คือ เป็นสถานะที่ 4 ของน้ำ มีลักษณะเป็น gel สถานะนี้อยู่ระหว่าง solid กับ liquid มักพบบริเวณ hydrophilic surface (protein ในร่างกาย)

H2O แตกประจุ +/- = ชั้น gel

: ประจุ - = OH- (electron, e-)

: ประจุ + = H+

ชั้น gel มีลักษณะคล้ายขั้วแบตเตอรี่ ทำให้เกิดการไหลเวียนของน้ำได้เอง จากความต่างศักย์ไฟฟ้า ดังนั้น การไหลเวียนของเลือดจึงเกิดขึ้นได้เอง

ex ต้นไม้ดูดน้ำจากรากไปใช้ ก็ใช้หลักการนี้เช่นกัน

2. หน้าที่จริงๆ ของหัวใจ คืออะไร ?

ถ้าเลือดไหลเวียนได้เอง แล้วหัวใจมีไว้ทำไม

การเรียงตัวของกล้ามเนื้อหัวใจแบบบิด > บีบตัวแบบบิดเกลียว (vortex) > เลือดไหลจากหัวใจห้องบนแบบเกลียว เกิดน้ำหมุน แกนกลางเป็น negative pressure ซึ่งสามารถดูดทุกอย่างลงไปในนี้ และปลายของจุดหมุน จะไหลไปยังหัวใจห้องล่างก่อน (คล้ายกดชักโครก)

# หากเลือดไหลแบบตรงๆ จะลงไปกระแทกผนังหัวใจ ทำให้ทั้งหัวใจและหลอดเลือดเสียหาย

ดังนั้น หน้าที่ของหัวใจ คือ

- พักชะลอเลือดในหลอดเลือดดำที่กลับเข้าสู่หัวใจ มีผลกระทบกับการไหลของเลือด + ปรับเปลี่ยนทิศทางของเลือดไปฟอกที่ปอด + เลือดที่ไหลออกจาก aorta แบบ negative pressure ลดแรงกระแทกของเลือดต่อหลอดเลือด ที่ออกไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

# หากไม่มีการชะลอของเลือด ขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะพยายามดึงเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น หากการไหลของเลือดแรงเกินไป หลอดเลือดดำมีโอกาสตีบและฟีบ (ผนังบางอยู่แล้ว) เลือดจะหยุดการไหลเวียน

# บทสรุป #

# เลือดไหลได้เอง โดยอาศัยพลังงานจากความต่างศักย์ (Electromagnetic fields) ของ Fourth phase water

พลังงาน ได้จาก

1) อาหาร ที่ให้ e- เข้า mitochondria via ETC

2) Sunlight ได้ IR (Infrared light)

3) Grounding ได้ e- จากพื้นโลก ใช้เท้าเปล่าสัมผัสพื้น

# หัวใจไม่ได้มีไว้ pump เลือด มีไว้เพียงชะลอความเร็วของเลือด และ บิดทิศทางการไหลเวียนเลือดที่ออกจากหัวใจในมุมต่างๆ เกิดแรงดันที่ไม่สูงเกินไป สร้าง negative pressure เพื่อดึงเลือดออกจากหัวใจแบบไม่เกิดการกระแทกของเลือด ลดการบีบตัวของหัวใจ ไม่ต้องใช้แรง pump เยอะ

## หัวใจวาย (Congestive Heart failure) ##

คำจำกัดความ คือ เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ

อาการ

สมอง > confusion / coma

ไต > ไตวาย

# เมื่อเลือดไหลช้าลง หลอดเลือด capillary tube จะหดตัว เพื่อลดเส้นผ่านศูนย์กลางลง เป็นการเพิ่มแรงดันเลือดเพื่อขนส่งเลือดต่อไปให้ได้ พบ Blood pressure ที่เพิ่มสูงขึ้นตามมา (คือ การ compensate ของร่างกายนั่นเอง)

สาเหต

เมื่อการไหลของเลือด ไม่เกี่ยวกับการ pump ของหัวใจ ดังนั้น CHF จริงๆ จึงเกิดจาก Electromagnetic fields ในเลือดที่มีปัญหา (กินอาหารที่จ่าย e- ไม่ได้หรือทำลาย mito/ขาดการตากแดดและ Grounding)

รักษา & ป้องกัน

ร่างกายเราเกิด Photosynthesis ไม่ได้ แต่มี Photo-energized ได้ (ดึงพลังงานมาจาก อาหาร/Sunlight IR/Grounding) ยิ่งมีพลังงานมาก เลือดไหลเวียนดีขึ้น เกิด CHF ได้ยาก

# วันนี้คุณชาตแบตให้กับร่างกายคุณแล้วหรือยัง ?

don't trust, verify

and enjoy ! 🤓🚀

#siamstr

ที่มา:

https://www.youtube.com/watch?v=4XPMELyeNng

ขอบคุณครับ 🥰

แดดเวลา 09.00 น.

Sunshine & grounding (15 minutes)

,, ชนิดไม่กลัวดำเลย แต่กลัวป่วย

#siamstr

เราไม่มีวันที่จะเข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่น ไม่ว่าจะมีเพศที่เหมือนหรือแตกต่างกันครับ มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีการรับรู้จากภายในของมนุษย์คนอื่น เราทำได้แค่คาดเดาเท่านั้น เมื่อความรู้สึกเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบอกถึงปริมาณหรือขนาดของมันได้ ขนาดตัวเราเองในเวลาที่เจ็บปวดเรายังไม่สามารถบอกมันออกมาเป็นปริมาณหรือเชิงตัวเลขได้ เราจะทำแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบได้ เช่น มีดบาดนิ้วมือที่ทำให้รู้สึกเจ็บ การปวดประจำเดือนที่มันมีความรู้สึกเจ็บปวดมากกว่ามีดบาด และอาจไม่เจ็บปวดเทียบเท่ากับการคลอดลูก ส่วนหนึ่งมันมาจากประสบการณ์ที่แม้แต่ตัวเราเองก็ต้องอาศัยมันในการบอกตัวเราเองว่าสิ่งไหนที่ทำให้เราเจ็บปวดได้มากกว่ากัน และอีกส่วนที่มาจากกระบวนการทางเคมีในร่างกายของเราเองที่มีไม่เหมือนและไม่เท่ากันกับมนุษย์คนอื่น ๆ

ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะตัดสินความเจ็บปวดของผู้อื่นว่าน้อยนิดหรือมากมายจากความรู้สึกของเราเองที่เป็นผู้เฝ้ามอง เราทำได้เพียงแค่คาดเดา และการปลอบประโลมที่เราทำได้คือการรับรู้ว่าเขาคนนั้นกำลังเจ็บปวดอยู่ แต่เราไม่สามารถจะเข้าไปแบกรับเจ็บปวดแทนเขาคนนั้นได้ ซึ่งเราทำได้เพียงแค่รอให้เขาคนนั้นได้ผ่านพ้นความเจ็บปวดของเขาไปได้ด้วยตัวเขาเอง

การบอกว่ากระบวนการทำงานของเซลล์ประสาทของ “ชาย” และ “หญิง” ทำงานแตกต่างกันจึงสรุปว่า ผู้ชายจะไม่มีวันเข้าใจผู้หญิง จึงเป็นแค่การตัดสินที่อยู่บนแฟคเตอร์เพียงแฟคเตอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่การรับรู้ของเซลล์ประสาท แต่มันยังรวมไปถึงประสบการณ์การในการใช้ชีวิต ความรู้สึกส่วนบุคคลที่มีไม่เท่ากัน ภาวะของความสุขที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ความทุกข์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ความอดทนต่อความเจ็บปวด และอีกหลากหลายปัจจัย ซึ่งต่อให้เป็นผู้หญิงด้วยกันก็ไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของอีกฝ่ายได้จริง ๆ เพราะมันไม่ได้กำลังเกิดขึ้นกับตัวเราเอง

ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้คือความเห็นใจผู้อื่นและอย่าตัดสินความเจ็บปวดของผู้อื่นด้วยการเปรียบเทียบมันกับตัวของเราเองครับ

เพราะว่าเราไม่เข้าใจ เราจึงเห็นใจกันมิใช่หรือ :) #Siamstr

ยอมแล้วค้าบบบ

❤️

nostr:note1hrwy55cjdlzxegnmrhxy054h5y55p82evtmz007nzdeqccnl3yps6k2zcp

จริงหรือไม่

#siamstr

Replying to Avatar Pong 🟠

โคตรเศร้าเช้านี้

เช้านี้เจอคลิปที่ลอกฝรั่้งมา ก็แบบกะจะข้าม แต่ก็ลองดูก็ได้

หลายคนอาจจะเคยเห็นคลิปนี้

แก้วน้ำ ใส่น้ำสีดำ --> นี่คือความทุกข์

จะทำยังไงให้ความทุกข์หมดไป

เทน้ำแก้วนึงใส่ (family)

แก้วต่อไปเพื่อน (friend)

แก้วต่อไป คิดบวก (positive thinking) ...... บวกแม่งเลยไหม อะใจเย็นดิ

แล้วก็มีอีกหลายๆแก้วตามมา

จนสุดท้าย มันก็ใส

แน่นอนว่าเป็นคลิปที่ดูดีนะ

แม้จะยังไม่นับความจริงที่ว่า สิ่งที่เติมเข้ามา ไม่ได้ทำให้ความทุกหายไปจนใสกิ๊งก็ตาม

แต่ที่เศร้าคือคอมเม้นต์

ครอบครัว เพื่อน คนรัก หลายคนเจ็บช้ำจากเรื่องพวกนี้

คอมเม้นมาทางนี้เยอะมาก บอกว่าความสุขคือตัวเอง

บางคนก็บอกว่า ถ้าไม่มีเพื่อน ไม่มีครอบครัว --> โค๊ก(ความทุกข์)มันจะจางได้แบบนี้ไหม

บางคนก็บอกให้เติมเงินก่อนเลย จะได้มีความสุข เพราะเงินซื้อความสุขได้

อ่านแล้วก็เศร้าจัง หลายคนไม่ได้โชคดีเกิดในสิ่งแวดล้อมที่ดีเท่าไหร่

ความจริงที่เค้าพูดกัน เราเลือกเกิดไม่ได้ อันนี้โคตรจริงแท้ คนรวยไม่โชคดีเท่าคนมีความสุขและสุขภาพดี

แต่ใดๆแล้วบางคอมเม้นพูดไว้ดีมาก

เพราะความจริงที่ว่า ความทุกข์เกิดจากข้างใน ทำไมคุณไม่เทมันออกก่อน

แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยๆมองหาสิ่งที่ดี สิ่งที่ทำให้มีความสุข หรือพัฒนาตัวเองเข้ามาเติมลงไปเรื่อยๆ

ผมว่าคลิปนี้ดีมากๆ เพราะเราสามารถคิดได้ทั้งในมุมคนที่คิดไอเดียนี้ออกมา

แต่ถ้าเราคิดตามบางคอมเม้นต์เราจะเห็นโลกอีกหลายๆใบหลายๆมุม

และสิ่งที่ผมตกผลึกในช่วงเวลาสามนาทีก็คือ

ความทุกข์กับความสุขเป็นของคู่กัน และมาคู่กันเสมอ จะทีอย่างเดียวไม่ได้ นี่คือกฎของจักรวาล กฎของธรรมชาติ

แต่ถ้าเรามัวแต่พึ่งพาการลดความทุกข์จากปัจจัยภายนอก

เมื่อไหร่เราจะสามารถสร้างความสุขจากข้างในขึ้นมาได้

เมื่อไหร่คุณจะเทความทุกข์ในใจทิ้งไปได้ล่ะ

เนี่ย ทั้งหมดนี้ คิดได้ปลดทุกข์อยู่พอดี คิดจบ กดชักโครก

เออว่ะ แค่เอาความทุกข์ทิ้งลงส้วมไปก็จบแล้วนี่หว่า “ปลดทุกข์” มันคือแบบนี้นี่เอง

#Siamstr

ธรรมชาติสุดตอนกดชักโครกนี่แหละคับ 😄

ที่ว่าถูกนี้ประมานไหนค่ะ ไม่รู้จริงๆ

อยากเล่นเปียโนเป็น มีใครพอแนะนำได้บ้างค่ะ #siamstr